วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยาสมาธิสั้นขาดตลาด


เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นกำลังเดือดร้อนเพราะไม่มียากิน!

                ยาที่ว่านี้คือยาในกลุ่ม Stimulants ที่มีใช้ในเมืองไทยมีอยู่ 2 ตัวคือ Ritalin ที่ออกฤทธิ์สั้น (ประมาณ 4 ชั่วโมง) กับ Concerta ซึ่งออกฤทธิ์ยาวกว่า (ประมาณ10 ชั่วโมง)

                ยา 2 ตัวนี้อยู่ในกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทจึงถูกควบคุมค่อนข้างเข้มงวด  จะเดินดุ่ย ๆ ไปหาซื้อตามร้านขายยาทั่วไปก็ไม่มีขาย  ต้องรับยาจากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่มีแพทย์ประจำเท่านั้น

                คนที่มีหน้าที่ควบคุมยานี้คือองค์การอาหารและยา (อ.ย.)  หมายถึงว่ายาในกลุ่มนี้จะเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้ต้องผ่านอ.ย.เท่านั้น  และสถานพยาบาลใด ๆ  ที่จะใช้ยานี้รักษาผู้ป่วยก็ต้องมารับยาจากอ.ย.ไปเท่านั้นเช่นกัน

                การรักษาเด็กที่มีอาการโรคสมาธิสั้นที่ถือเป็นมาตรฐานจะมี 2 วิธีคือปรับพฤติกรรมและทานยาที่ว่านี้  ถามว่าไม่ทานยาได้ไหมก็ตอบว่าได้  แต่ต้องเป็นเด็กที่อาการไม่รุนแรงมากนัก  รวมทั้งมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับพฤติกรรมด้วย เช่น มีพ่อแม่ที่อดทนและทุ่มเท  มีครูที่เข้าใจ  ครูมีเวลาเอาใจใส่เพราะไม่ต้องดูเด็กเยอะเกินไปในแต่ละห้อง

                แต่เด็กที่มีอาการมากพอควรการใช้ยากลุ่ม Stimulants ร่วมด้วยจะเห็นผลการรักษาชัดเจนกว่ามาก  ข้อมูลนี้ยืนยันได้ทั้งจากแพทย์ผู้รักษา ผู้ปกครองของเด็ก  คุณครู  และที่สำคัญคืองานวิจัยขนาดใหญ่ในสหรัฐใช้เงินเป็นพันล้านเพื่อหาคำตอบนี้ก็ยืนยันแบบเดียวกัน

                ยาสมาธิสั้นเคยขาดตลาดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อต้นปี 2552  เกิดความโกลาหลวุ่นวายในหมู่ผู้ปกครองที่ไม่รู้จะไปหายาที่ไหนมาให้ลูกทาน  ลูกพอไม่ได้กินยาก็เรียนแย่ลง  ทำการบ้านเองไม่ได้ถ้าไม่โดนดุว่าเสียน้ำตา  รายที่ซนก็คุมตัวเองไม่อยู่สร้างความปั่นป่วนในบ้านและชั้นเรียน  พี่น้องที่เคยอยู่กันสงบก็หันมาชกต่อยกัน  ต่อด้วยพ่อแม่ที่อาการซึมเศร้ากำเริบตามมาอีกหลายราย   ความทุกข์ที่เกิดขึ้นนี้คนไม่มีลูกเป็นโรคสมาธิสั้นคงไม่เข้าใจ   

                ยาขาดตลาดรอบนั้นกินเวลา 2-3 เดือน  อ.ย.อ้างว่าเกิดจากการที่มีการเปลี่ยนระบบการสั่งซื้อยาจึงยังไม่ค่อยลงตัว  แม้จะลำบากกันไปพักหนึ่งพร้อมเสียงก่นด่าแต่พอมียากลับมาให้ใช้อีกครั้งทุกคนก็มองไปข้างหน้า  และหวังว่าปัญหาแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

                แต่ ณ วันนี้ยาเริ่มจะไม่มีให้ใช้อีกครั้งในหลายโรงพยาบาลทั่วประเทศ  ผู้ปกครองที่เดือดร้อนเริ่มรวมตัวกันร้องเรียนปัญหาที่เกิดขึ้น  ตามมาด้วยการแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ ของผู้มีหน้าที่ดูแลว่ายายังมี 

ปั้ดโธ่! มันจะมีได้ยังไง  ไม่งั้นทั้งหมอทั้งผู้ปกครองเขาจะร่วมกันออกมาโวยวายกันขนาดนี้หรือ?

                เจอคนซักหนักเข้าไม่รู้จะแถไปทางไหนเลยงัดมุกใหม่บอกว่ายาสมาธิสั้นนี้มีฤทธิ์เสพติดจึงควรหลีกเลี่ยง  ซึ่งก็ไม่รู้ไปเอาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ไหนมาพูด  เพราะงานวิจัยนั้นบอกตรงกันข้ามว่าการรักษาให้ดีและต่อเนื่องสามารถป้องกันไม่ให้เด็กโตไปติดยาในอนาคตเสียด้วยซ้ำ

การจัดการเรื่องยาสมาธิสั้นของอ.ย.ที่ได้เห็นในปีนี้พูดแบบเบาที่สุดก็ต้องเรียกว่า “ไร้ประสิทธิภาพ”  เพราะถ้าหน้าที่มีแค่ทำให้มียาใช้เพียงพอในประเทศเหมือนที่เขาทำกันมาร่วม 10 ปีแล้วยังทำไม่ได้ก็น่าสงสัยเหมือนกันว่าใช้อวัยวะส่วนไหนทำงาน

แล้วก็ธรรมดาสำหรับราชการไทยที่พอมีอะไรติดขัดมาก ๆ เข้า  วันดีคืนดีก็มีผู้ปกครองมาถามผมว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากลในอ.ย.หรือเปล่า  เรื่องง่าย ๆ ถึงกลายเป็นเรื่องซับซ้อนได้ขนาดนั้น  ผมซึ่งไม่มีปัญญาจะไปแก้ตัวแทนได้ก็เลยยุให้โทรไปหาท่านรองเลขาอ.ย.ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่เผื่อจะได้คำตอบ  ผู้ปกครองท่านก็บอกว่าโทรจนแทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งอยู่เพราะไม่เห็นมีใครรับ

เรื่องนี้ไม่ใช่มีแต่เด็กสมาธิสั้นของเราเท่านั้นที่เดือดร้อน  มียาที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์อีกหลายชนิดที่ขาดตลาดไปเพราะความไม่ใส่ใจของอ.ย.  ผมได้ฟังเรื่องของคนไข้มะเร็งระยะสุดท้ายจำนวนมากที่ต้องใช้ยาแก้ปวดชนิดแรงเพื่อระงับปวดแล้วไม่มียาจะใช้

มะเร็งระยะท้ายนั้นยังไงก็ตายอยู่แล้ว  แต่แทนที่พวกเขาจะได้ไปแบบสบาย  กลับต้องมาตายแบบเจ็บปวดทรมาณเพราะการไม่ทำหน้าที่ของคนบางคน

จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ  ถ้าไม่นึกถึงว่าเวรกรรมนั้นมีจริง!    

โดย หมอโจ

 

กลับไปที่ www.oknation.net