วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นาฏศิลป์ไทย ๑ ว่าด้วย ระบำ รำ ฟ้อน ละคร โขน และนาฏศิลป์พื้นเมือง


                    ประเภทของนาฏศิลป์ไทย

 

นาฏศิลป์ไทย  เป็นศิลปะการแสดงที่มีลักษณะวิจิตรงดงาม  ซึ่งหล่อหลอมมาจากพื้นฐานทางวัฒนธรรม   ถึงแม้ว่าบางอย่างเราได้นำแบบอย่างมาจากของต่างชาติบ้างแต่เราก็ได้ปรุงแต่งผสมผสานกลมกลืนจนเป็นรูปแบบที่มีลักษณะโดดเด่นเข้ากับรสนิยมของคนไทย  และยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกลายเป็นศิลปะประจำชาติ ที่มีรูปแบบของนาฏศิลป์ไทยปรากฏหลายประเภท  คือ การแสดง

 

 ๑.โขน 

          โขน เป็นนาฏศิลป์ที่ประกอบไปด้วยศิลปะอันประณีต และงดงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีปรากฏแสดงในงานสำคัญๆ ของบ้านเมือง  ผู้แสดงต้องมีทักษะในการใช้เท้าเต้นออกท่าทางประกอบเพลงร้อง  บทพากย์  บทเจรจา  ตลอดจนเพลงหน้าพาทย์ที่ใช้ประกอบการแสดง  ตัวแสดงในเรื่องมี  พระ  นาง  ยักษ์  ลิง  มีการสวมหัวปิดหน้าที่เรียกว่า  หัวโขน  เรื่องที่แสดง คือ  เรื่องรามเกียรติ์  ซึ่ง   เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เป็นการทำสงครามระหว่างพระรามกษัตริย์แห่งนครอโยธยา  กับทศกัณฐ์พญายักษ์ แห่งกรุงลงกา  และเนื่องจากเนื้อเรื่องของรามเกียรติ์ยาวมาก  จึงได้มีการแบ่งเรื่องราวออกเป็นตอนๆ เพื่อสะดวกในการนำมาแสดง

 

 

             ๒.ละคร  เป็นศิลปะการแสดงที่มีคู่มากับมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา ซึ่งชอบหาความสนุกสนาน   และความเพลิดเพลินจากการได้เลียนแบบเป็นผู้อื่น    จะแตกต่างกันก็แต่รูปแบบทางศิลปะ  ความประณีต  ความนิยมและสิ่งแวดล้อมในสังคมนั้นๆ ละครสะท้อนให้เห็นถึงขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมของชาติ   ค่านิยม  สภาพชีวิตความเป็นอยู่ นอกจากนี้มนุษย์ยังใช้ละครเป็นเครื่องบันเทิงใจ   ช่วยทำให้มนุษย์ได้เข้าใจชีวิต    สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

              ความหมายของคำว่า “ละคร”

            พาณี  สีสวย (2524, 28)   กล่าวว่า  ละคร  หมายถึง  การแสดงที่ผูกเป็นเรื่อง  มีเนื้อความและเหตุการณ์เกี่ยวโยงเป็นตอนๆ   ตามลำดับ

            อมรา  กล่ำเจริญ (2531, 6)   กล่าวว่า  ละคร  หมายถึง  การแสดงที่ดำเนินเป็นเรื่องราว

            รานี  ชัยสงคราม (2544, 54)   กล่าวว่า  ละคร  หมายถึง  การแสดงประเภทหนึ่ง  ซึ่งแสดง  เรื่องราวความเป็นไปของชีวิตที่ปรากฏในวรรณกรรม  มีศิลปะการแสดงและดนตรีเป็นสื่อสำคัญ

            สุมนมาลย์  นิ่มเนติพันธ์  (2532, 6)  กล่าวถึงความหมายของ  การละครไทย หมายถึง การงานที่เกี่ยวกับการแสดงละครไทยทั้งหมดนับแต่อุปกรณ์  เวที  ฉาก  แสง  สี  เสียง  ดนตรี  บท  ฯลฯ

            ละคร  หมายถึง  การแสดงที่ดำเนินเป็นเรื่องราว  มีเนื้อความและเหตุการณ์เกี่ยวโยงเป็นตอนๆ มีศิลปะและดนตรีเป็นสื่อสำคัญ

             การแสดงนาฏศิลป์ไทย  นอกจากการแสดงที่เล่นเป็นเรื่องเป็นราวจำพวกโขน  ละครแล้ว  การแสดงประเภทระบำ  รำ  ฟ้อน  ก็เป็นที่นิยมของคนไทยมากเช่นกัน  เพราะสามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าการดูโขน  ละคร  ที่ต้องรู้เรื่องราวมาก่อนหรือต้องติดตามชมตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งการแสดงระบำ รำ  ฟ้อน  มักจะแสดงเป็นชุดสั้นๆ   ทำให้ได้ชมลีลาการรำที่แตกต่างกันออกไป  การร่ายรำในระบำ  รำ  ฟ้อนของไทย   มีวิวัฒนาการมาจากกิริยาท่าทางที่แสดงออกด้วยความรื่นเริงบันเทิงใจ  การเคลื่อนไหวตามอิริยาบถต่างๆ ตามธรรมชาติ เช่น  ใบหน้า ลำตัว มือ แขน และขา  และนำมาปรับปรุงให้อ่อนช้อยงดงาม จัดระเบียบท่าทางการร่ายรำให้ประณีต  ซึ่งถือได้ว่าการรำเป็นพื้นฐานของการแสดงโขน  ละคร  ที่ต้องใช้ผู้แสดงที่มีประสบการณ์และฝีมือในการรำ

 

            ๓ ระบำ รำ ฟ้อน

            ระบำ  รำ  มีความหมายและรูปแบบการแสดงที่มีลักษณะการร่ายรำอย่างอ่อนช้อยสวยงาม  เช่นเดียวกับ   “ฟ้อน”  และ “เซิ้ง”  ซึ่งเป็นระบำพื้นเมือง เพียงแต่เรียกให้แตกต่างกันออกไปตาม     ท้องถิ่น  โดยใช้เครื่องดนตรี  ทำนองเพลง  และบทร้อง  ตามภาษาท้องถิ่นประกอบในการแสดง

 

  ๓.๑  ระบำ

ระบำ    หมายถึง   ศิลปะการร่ายรำที่แสดงพร้อมกันเป็นหมู่เป็นชุด  ไม่มีการดำเนินเรื่องราว ท่ารำ  อาจมีความหมายเข้ากับเนื้อร้อง  หรือไม่มีความหมาย  เป็นศิลปะที่มุ่งถึงความพร้อมเพรียง  ความสวยงามในการใช้ลีลาท่ารำ  ความสวยงามของการแต่งกาย  และการรื่นเริงบันเทิงใจ

           ๓.๒ รำ 

           รำ คือ   การแสดงที่มุ่งความงามของการร่ายรำ   การรำนี้จะมีเนื้อร้องหรือไม่มีก็ได้       จุดมุ่งหมายเป็นการแสดงฝีมือในการร่ายรำ  ประเภทของรำ  จำแนกตามลักษณะ 

           ๓.๓ ฟ้อน

           ฟ้อน  หมายถึง การแสดงกริยาเดียวกับระบำหรือการรำ เพียงแต่เรียกให้แตกต่างกันไปตามท้องถิ่น จัดเป็นการแสดงพื้นเมืองของภาคนั้นๆ แต่ในรูปของการแสดงแล้วก็คือ ลักษณะการร่ายรำนั่นเอง ที่ผู้แสดงต้องแสดงให้ประณีตงดงาม  โดยสืบทอดมาจากศิลปะของชนชาติต่างๆ ที่มีการก่อตั้งชุมชนอาศัยอยู่ในอาณาเขตล้านนานี้มาช้านาน นอกจากนี้ยังมีลักษณะของการรับอิทธิพลจากศิลปะของชนชาติที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วย

 

        ๓.๔ นาฏศิลป์พื้นเมือง

        ลักษณะของคนไทยที่มีความสนุกสนานรื่นเริง ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยจากการประกอบอาชีพก็สามารถหาความบันเทิง      เพื่อผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้านั้นได้      และการที่คนไทยเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนมีความสามารถตอบโต้ด้วยคารมคมคาย    จึงทำให้เกิดการละเล่นพื้นเมืองขึ้น เช่น เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเรือ  เป็นต้น   ในสังคมไทยตั้งแต่เกิดถึงตายก็เกี่ยวข้องกับดนตรีและนาฏศิลป์   นับได้ว่า ดนตรีและนาฏศิลป์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยในทุกๆภาคของประเทศไทย  นาฏศิลป์พื้นเมืองเป็นการแสดงที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย

โดย ครูอัษ

 

กลับไปที่ www.oknation.net