วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อ ๓ จี ไล่ล่าไดโนโซรัส


         มื่อยุค 3 G เดินทางมาถึงอย่างคึกคัก ประกาศความเป็น New Media ที่รวดเร็ว ฉับไว ยิ่งกว่าเครื่องมือสื่อสารชนิดใด นักข่าวยุค Modern ที่เติบโตมากับโลกของ Old Media ยังเป็นเพียง “ปัจจัยการผลิต” ในโรงงานอุตสาหกรรมข่าว  ที่ขะมักเขม้นผลิตซ้ำข่าวจำนวนมาก ไปสู่ผู้รับสารจำนวนมาก ในนช่องทางสารที่หลากหลายมากขึ้น  เพื่อสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่า จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา เรียนรู้ของผู้คนให้สูงขึ้น ให้ผู้บริโภคข่าวสารได้รู้เห็นความเป็นไปของโลกและชีวิตอย่างกว้างขวาง

        หากแต่ในความเป็นจริง การผลิตซ้ำ การผลิตจำนวนมาก การผลิตที่ถูกกำหนดจากเจ้าของ ผู้ประกอบการ โดยมีีกำไร—ขาดทุน เป็นเป้าหมายหลัก กลับทำให้เกิดสภาพการกระจุกตัวของข่าวสารมากขึ้น เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ข่าวที่ไม่เป็นข่าว” มากขึ้น นั่นอาจเป็นมิติหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุค 3 G

         โลกของการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นักสื่อสารมวลชนที่รู้เท่าทันการเปลี่ยนผ่านเช่นนั้น ก็พยายามปรับตัวให้ก้าวทัน  แต่ดูเหมือนยิ่งก้าวยิ่งช้าลง วันนี้โลกการสื่อสารยุค 3 G กลับทำให้ ภูมิทัศน์ของวิชาชีพสื่อสารมวลชน หรือ Landscape of Journalism เปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดดอีก ทำให้เป้าหมายของการเป็นนักสื่อสารมวลชนอาชีพ ที่ก้าวทันบริบททางสังคม ห่างไกลออกไปทุกที จนกระทั่งเกิดคำถามสำคัญอีกครั้งหนึ่งว่า นักข่าวยุค  3 G จะดำรงอยู่อย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้

        ภูมิทัศน์ของวิชาชีพสื่อสารมวลชน คือ การรับรู้สภาพแวดล้อมหรือบริบทของสื่อสารมวลชน ทั้งในภาพความจริง และภาพลักษณ์ในจิตใจที่รู้สึกได้ ในยุค Modern ซึ่งเป็นยุคแห่งการเกิดของสื่อเก่า ที่เริ่มจากสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ โลกของการสื่อสารถูกออกแบบให้มีการผลิตแบบอุตสาหกรรม ผลิตซ้ำๆ มีกฎระเบียบ กระบวนการที่ชัดเจน ความสัมพันธ์ของนักข่าวและนายทุน เจ้าของผู้ประกอบการ เป็นแบบนายจ้าง ลูกจ้าง มีกำไร-ขาดทุน เป็นตัววัดความสำเร็จ

         แต่เมื่อถึงยุค Post Modern การเกิดขึ้นของสื่อใหม่ หรือ New Media การอุบัติขึ้นของอินเทอร์เนต จนกระทั่งความก้าวหน้าของการสื่อสารยุค 3 G ได้พังทลายกำแพงความเชื่อเก่าๆ ให้พังลง สิ่งที่ Post Modern ได้พูดไว้ ทำให้ปักใจเชื่อ ว่าไม่มีสิ่งใดจะเปลี่ยนแปลงได้อีกแล้วในโลกของการสื่อสาร ความสัมพันธ์แบบนายจ้าง กับลูกจ้าง ในโรงงานอุตสาหกรรมข่าว ที่จะต้องดำรงอยู่จนชั่วชีวิตนั้น กลับจะไม่เป็นจริงอีกต่อไป

         นี่อาจเป็นยุคทองของนักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ ที่จะหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง เพราะโลกยุค 3  G กำลังจะบอกไม่เพียงว่า ทุกคนเป็นนักข่าวได้ หากทุกคนยังสามารถกำหนดตัวเองได้อย่างเป็นอิสระในโลกแห่งการสื่อสารใบนี้ด้วย  แต่ถึงกระนั้น โอกาสในการเข้าถึง “พื้นที่สาธารณะ” อันเคยเป็นพื้นที่ผูกขาดของ สื่อเก่า ก็ท้าทายความคิดในเชิงจริยธรรม ในการใช้พื้นที่สาธารณะ ที่กลายมาเป็นพื้นที่กลางที่ทุกคนสามารถเข้าถึง และใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารอย่างยิ่งด้วย

          คนที่เติบโตและแนบแน่นกับสื่อในโลกยุคเก่ายาวนานมาถึง ๓๐ ปีอย่างผม และต้องพึ่งพา Air Card เป็นปัจจัยที่ ๕ ของชีวิต วันนี้ลืมตาตื่น ก็พบนิวมีเดีย กวักมืออยู่หน้าบ้านแล้ว ในขณะที่เดินเข้าไปในพื้นที่ของสื่อเก่า ก็พบแต่ความตีบตัน มิรู้ว่าอนาคตจะอยู่ที่ใด เพราะในขณะที่นิวมีเดีย กวาดเก็บข่าวสำคัญไปแล้วกว่า ๑๒ ชั่วโมง แต่สื่อเก่าก็ยังตีพิมพ์ข่าวและภาพซ้ำๆอยู่เช่นนั้น ด้วยหัวข่าวที่บอกเรื่องราวไม่แตกต่างไปจากสื่ออินเทอร์เนต วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ก่อนหน้า

             ไม่เพียงเท่านั้น ความก้าวหน้าของสื่อใหม่ ยังเปิดโอกาสให้ชาวบ้านธรรมดาๆ หรือคนที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาโดยตรงทางด้านนิเทศศาสตร์และวารสารศาสตร์ สามารถที่จะส่งสารไปยังผู้คนจำนวนมาก ช่วงชิงพื้นที่ของนักสื่อสารมวลชนอาชีพไปเกือบทุกตารางนิ้ว แต่บทบาทของนักสื่อสารในยุคสื่อใหม่ รวมทั้งนักสื่อสารอาชีพ ก็เป็นบทบาทที่ท้าทายความรับผิดชอบในเชิงจริยธรรมอย่างยิ่ง เนื่องเพราะความสับสนในสิทธิ และอำนาจการสื่อสารที่ไร้ขอบเขต จนกระทั่งละเลย หรือไม่รู้ว่ามีหน้าที่ในการตรวจสอบ และเซ็นเซอร์ตัวเอง (self-censor) อันเป็นภารกิจสำคัญ ในนาทีแรกที่ส่งผ่านสารขึ้นสู่เวบเพจ

           ในโลกของสื่อยุคเก่า ข้อเขียน บทความ จำนวนมาก ที่ถึงแม้จะผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนจากบรรณาธิการแล้ว ก็ยังส่งผลความเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติยศ ของบุคคลอื่น ไม่ว่าความผิดพลาดเหล่านั้นจะก่อให้เกิดคดีฟ้องร้องหรือไม่ก็ตาม

           โดยเฉพาะการพาดพิงถึงสถาบัน ในสถานการณ์ที่มีความพยายามจะใช้สื่อทุกรูปแบบเป็นเครื่องมือในการกระจายข่าวสารเพื่อรับใช้กลุ่มผู้ประสงค์ร้ายต่อบ้านเมือง การส่งผ่านพลเมืองข่าวที่อาจขาดความรู้ในเชิงจริยธรรม จึงเป็นช่องทางที่สะดวก ง่ายดายที่สุด

           เวบไซต์ You Tube  เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน

          อำนาจการสื่อสารในไซเบอร์สเปซ จึงเป็นอำนาจที่มีขอบเขต เป็นอำนาจที่ต้องเคารพและให้ความใส่ใจในข้อเขียนที่อาจส่งผลกระทบต่อบุคคลที่สาม หรือสำคัญยิ่ง คือสถาบัน

          อำนาจการสื่อสาร ต้องใช้ควบคู่ไปกับ กฎ กติกา มารยาท (Codes of Conduct) ดุจเดียวกับที่สื่อเก่า ต้องมีกฎแห่งจริยธรม เป็นเครื่องมือนำทาง

          นักข่าวในยุค ๓ จี อาจเป็นนักข่าวที่มีพลังอำนาจในการสื่อสารสูงยิ่ง แต่มันก็เป็นพลังอำนาจในการทำลายล้างได้รวดเร็วและรุนแรงเช่นกัน

   

 

โดย jk

 

กลับไปที่ www.oknation.net