วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ด่วน..!! เอกขาว...ถูกวิสามัญตายแล้ว ..!!โดยตำรวจชุดอัศวิน ขวัญเมือง หัวหน้าแก๊งค้ายาที่ยิงผู้กองโอ๊ดเสียชีวิต


ด่วน..!!   เอกขาว...ตายแล้ว ...เมื่อประมาณ 10 นาทีก่อนผมเข้ามาโพสต์!!

นายเอกชัย  ชุนหชัย  หรือฉายาเอกขาว  อายุ  37  ปี  หัวหน้าแก๊งค้ายาไอซ์รายใหญ่  ผู้ต้องหายิง  ร.ต.อ.อาทิตย์  บุบผา  รอง  สว.สส.สน.หัวหมาก เสียชีวิตหลายวันก่อน  ที่หนีไปกบดานที่จังหวัดเพชรบูรณ์ 

ตอนนี้ถูกวิสามัญฯ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ครับ....

อัพเดท ณ  23.30 

-  ตอนนี้มีการเช็คข่าวไปทางตำรวจเพิ่มเติม ทราบว่าเป็นตำรวจในพื้นที่ เป็นฝ่ายวิสามัญ หลังยิงต่อสู้กันชั่วระยะหนึ่ง ย้ำว่าเป็นตำรวจในพื้นที่ครับ ไม่ใช่ตำรวจจากกรุงเทพฯ

อัพเดท ณ  23.39 

-  เป็นตำรวจชุดของ พลตำรวจโทอัศวิน ขวัญเมือง ร่วมกับสืบ6 ครับ (ตำรวจในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์)  ที่วิสามัญ ที่อ.วังโป่ง หมู่ 6 ตำบลวังหิน

แล้วจะอัพเดทให้ต่อเนื่องนะครับ

ภาพ http://www.komchadluek.net

รายละเอียดเกี่ยวกับเอกขาว...เผื่อใครจำข่าวไม่ได้

16 พ.ย.52เมีย “ผู้กองโอ๊ต” น้ำตานองหน้าหลังมาเก็บของใช้ส่วนตัวสามี ตำรวจคุมตัว “ไอ้เก่ง” ทำแผน แจ้ง 4 ข้อหาหนัก พร้อมฝากขังค้าน
ประกันตัว วอนพี่ชายเข้ามอบตัวโดยเร็ว ด้าน ตร.ปูพรมไล่ล่า “เอกขาว” มือยิงผู้กองโอ๊ต เสื้อเกราะ-อาวุธหนักครบมือ ยันดำเนิน


การเด็ดขาด สอบประวัติพบโชกโชนเป็นนักพนันตัวยง ก่อนผันตัวมาค้ายาเสพติด ถูกดักรวบตัวหลายครั้งแต่รอดไปได้ ด้านหนึ่งในชุดจับ
กุมร่วมกับผู้กองโอ๊ตเผยวินาทีระทึก เห็นผู้กองเข้าชาร์จ 2 มือกดปืนคนร้ายไว้แน่นแต่ดันสะบัดหลุด ก่อนโดนยิงสวนดับ

จากกรณีที่ ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา รอง สว.สส.สน.หัวหมาก เข้าทำการล่อซื้อยาไอซ์จากเอเย่นต์ยาเสพติด ภายในซอยรามคำแหง
127 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่เกิดพลาดท่าถูก นายเอกชัย
หรือเอกขาว ชุนหชัย 37 ปี ยิงเสียชีวิต หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ 1 ราย คือ นายเทิดเกียรติ หรือเก่ง ชุน
หชัย อายุ 28 ปี นอกจากนี้ยังสามารถยึดรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ ทะเบียน ชษ-6101 กทม. และยาไอซ์น้ำหนักประมาณ
100 กรัม มูลค่า 300,000 บาทได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 พ.ย.52 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางประภาพรรณ เดชะเทศบุบผา อายุ 27 ปี ภรรยา ร.ต.อ.
อาทิตย์ ได้เดินทางมาที่ห้องทำงานของสามี เพื่อมาเก็บข้าวของส่วนตัวของสามีที่ล็อกเกอร์ แต่พอเห็นของใช้สามี นางประภาพรรณก็
ถึงกับน้ำตาไหล เพื่อนๆ ที่มาด้วยจึงช่วยกันปลอบ หลังจากใช้เวลากว่า 3 ชั่งโมง จึงเดินทางกลับ

ด้าน พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 กล่าวเปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังเป็น 5 ชุด และ
ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ บก.น.8 และ สน.สำเหร่ เพื่อให้ช่วยกันควานหาตัวนายเอกชัย พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติ
หน้าที่ทุกคน ให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นบุคคลอันตราย และพกพาอาวุธปืนติดตัวอยู่ตลอดเวลา สำหรับ
ประวัติ นายเอกชัย นั้นเป็นคนพื้นเพสำเหร่ พ่อกับแม่แยกทางกัน และพ่อเป็นกำนันบางหัวเสือ ย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ
นายเอกชัยมีประวัติเป็นคนเกเร ตำรวจ สน.สำเหร่ กับ สน.บุคคโล รู้จักดี ในฐานะผู้มีอิทธิพล และนักพนันตัวยง ช่วงหลังประมาณ
1 ปี เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าเริ่มหันมาค้ายาเสพติดจึงได้วางแผนการจับกุมแต่ก็รอดมาได้หลายครั้ง

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน ผกก.สส.สน.หัวหมาก พ.ต.
ท.พิพัฒน์ เต็งถาวร สว.สส.สน.หัวหมาก พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้นำตัว นายเทิดเกียรติ ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ก่อน
หน้านี้ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณศูนย์อาหารภายในซอยรามคำแหง 127 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
กทม. โดยจุดแรกเป็นจุดที่ผู้ต้องหานั่งรถมากับนายเอกชัย โดยนั่งอยู่ที่เบาะนั่งข้างคนขับ ส่วนยาไอซ์ของกลางวางอยู่บริเวณเบาะ
หลัง จากนั้นก็ขับรถเข้ามาจอดภายในซอยดังกล่าว ก่อนที่ผู้ต้องหาจะลงไปนั่งคอยที่ศูนย์อาหาร จากนั้นนายเอกชัยจึงเดินไปหาสายเพื่อ
เจรจาซื้อขาย ภายหลังรู้ตัวว่าถูกล่อซื้อจึงพยายามหลบหนี ส่วนจุดต่อไปเป็นจุดที่ส่งยาเสพติด และเกิดการต่อสู้กัน จนกระทั่ง นายเอก
ชัยใช้อาวุธปืนยิง ร.ต.อ.อาทิตย์ จนเสียชีวิต ก่อนหลบหนีไป

นายเทิดเกียรติ กล่าวว่า ตนมาอยู่กับนายเอกชัยได้ประมาณ 1 เดือน และก็ไม่ทราบว่านายเอกชัยค้ายาเสพติด เพิ่งจะมารู้ก็ตอนที่ถูก
จับกุม ส่วนร้านอาหารที่จะเปิดนั้นไม่ใช่ของนายเอกชัยเพียงคนเดียว แต่เป็นการร่วมกันลงทุนเปิดร้าน ส่วนเรื่อง ร.ต.อ.อาทิตย์
นั้น ตนก็ขออโหสิกรรมให้กับตนและนายเอกชัยด้วย ที่ทำไป นายเอกชัยอาจเกิดความพลั้งเผลอยิงตำรวจจนเสียชีวิต นอกจากนี้ตนก็
อยากให้นายเอกชัยเข้ามามอบตัวโดยเร็ว

หลังใช้เวลาทำแผนประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดา ทำการฝากขังเป็นผลัดแรก ในข้อ
หาร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครอง
เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่
บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานที่เกี่ยวข้องอีก 7 ปาก รอผลการ
ตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของกลางจากกองพิสูจน์หลักฐาน และรอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรผู้ต้องหา พร้อมทั้งคัดค้านการประกัน
ตัว และไม่รับตัวกลับ เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีหากได้รับการประกันตัว

เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก พร้อมฝ่ายสืบสวน บก.น.4 ได้นำหมายค้นและหมาย
จับออกติดตามตัวนายเอกชัยผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ตามบ้านญาติ บ้านเพื่อนฝูง และแหล่งกบดานที่คาดว่าผู้ต้องหาน่าจะไปหลบซ่อน โดย
จัดแบ่งกำลังออกเป็น 5 ชุด แยกไปตามสถานที่ต่างๆ พร้อมทั้งนำเสื้อเกราะและอาวุธหนักครบมือออกปฏิบัติการ ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาน่า
จะหลบหนีอยู่ย่านปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยทางผู้บังคับบัญชาได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติหน้าที่ให้ระมัดระวังตัว และทำงานอย่าง
รอบคอบ พร้อมทั้งปฏิบัติงานอย่างเด็ดขาด

ด้าน ร.ต.ต.อรรถพล ยี่เกาะ พงส.(สบ 1) สน.หัวหมาก ช่วยงานฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดปฏิบัติการล่อซื้อยาไอ
ซ์ร่วมกับ ร.ต.อ.อาทิตย์ จากกลุ่มผู้ต้องหาในวันเกิดเหตุ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.อ.อาทิตย์ ตน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.
หัวหมาก ได้เข้าประชุมเพื่อวางแผนปฏิบัติการในครั้งนี้ หลังจากนั้นจึงได้ออกไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งระหว่างนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้
ปรากฏตัวก่อนทำการเจรจาเพื่อซื้อขาย แต่ระหว่างนั้นผู้ต้องหาเกิดไหวตัวเตรียมชักอาวุธปืนออกมายิง ร.ต.อ.อาทิตย์จึงเข้าชาร์จตัว
ทันที

“ขณะนั้นตนเห็นว่า ร.ต.อ.อาทิตย์ กดมือ นายเอกชัย ไว้ทั้ง 2 มือ ตนจึงเตรียมหยิบปืนและกุญแจมือเพื่อเข้าล็อกตัว ซึ่งจังหวะที่ตน
กำลังหยิบปืนออกมา ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ก่อนจะเห็น ร.ต.อ.อาทิตย์ล้มลง หลังจากนั้น นายเอกชัย ก็วิ่งขึ้นรถแท็กซี่หลบหนี
ไป ส่วนนายเทิดเกียรติหลบหนีไม่ทันจึงถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด” ร.ต.ต.อรรถพล กล่าว

ที่มา หนังสือพิมพ์บ้านเมืองครับ

  

โดย น้ำแข็งใสจ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net