วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บุหรี่อาละวาด


บุหรี่อาละวาด

โดย : ด.ช.อนันต์ ประภาโส

 

          ในร้านกาแฟหลังนั้น...สายฝนกับกรุงทองกำลังคุยกันอยู่

          “เฮ้ย...แย่ว่ะ กรุงทอง” สายฝนบ่น “เดี๋ยวนี้เด็กๆ มันไม่ค่อยสูบฉันเลย ไปสูบพวกนายหมด”

          “โถ ฉันก็เหมือนกันแหละ เด็กๆ มันสูบพวกกรุงทอง 85 อย่างฉันกรุงทองธรรมดา มันไม่สูบกันแล้ว” กรุงทองว่ามั่ง

          “นี่ถ้าไม่มีพวกผู้ใหญ่สูบฉันล่ะก็ เขาคงไม่ผลิตฉันขายเป็นแน่”

          “นายอย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้นซิ ดูอย่างโรเย่นขาวซิ เขาไม่ผลิตแล้วมิแย่กว่านายอีกหรือ” พระจันทร์ปลอบ “พระจันทร์ก็ยังไม่แน่เหมือนกันว่าเขาจะเลิกผลิตเมื่อไหร่ เพราะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่ค่อยสูบกันแล้ว อ้าวนั่นสามิตมาแน่ะ”

          ขณะที่เจ้าของร้านได้นำสามิต 14 มาใส่ตู้กระจก

          “พวกนายนี่ขายดีจริงๆ นะสามิต 14” สายฝนทัก

“ก็มีแต่ผู้ใหญ่ที่เขาสูบเรา เด็กๆ มันไปสูบกรุงทอง 85 กันหมด และเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยสูบกันแล้วด้วย เพราะเด็กๆ มันรู้ว่าเราเป็นสิ่งไม่ดี มีพิษต่อร่างกาย และยังเปลืองเงินอีกด้วย”

          “อย่างนั้นก็แย่นะซิ หลอกเด็กไม่ได้ก็ขายไม่ออก แถมเดี๋ยวนี้พวกผู้ใหญ่ยังพยายามเลิกสูบบุหรี่อีกด้วย พวกเราจะแย่กันคราวนี้แหละ” กรุงทองบ่น

          สามิต 14 จึงออกความเห็นว่า “เอาอย่างนี้ดีกว่า เรามาพยายามทำให้เด็กๆ เห็นว่าพวกเราเป็นของน่าทดลอง น่าสนใจจะดีกว่า จะได้มีคนซื้อเรามากๆ”

          “แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ” สายฝนขอความเห็น

“เอียงหูมาซิจะกระซิบให้”

สามิต 14 พูด แล้วสายฝนกับกรุงทองก็เข้าไปใกล้ๆ จนซองเบียดกันเสียเกือบยับ

 

บ่ายวันนั้น...หลังจากโรงเรียนเลิก ชาติชายกำลังเดินจะออกจากประตูโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน ก็เผอิญเหลือบไปเห็นซองบุหรี่วางอยู่บนรั้วกำแพงโรงเรียน

เขามองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็เอื้อมมือไปหยิบซองบุหรี่นั้นมาใส่กระเป๋า แล้วก็กลับบ้าน...

เมื่อกลับถึงบ้าน พอดีไม่มีคนอยู่บ้าน เขาจึงควักเอาซองบุหรี่ขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วฉีกซอง ควักบุหรี่ออกมาคาบไว้ที่ปากมวนหนึ่ง แล้วจุดสูบ

“แค้กๆ..ๆๆ” เกิดไอขึ้นนิดหน่อยตามภาษาคนสูบไม่เป็น แล้วก็ค่อยๆ ดีขึ้น (หรือเลวลงก็ไม่รู้)

หลังจากนั้น ชาติชายก็สูบบุหรี่วันละซองโดยไม่ต้องซื้อ เพราะมันมาวางอยู่บนกำแพงโรงเรียนทุกๆ วัน เป็นเวลาเกือบเดือน ทุกวันพ่อแม่ของเขาก็ไปทำงานแต่เช้ากลับเอาก็ค่ำมืดทุกวันเลยไม่รู้เรื่อง...

คืนหนึ่ง ขณะที่ชาติชายนอนหลับอยู่ในห้องนอนของตน เขาก็ต้องสะดุ้งตื่น เพราะว่ามีอะไรอย่างหนึ่งมาสะกิดที่แขนของเขา

เมื่อลืมตาขึ้นดู ความง่วงก็แทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง...

บุหรี่ที่เขาสูบอยู่ทุกวันมาตั้งอยู่ข้างๆ ตัว และพูดกับเขาว่า

“สวัสดีตอนกลางคืน ชาติชาย”

“เหวอ...ผะผี...ผะผี...หลอก” พูดจบก็ทำท่าจะลุกหนี แต่เจ้าบุหรี่ซองนั้นห้ามไว้

“เฮ้ย...บ้านะ...สูบฉันอยู่ทุกวันยังจะกลัวอีกหรือ ฉันไม่ใช่ผีเผออะไรหรอก บุหรี่ธรรมดาๆ เท่านั้น ที่ฉันมานี่นะ เพราะต้องการให้นายช่วยอะไรหน่อย”

“ชะ...ชะ...ช่วย...ช่วยอะไร” ชาติชายยังเสียงสั่น

“แหม...ยังจะกลัวกันอีกหรือ...เอา...กลัวก็สูบฉันซักมวนก่อนก็ได้”

พูดจบเจ้าบุหรี่ก็กระดกซองจนมวนบุหรี่หลุดออกมามวนหนึ่ง ชาติชายเอื้อมมือไปหยิบมาคาบที่ปาก แล้วหยิบไม้ขีดไฟข้าวเตียงมาจุด...สูบ...ค่อยหายกลัวลง

“เป็นไง...ยังกลัวฉันอีกหรือเปล่า”

“เออ...ไม่กลัวแล้ว แต่ประหลาดจริง ทำไมถึงพูดได้”

“ก็นายสูบฉันเข้าไปทุกวัน ฉันก็ยืมจิตของนายมาใช้บ้างน่ะซีถึงพูดได้”

“อ้อ เป็นอย่างนั้นเอง แปลกมาก ว่าแต่แกมีอะไรจะใช้ฉันล่ะ”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ในฐานะที่นายกับฉันพบกันมานั้นโดยที่นายสูบฉัน, ฉันก็อยากจะให้นายช่วยเหลือฉันบ้าง งานง่ายๆ ก็คือ ฉันจะให้นายไปสอนเพื่อนๆ ของนายที่โรงเรียนให้รู้จักสูบพวกฉัน แล้วฉันจะให้นายสูบพวกฉันเพิ่มจากวันละซองเป็นสองซอง ถ้าเหลือนายก็เอาไปขายได้สบายเลย เอาไหมล่ะ?”

“เออ น่าสน แต่...จะดีหรือ”

“ดีซี่ โธ่ เอาเหอะน่า”

“เออ...เอาก็เอา”

 เช้านี้...ชาติชายพกบุหรี่ไปโรงเรียนสามซองเต็มๆ พอไปถึงก็กระซิบกับตรีทอง

“นี่ทอง ดูอะไรนี่”

“อะไรวะชาย” ตรีทองหันมาดู “บุหรี่...เอามาทำไม”

“อ้าว...ก็เอามาสูบไงล่ะถามได้ เดี๋ยวตอนพักไปสูบกันนะ ที่ใต้ต้นไม้หลังโรงเรียน ชวนไอ้สินกับวิบูลย์ไปด้วย”

ตรีทองชักสนใจก็ว่า

“เออ ดีนี่หว่า มีตั้งสามซอง เดี๋ยวเราจะชวนพวกนั้นไป”

ปรากฏว่า อีกสัปดาห์ต่อมา เพื่อนๆ ของชาติชายก็ต้องซื้อบุหรี่สูบเอง เพราะชาติชายไม่ให้แล้ว ตัวเขาเองก็ต้องสูบวันละซอง แต่ตัวชาติชายและเพื่อนๆ ก็ยังสามัคคีกันดีที่จะหลอกคนนั้นคนนี้ให้หลงมัวเมาในบุหรี่เหมือนตน...

แผนการอาละวาดของบุหรี่จะได้ผลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพวกเราทั้งหมด ที่จะไม่หลงมัวเมาในบุหรี่ เหมือนชาติชายและเพื่อนๆ ของเขา.

................................................................

ตีพิมพ์ครั้งแรก ในวารสาร บัวพระเกี้ยว (โรงเรียนหอวัง)

ปีที่ 2 ฉบับที่ 6 พ.ศ.2520

โดย ครูอุ๋ย

 

กลับไปที่ www.oknation.net