วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภาพเก่าเล่าเรื่อง…วัดปราสาท




รูปที่ ๑  พระอุโบสถของวัดปราสาท นนทบุรี  สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๒๙๓  ขอให้สังเกตเส้นโค้งของหลังคาอันงดงามอ่อนช้อย  อันแสดงถึงลักษณะสถาปัตยกรรมของสมัยอยุธยาตอนปลาย



รูปที่ ๒  ลวดลายปูนปั้นของประตูกลางของพระอุโบสถวัดปราสาท



รูปที่ ๓  ลวดลายปูนปั้นอันวิจิตรพิสดาร  ตกแต่งประตูพระอุโบสถวัดปราสาทอันมั่งคั่งอลังการ



รูปที่ ๔  ลายดอกไม้จำหลักไม้ทรงกลมอันงดงาม ภายใต้ทับหลังประตูกลางของพระอุโบสถวัดปราสาท  ยังคงเหลืออยู่แต่ดอกใหญ่เพียงดอกเดียว  แต่ก็พอที่จะให้เราเห็นว่าลวดลายจำหลักไม้นี้ มีความสวยงามมากเพียงใดได้



รูปที่ ๕  ลวดลายจำหลักไม้อันงดงามจากช่องหนึ่ง ในจำนวนห้าช่องของเพดานพระอุโบสถวัดปราสาท



รูปที่ ๖  รูปเทพนมยืนแสดงเปรียบเทียบ  รูปแรกเป็นของวัดใหญ่สุวรรณาราม  จังหวัดเพชรบุรี  ประมาณ พ.ศ. ๒๑๙๓  รูปที่ ๒ เป็นของวัดปราสาท  จังหวัดนนทบุรี  ประมาณ พ.ศ. ๒๒๙๓  อิริยาบถและส่วนละเอียดของสี ของภาพเขียนวัดปราสาทนั้น  ได้รับความบันดาลใจจากแบบภาพเขียนของสกุลเพชรบุรีอันมีอายุสูงกว่า



รูปที่ ๗  หน้าบันจำหลักไม้ด้วยฝีมืออันกล้า  เต็มไปด้วยความงดงามของวัดปราสาท



รูปที่ ๘  ภาพวาดเส้น แสดงให้เห็นถึงลวดลายจำหลักไม้ อันประณีตและมีชีวิต  ของหน้าบันวัดปราสาท



รูปที่ ๙  ส่วนรายละเอียดของจิตรกรรมฝาผนังวัดใหญ่สุวรรณาราม  จังหวัดเพชรบุรี  ลำดับระยะเวลาตามเหตุการณ์แล้ว  งานจิตรกรรมเหล่านี้เป็นแบบแรกที่มิได้เขียนตามแบบประเพณี  ซึ่งเขียนพระพุทธรูปประทับนั่งซ้ำ ๆ กัน  แต่ได้มีการเขียนรูปเทวดา ยักษ์มาร  นั่งคุกเข่าอยู่ในท่า “เทพนม” ขึ้นแทน

ซึ่งต่อมาได้เป็นที่นิยมโดยทั่วไป ในงานจิตรกรรมฝาผนัง  ตามวัดต่าง ๆ ในสมัยรัตนโกสินทร์  จากลักษณะพิเศษโดยเฉพาะบางประการ เช่น รูปดอกไม้ในฉากหลัง  เครื่องเพชรนิลจินดา ลวดลาย
“กระหนก” อันมีชีวิตชีวา

โดยเฉพาะคือเส้นหักมุมขึ้นลงสลับกันไปมา ที่ใช้แบ่งรูปเทวดาออกจากส่วนอื่น ๆ ของภาพ  และจากส่วนลายเส้นของภาพหน้า  เราจึงเชื่อได้ว่า  ช่างเขียนของวัดปราสาทมีความสัมพันธ์กับสกุลเพชรบุรี



รูปที่ ๑๐  ภาพช่องที่ ๒ บนด้านซ้ายมือของพระอุโบสถวัดปราสาท  เขียนเป็นเรื่อง เนมีราชชาดก องค์ประกอบภาพแบ่งได้เป็นสองส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนล่าง  ซึ่งมีท้าวมาตุลีทรงราชรถพาเนมีราชไปเยี่ยมนรก และสวรรค์ ซึ่งมีพระอินทร์และทวยเทพคอยต้อนรับอยู่

ส่วนบนเนมีโพธิสัตว์กำลังลงจากราชรถสู่สรวงสวรรค์  มวลของภาพคนอันอยู่ในเส้นระดับ (อันเป็นลักษณะพิเศษของจิตรกรรมวัดปราสาท)  ได้ถูกเส้นรูปนอกทรงปิระมิดของราชรถขนาดใหญ่  ตัดให้แตกแยกออกจากกัน



รูปที่ ๑๑  ภาพตอนกลางเรื่อง นารทชาดก ของวัดปราสาท  ความศักดิ์สิทธิ์ขณะที่พระโพธิสัตว์นารถ กำลังแสดงพระธรรมเทศนาแก่พระเจ้าอังคตินั้น  อยู่ที่ลีลาของภาพในส่วนระดับของรูปคนที่นั่งพับเพียบ สดับตรับฟังธรรมอย่างจับใจ

รูปกษัตริย์อยู่ในอาการลังเลพระทัยว่า พระองค์จะดำเนินไปในทางที่ถูก หรือผิด ทางด้านขวาของภาพ  มีพระนางฤชาผู้เป็นพระธิดาของพระเจ้าอังคติ  กำลังสวดอ้อนวอนอธิษฐานอย่างท้อแท้ใจต่อเทพยดาทั้งหลาย  ขอให้พระบิดาเปลี่ยนพระทัยจากทางที่ผิดมาสู่ทางที่ถูก

สถาปัตยกรรมส่วนที่อยู่ในเส้นดิ่งของพระอุโบสถนั้น  ตัดกันกับส่วนของรูปคนที่กำลังคุกเข่าอยู่ในเส้นระดับ  ส่วนมวลที่อยู่ในทรงปิระมิดของยอดปราสาทราชวัง และต้นไม้นั้น  ได้เป็นสิ่งที่ประมวลองค์ประกอบภาพอันวิเศษนี้ เข้าด้วยกันเป็นอย่างดียิ่ง



รูปที่ ๑๒  เรื่องพระมโหสถ  ซึ่งเป็นภาพอยู่ช่องแรกซ้ายมือของทางเข้าสู่พระอุโบสถ  การบรรยายเรื่องราวอันสับสนของชาดกตอนนี้  เป็นสิ่งดลใจให้ช่างเขียน ๆ รูปของมวลภาพอันมีความเคลื่อนไหวขึ้นส่วนหนึ่ง  และรูปคนที่อยู่โดดเดี่ยวแต่โดยเฉพาะขึ้นอีกส่วนหนึ่ง  เพื่อให้เห็นถึงเหตุการณ์  และความรู้สึกอันแตกต่างกันของลักษณะที่เกี่ยวข้องกันอยู่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่างเขียนแสดงความสามารถของตนตรงหมู่ภาพตอนกลาง  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกองทัพของพระเจ้าจุลนี ที่ยกเข้าโจมตีเมืองมิถิลา  ในขณะที่ประชาชนพลเมืองมีความเชื่อมั่นในองค์พระมโหสถว่า  จะทรงป้องกันเมืองให้พ้นอันตรายได้

จะเห็นได้ว่าพลเดินเท้า พลม้า และแม่ทัพที่อยู่บนหลังช้าง อันมีกองหนุนอันเกรียงไกรนั้นเป็นที่น่าสนใจ  ทั้งในด้านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการแต่งกาย  และการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ จากภาพเขียนนี้ย่อมประจักษ์ว่าสกุลช่างนนทบุรี  แบ่งเรื่องของภาพตอนหนึ่งออกจากตอนอื่น ๆ  โดยวิธีใช้เส้นหักมุมขึ้นลงสลับกันไปอย่างไม่แน่นอน



รูปที่ ๑๓  ภาพเขียนช่องที่สามทางด้านซ้ายของพระอุโบสถวัดปราสาท  แสดงถึงเรื่องสุวรรณสามชาดก  แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเหลืออยู่ให้เห็นน้อยมาก  ตอนกลางของภาพเราสังเกตได้ว่า  เป็นกระท่อมของพระบิดามารดาของสุวรรณสาม

ในตอนบนซ้ายของภาพ  เป็นกษัตริย์กำลังยิงศรไปถูกพระโพธิสัตว์  ภาพเหนือกระท่อมยังเห็นขบวนแห่ของกษัตริย์มีพระบิดาตาบอดของพระโพธิสัตว์  ซึ่งถูกประหาร  ติดตามมาด้วย  ซึ่งอิริยาบถของทั้งสามพระองค์นั้น  เต็มไปด้วยความรู้สึกของความโทมนัสอย่างลึกซึ้ง

อันมิได้ปรากฏอยู่ในภาพเขียนอื่น ๆ ที่เขียนเรื่องเช่นเดียวกัน  ซึ่งเขียนภาพคนให้มีท่าทางตามแบบประเพณี  จากภาพเขียนนี้เราสังเกตได้อีกว่า ช่างเขียนของวัดปราสาท  แม้จะอยู่ในสมัยรุ่งเรืองก็ตาม  ก็ได้แสดงออกซึ่งความรู้สึกของตนตามวิธีบรรยายภาพ และอารมณ์เป็นส่วนตน



รูปที่ ๑๔  ภาพเขียนของวัดปราสาท  ภาพซ้ายเป็นเรื่องพระวิฑูรชาดก  ภาพขวามือเป็นเรื่องพระเวสสันดรชาดก  องค์ประกอบภาพของวิฑูรชาดกนั้นปรากฏว่าไม้เป็นปึกแผ่น  ขาดทั้งความเป็นเอกภาพ และความขัดกันของหมู่ภาพ  เป็นภาพเขียนที่เขียนขึ้นเป็นกลุ่ม ๆ อย่างวิจิตร อยู่ต่างหากจากกัน  แต่ขาดความเป็นปึกแผ่นอันประสานกลมกลืนกัน  ดังเช่นที่เราเห็นจากองค์ประกอบของนารทชาดก

ภาพที่เป็นเรื่องเวสสันดรชาดกนั้น  ส่วนหน้าคนลบเลือนไปมาก  องค์ประกอบภาพอยู่ในมวลส่วนใหญ่ของเส้นระดับ แสดงให้เห็นถึงผู้คนมากมาย  มีลักษณะเป็นอย่างเรขาคณิต และมีลีลาคล้ายแถวทหารเดินออกจากกลางส่วน เช่นรูปเสลี่ยง หรือฉัตรหลายชั้น  ที่ลดความรู้สึกในเส้นระดับขององค์ประกอบภาพให้น้อยลง

สิ่งที่มีค่าควรกล่าวก็คือ  เมื่อเปรียบเทียบกับภาพเขียนตอนพระมโหสถชาดกแล้ว  ภาพเขียนตอนนี้ได้ถ่ายทอดให้เห็นถึงความสงบอันเหมาะสม  กับเหตุการณ์ของชีวิตของพระเวสสันดร  ที่ได้ทรงสละทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นทานอย่างยิ่ง



รูปที่ ๑๕  รูปเขียนในพระอุโบสถของวัดปราสาท  ภาพเขียนอันวิจิตรนั้น ประกอบขึ้นอยู่ตอนบนในเส้นระดับเป็นรูปพระพุทธรูปประทับนั่ง  มีเส้นระดับเป็นลำใหญ่คล้ายเสาตกแต่งด้วยเทพนมยืน  และมีเรื่องชาดกเขียนอยู่ในช่องขนาดใหญ่เป็นช่อง ๆ

ทางด้านซ้ายเป็นเรื่องนารทชาดก  ทางด้านขวาเป็นเรื่องวิฑูรชาดก  องค์ประกอบภาพที่บรรยายถึงเรื่องพระนารทโพธิสัตว์นั้น  สวยงามเป็นที่สุด  ตามความจริงแล้วมวลภาพอันอันต่างกัน และขัดกันนั้น  ได้ก่อให้เกิดเอกภาพอันสมบูรณ์ขึ้น



รูปที่ ๑๖  ส่วนละเอียดขององค์ประกอบภาพเรื่อง นารทชาดก อันเป็นลักษณะพิเศษของจิตรกรรมฝาผนังของวัดปราสาท เช่น รูปคนมีใบหน้ารูปไข่กว้าง  หน้าผากสูง  คิ้วสูง  อยู่ในเส้นระดับ  และริมฝีปากแบะ



รูปที่ ๑๗  ส่วนละเอียดจากภาพในเรื่องเนมีราชชาดก ของวัดปราสาท  แสดงให้เห็นถึงแบบอย่างศิลปะชั้นสูงเป็นพิเศษ  ซึ่งกระทำขึ้นโดยช่างท้องถิ่น  ซึ่งฝีมือยังไม่ชำนาญเหมือนกับช่างที่อยู่ในศูนย์กลางของความเจริญ



รูปที่ ๑๘  (บนและล่าง) ส่วนละเอียดของลายจำหลักไม้ของธรรมาสน์ที่วัดปราสาท  แสดงให้เห็นถึงการใช้ลวดลายตกแต่งอย่างมั่งคั่ง  อันเป็นลักษณะพิเศษโดยเฉพาะของสมัยอยุธยาตอนปลาย




โดย สอนสุพรรณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net