วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รายการตีสิบเมื่อกี้นี้ก็อีกแหละ


รายการตีสิบเมื่อกี้นี้ก็อีกเช่นกันกับประเด็นกระทู้ที่แล้ว...

 

สืบเนื่องจากกระทู้ก่อนหน้านี้ เรื่องการใช้คำเรียก ปาง กับ ปลาง อย่างสับสนปนเป ทั้งจากปากของผู้ดำเนินรายการและแขกรับเชิญในรายการ

...และในช่องความเห็นพูดคุยท้ายกระทู้  ผมยกตัวอย่างพิธีกรวัยรุ่นบรรยายลักษณะของแผลว่า .. ผุพอง  นี่ข้อหนึ่ง

อีกข้อหนึ่ง ผมมีสมมติฐานของผมเองว่าเกิดจากการพูดภาษาไทยปนภาษาอังกฤษในปริมาณที่มากอย่างน่าตกใจในการสนทนาในชีวิตประจำวัน  แต่ก็ทำจนกลายเป็นสามัญไปแล้ว

และแล้วก็มีตัวอย่างสนับสนุนความเห็นนี้แล้วโดยผมไม่ต้องขวนขวายหาเอง  เพียงนั่งชมนั่งฟังสื่อต่างๆตามปกติเท่านั้น ก็มีมาให้เห็นให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ  ล่าสุด (แหม็บๆ / หยกๆ นี่เอง) ก็ได้ยินโดยไม่ได้ตั้งใจ  ได้เขียนไว้ใน คห.๗๘ ในกระทู้ก่อนหน้านี้แล้วเพื่อสนทนา(กึ่งยืนยัน)กับเพื่อนร่วมชุมชนซึ่งพูดคุยต่อเนื่องมาในข้อสมมติฐานนี้

มาฉุกคิดว่าสาระเหตุการณ์นี้ก็น่าจะยกขึ้นเป็นกระทู้รายงานอีกกระทู้หนึ่งแยกไป เท่ากับเป็นการเพิ่มความถี่ในการท้วงติงเรื่องนี้ด้วย (ตามหลักว่าความถี่ พบอ่านมากและบ่อยจึงจะตระหนัก) ผมยกความเห็นที่ ๗๘ นั้นมาเทียวเลยนะ  แล้วจะปิดกระทู้ไปแค่นี้ละ

>

ความคิดเห็นที่ ๗๘

 

มีตัวอย่างสดๆครับ กัปตันแจ๊ค (ที่ผมตอบในคห.๗๓) ศรีฯ (คห.๗๔)

รายการตีสิบกำลังจะปิดรายการ นำเสนอคลิปวิดีโอ ๓ ชิ้น
ชิ้นแรก มาจากอนุเทพ เอื้อพานิชกุล ชื่อเรื่อง บีแคร์ฟุล
คุณเข็ม พิธีกรร่วม เกริ่นนำเรื่องว่าเป็นตัวอย่างว่าจะทำอะไรต้องคิดซักหน่อยนะคะ  ต้อง.. เอิ่ม.. ชะล่าใจซักนิด ..

ข้อที่จะติติงคือตรงที่ใช้คำว่า ชะล่าใจ

จริงมั้ยละครับ ใช้คำว่า ชะล่าใจ ออกมาได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะใช้ภาษาไทยน้อย ถึงจะอ่านเยอะ แต่ใช้พูดน้อย พอถึงคราวต้องใช้มันก็นึกไม่ออก เพราะ "คลังคำ" ในหัวนั้นแม้จะมีเยอะ แต่เมื่อใช้ไม่บ่อย มันก็จะลงไปนอนก้น เวลาจะหยิบใช้ มันควานหาไม่เจอ ไม่ทันใช้

............

สวัสดี

.

โดย driftworm

 

กลับไปที่ www.oknation.net