วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

2012 เมื่อวันนั้นมาถึงใครจะเหลืออยู่?


ลง โรงฉายได้เหมาะสมแก่เวลา เพราะในระยะนี้สภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวน ฤดูไม่เป็นฤดู ใคร ๆ จึงให้ความสนใจกับอภิมหาภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แอ็กชั่น-ไซไฟสุดระทึก เรื่อง ‘2012 วันสิ้นโลก’ หนังที่ถ่ายทอดความน่าสะพรึงของภัยธรรมชาติขั้น ‘เมกกะ’ ยากเหลือที่จะรอดพ้นจากหายนะนั้นได้

หาก คุณไม่มีเงิน เพราะไม่ได้เป็นอภิมหาเศรษฐี หากคุณไม่มีอำนาจ เพราะไม่ได้เป็นผู้นำประเทศ และหากคุณไม่ได้มีมันสมองอันฉลาดเฉียบแหลม จนเข้าขั้นนักวิทยาศาสตร์ นักคิด นักพัฒนา ลองคิดกันเล่น ๆ สิว่า คุณและครอบครัวจะได้รับสิทธิในการรักษาชีวิตจากความวิบัติที่วิ่งหนีด้วย 2 เท้า หรือปีนป่ายด้วย 2 มือก็ไม่ไหว

ทว่าหนังเรื่อง 2012 สร้างจากจินตนาการบวกกับคำพยากรณ์ของศาสตร์หลายแขนงแสดงให้เห็นถึงวันหนึ่ง ในอนาคตที่ธรรมชาติจะล้างโลก ราวกับการตั้งค่า เซ็ตระบบใหม่ทั้งหมด หลังจากปล่อยให้มนุษย์ทำร้ายธรรมชาติ ทำร้ายโลก

แม้ ‘ความสมจริง’ ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าเทียบเท่า หนักหรือเบากว่า แต่ภาพเหตุการณ์ที่ได้เห็นกันในหนังจากเทคนิคการสร้างภาพที่ต้องชื่นชมก็ชวน ให้รู้สึกหวาดกลัวในภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นเกือบจะพร้อมกันทั่วโลก ชวนให้คิดเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ที่ทำแล้วไม่เกิดผลดีกับโลกใบกลม ๆ ก่อนจะสายเกินแก้ เพราะถ้าคำทายวันสิ้นโลกในอีก 3 ปีข้างหน้านั้นเกิดขึ้นจริง ๆ วันนี้ก็ยังพอมีเวลา

นอกจากภัย ธรรมชาติเหนือการควบคุมแล้ว เรื่องราวความรักหลายรูปแบบยังถูกถ่ายทอดผ่านตัวละครหลัก ทั้งรักของคนธรรมดา คนมั่งมี คนที่เป็นผู้นำ ในทางเลือกที่แตกต่างระหว่าง หนีเอาตัวรอด หรือ เผชิญหน้ายอมรับความจริง ทั้งยังมีการเสียดสีระบบทุนนิยมที่ในเวลานั้นไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่า คุณจะอยู่รอดด้วยเงินที่จ่ายได้หรือไม่

ถือเป็นข้อได้เปรียบที่หนัง เรื่องนี้ให้น้ำหนักไปกับความตื่นเต้น เร้าอารมณ์คนดูให้ร่วมลุ้นระทึกไปกับตัวละครหลัก ๆ มากกว่าเน้นเนื้อหาข้อเท็จจริงตามศาสตร์ที่มีอ้างอิงขึ้นมา

สุด ท้ายแล้วโลกในความเป็นจริงจะเปลี่ยนเป็นดั่งหนังเรื่องนี้ แล้วหลังจากวันที่ 12 ธันวาคม 2012 ผ่านพ้นไป มนุษย์ที่หลงเหลืออยู่จะต้องเริ่มต้นปฏิทินใหม่ในปี 0001 หรือไม่ ... ‘จนกว่าวันนั้นจะมาถึง’...

*** แต่หนังฝรั่งมักจะแฝงรหัสลับไว้เสมอ ถึงแผนการณ์ในอนาคต ดูแล้ววิเคราะห์เพื่อเตรียมตัวรับมือ

โดย เจ้าชายแห่งโอมาน

 

กลับไปที่ www.oknation.net