วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บทส่งท้ายประเพณีถือศีลกินผักที่ภูเก็ต ประจำปี 2552


ช่วงเวลาของการถือศีลกินผักของชาวไทยเชื้อสายจีนผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่สาลี่หิมะยังมีบทส่งท้ายเรื่อง ประเพณีถือศีลกินผักที่ภูเก็ต (เจี๊ยะฉ่าย) (คลิกที่สีม่วง ไปอ่านและชมภาพบทเริ่มต้นกินผัก ปี 2552 ได้ค่ะ) มาขอพื้นที่โอเคเนชั่นเป็นที่เก็บภาพและเรื่อง พร้อมกับขอให้โอเคเนชั่นเป็นสื่อนำภาพและเรื่องไปสู่ผู้ที่สนใจค่ะ

เช้าตรู่ของวันถือศีลกินผักวันที่แปดได้ไปที่อ๊ามจุ๊ยตุ่ย (ศาลเจ้าจุ๊ยตุ่ย) - (คลิกที่สีม่วงไปดูภาพขบวนแห่พระได้ค่ะ) ต้องแอบไปก่อนตะวันขึ้นเพราะเป็นช่วงที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังหลับไหล ควันธูปยังไม่มากเกินที่จะได้ไหว้พระอย่างสบาย ๆ ที่ศาลเจ้าจะมีเฉพาะเจ้าหน้าที่ซึ่งทั้งหมดคือผู้ที่อาสามาด้วยใจมาช่วยกันทำงานในอ๊ามในช่วงถือศีลกินผัก

โชคดีมากค่ะ ได้เห็นพิธีกรรมถวายน้ำชาในตอนเช้า กลุ่มผู้ที่ต้องมาทำพิธีกรรมถวายน้ำชา คือ ผู้ที่ได้รับเลือกจากการหยิบสลาก หรือที่คนฮกเกี้ยนในภูเก็ตเรียกว่าการ “ปั๋วะโป๊ย” ทุกปีจะมีการสุ่มหยิบสลากจากใบอนุโมทนาของประชาชนทั่วไป ซึ่งจะมีชื่อและที่อยู่ระบุไว้ ผู้ที่ได้รับเลือกเหล่านี้เราเรียกว่า “เฒ่าแก่หล่อจู้” ถือว่าเป็นผู้โชคดีที่เทพได้เลือกให้มาช่วยทำงานให้ศาลเจ้า

ในเวลาเดียวกันสาลี่หิมะก็ได้เห็นภาพผู้คนช่วยกันเตรียมล้างผัก หั่นผัก หุงข้าว เพื่อเตรียมไว้สำหรับมื้อเที่ยงที่จะมีผู้คนจากทุกสารทิศหิ้วปิ่นโตมารับอาหารกลับไปรับประทานกันในครอบครัว ตอนเป็นเด็กสาลี่หิมะจะหิ้วปิ่นโตเดินไปอ๊ามจุ๊ยตุ่ยเพื่อไปนำข้าวสุก ผัดฟักทอง แกงส้ม และ ต้มจืดผักกับเต้าเจี้ยว กลับบ้าน ความรู้สึกที่ได้กินข้าวจากศาลเจ้าก็ไม่แตกต่างจากความรู้สึกว่าได้กินข้าวก้นบาตร ตอนโตเป็นผู้ใหญ่อยากจะบอกทุกท่านว่าอาหารที่ศาลเจ้าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ได้ปรุงแต่งมากมาย ไม่มีของทอดที่ทำลายสุขภาพ

สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงนับจากสาลี่หิมะจำความได้จนบัดนี้ คือ การเสียสละ การร่วมแรงร่วมใจ ความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ทุกคนไม่ว่าจะเป็นนายหัว หรือชาวบ้านต่างเข้าไปช่วยงานในอ๊ามหรือศาลเจ้าด้วยความเต็มใจ ยินดีกับการสละเวลา สละแรงกาย และบริจาคเงิน หรืออาหาร นี่คือสาระสำคัญอีกสิ่งหนึ่งของประเพณีถือศีลกินผักที่ชาวภูเก็ตจะต้องรักษาไว้

เรื่องนี้เป็นเพียงแค่บทส่งท้ายประเพณีถือศีลกินผักที่ภูเก็ต ประจำปี 2552 ที่สาลี่หิมะรู้สึกว่าอยากถ่ายทอดเท่านั้นค่ะ ยังมีพิธีกรรมอีกมากมายหลายอย่างที่ไม่ได้นำมาเล่า ปีหน้าจะหาโอกาสไปเก็บรายละเอียดต่าง ๆ มาเติมให้ค่ะ



เสาโกเต็ง ตัวแทนของดวงวิญญาณทั้งเก้า
ที่เป็นประธานในพิธีถือศีลกินผัก



หน้าอ๊ามจุ๊ยตุ่ยยามรุ่งสาง


พิธีถวายน้ำชาในตอนเช้า




กราบกิ่วอ๋องประธานพิธีถือศีลกินผัก ในพิธีถวายน้ำชา
สำหรับองค์กิ่วอ๋องจะอยู่ในม่าน
จะมีผู้ที่ได้รับอนุญาตเข้าไปในม่านได้

เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น 
และผู้ที่เคยเข้าไปในม่านจะต้องสาบานว่า

จะไม่บอกว่าเห็นอะไร แม้กระทั่งในขบวนแห่พระ องค์กิ่วอ๋องก็จะอยู่ในเกี้ยวที่มีม่านปิดมิดชิด




นักเรียนที่เป็นวัยรุ่นก็ติดตามผู้ปกครอง
มาไหว้พระที่อ๊ามแต่เช้า 
ตรงนี้เป็นจุดแสดงความเคารพต่อ        หล่าวฉ่ายอิ๊วหรือผู้ที่เคยร่วมประเพณีถือศีลกินผักและเสียชีวิตแล้ว




ผู้ใหญ่มาช่วยทำงาน หุงหาอาหารที่อ๊าม 
เด็ก ๆ ซึ่งอยู่ในช่วงปิดเทอมก็ตามมาด้วย 
อย่างน้อยก็ได้ช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้


ผักสดกองมหึมา ซื้อมาบ้าง มีพ่อค้า นายหัวนำมาแบ่งปันบ้าง



จิตอาสา


เริ่มหุงหาอาหารมื้อกลางวันตั้งแต่ 6 โมงเช้า



 

จิตอาสา ช่วยกันแบกเกี้ยวในพิธีแห่พระรอบเมือง
จากเสื้อขาว กางเกงขาว 
โดนประทัดจนกลายเป็นสีมอมแมม

เสื้อก็เปียกโชกด้วยเหงื่อไคล
หลายคนจึงถอดเสื้อออกเมื่อใกล้กลับถึงอ๊าม




ผู้ดูแลให้ภูเก็ตสะอาดในทุก ๆ วัน
เจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองภูเก็ต
จะกวาดเศษกระดาษจากประทัด

และแก้วพลาสติกที่มีองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ
นำน้ำดื่มมาบริการให้กับทั้งผู้ชมและผู้ร่วมขบวนแห่พระ               ทุกคนต่างมีจิตอาสา ยินดีทำงานเพิ่มขึ้นจากงานประจำ
เพื่อให้ภูเก็ตสะอาดและสวยงาม  ในทันทีที่ขบวนแห่พระผ่านไป

 

โดย สาลี่หิมะ

 

กลับไปที่ www.oknation.net