วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นาฏศิลป์ไทย ๑ ว่าด้วย ละครนอก


                                    การแสดงละครนอก

    ที่มาของภาพ  :  นาฏศิลป์ไทยเบื้องต้น, รานี  ชัยสงคราม (๒๕๔๔, ๕๖)

 

 

 

                               ละครนอก

ประวัติความเป็นมา  แต่เดิมคงมาจากการละเล่นพื้นเมืองของชาวบ้านรำและร้องแก้กัน เช่น เพลงปรบไก่ เพลงพวงมาลัย แล้วภายหลังจับเป็นเรื่องเป็นตอนขึ้น เรื่องที่แสดงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตภายในครอบครัว   ที่ทุกคนเห็นและเข้าใจดีอยู่แล้ว   เช่น  ตอนชิงชู้   ลักพาหนี   และตีหมากผัว  (เป็นศัพท์ที่ใช้ในวงการว่า เพลงพื้นเมือง)

          “ชิงชู้” หมายถึง ว่าเพลงตอนชายสองคนพยายามเกี้ยวพาราสีหญิงคนเดียวกัน

          “ลักพาหนี” ว่าตอนชายชักชวนหญิงให้หนีออกจากบ้าน

          “ตีหมากผัว” เป็นตอนกลับจากตอน “ชิงชู้” เพลงตอนหญิงสองคนพยายามแย่งชายคนเดียวกัน

ต่อมาเมื่อได้แบบอย่างละครชาตรี จึงได้ผูกขึ้นเป็นเรื่อง โดยนำนิทานพื้นเมืองปัญญาสชาดกมาแต่งบทแสดงเป็นบทละครสมัยกรุงศรีอยุธยา ละครนอกที่แสดงในชั้นเดิมคงจะมีตัวละครแต่เพียง

๓ ตัว ๔ ตัวอย่างละครชาตรี

          ต่อมาเมื่อมีผู้นิยมมากขึ้น ทางหาเลี้ยงชีพในการเล่นละครมากขึ้น การแสดงละครสะดวกขึ้น จึงเกิดการแก้ไขกระบวนการแสดงละครแข่งขันกันให้วิจิตรพิสดารขึ้นกว่าเดิม  คือ เพิ่มตัวละครให้มากขึ้น คิดเครื่องแต่งตัวละครขึ้น และเริ่มนำเรื่องแปลกๆ มาแสดง

บทร้องซึ่งเดิมตัวละครร้องเป็นกลอนด้นโดยประดิษฐ์ของตนเองก็มีกวีช่วยกันคิดประพันธ์กลอนให้ไพเราะยิ่งขึ้น    

วิธีการแสดง  ละครนอก  มีความมุ่งหมายในการแสดงเรื่องมากกว่าความประณีตในการร่ายรำ เพราะมุ่งดำเนินเนื้อเรื่องให้รวดเร็ว โลดโผน ตลกขบขันมากก็นับว่าเป็นเรื่องสนุก ตอนใดที่จะมีช่องทางเล่นตลกได้     ก็จะเล่นตลกอยู่ตรงนั้นทีเดียว   โดยจะหยุดดำเนินเรื่องต่อไป    ตัวแสดงที่เป็นตัวท้าวพระยามหากษัตริย์อาจจะเล่นตลกคลุกคลีกับพวกเสนา   ข้าราชบริพารได้    ไม่เคร่งครัดต่อระเบียบแบบแผนจารีตประเพณี   เพราะฉะนั้นบทประพันธ์ที่แต่งขึ้นสำหรับละครนอก ต้องแต่งให้รวบรัดใช้ถ้อยคำตลาด  เปิดช่องไว้ให้เล่นตลกได้มากๆ  แม้แต่อิริยาบถของตัวละครที่แสดงเป็นกษัตริย์ก็คล้ายกับอิริยาบถของชาวบ้านธรรมดาสามัญ ไม่ใช้คำราชาศัพท์ แต่ใช้ถ้อยคำตลาด ศิลปะการรำก็ต้องให้กระฉับกระเฉง ว่องไว เหมือนกิริยาของชาวบ้าน อิริยาบถต่างๆ ต้องเน้นให้กระปรี้กระเปร่า  เป็นละครที่ชาวบ้านเรียกกันเป็นภาษาธรรมดาว่า  ละครตลาด  ทั้งนี้เพื่อให้ทันใจผู้ชมละคร

          เพลงร้อง  ผู้แสดงละครนอก จะต้องมีความคล่องแคล่วในการรำและร้อง มีความสามารถที่จะหาคำพูดมาใช้ในการแสดงได้อย่างทันท่วงทีกับเหตุการณ์ เพราะขณะแสดงต้องเจรจาเอง และบางบทก็ต้องร้องเองด้วย

ดนตรี  มักนิยมใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้า  

เรื่องที่แสดง    สำหรับละครนอกนั้น บทละครที่แสดงในสมัยโบราณมีบทละครนอกอยู่ ๑๔ เรื่อง คือ

        ๑.  การะเกด                        

๒.  คาวี                           

๓.  ไชยทัต

        ๔.  พิกุลทอง                       

๕.  พิมพ์สวรรค์                

๖.  พิณสุริยวงศ์

        ๗.  มโนห์รา                         

๘.  โม่งป่า              

๙.  มณีพิชัย

        ๑๐. สังข์ทอง                       

๑๑. สังข์ศิลป์ชัย                

๑๒. สุวรรณศิลป์

        ๑๓. สุวรรณหงส์                            

๑๔. โสวัต               

           

            ผู้แสดง  ในสมัยโบราณจะใช้ผู้ชายแสดงล้วน  ผู้แสดงจะต้องมีความคล่องแคล่วในการรำ  และร้อง  ขณะแสดงต้องเจรจาเอง

            การแต่งกาย  ในขั้นแรกตัวละครแต่งตัวอย่างคนธรรมดาสามัญ  ตัวนางแต่งกายด้วยการเอา   ผ้าขาวม้ามาห่มสไบเฉียง  ถ้าแสดงบทเป็นตัวยักษ์ก็เขียนหน้าหรือใส่หน้ากาก  ต่อมามีการแต่งกายให้ ดูงดงามมากขึ้นเลียนแบบมาจากละครใน  เรียกว่า  แต่งกายแบบยืนเครื่อง

          โอกาสที่แสดง  ละครนอกตามจดหมายเหตุของลาลูแบร์ กล่าวว่า ละครนอกใช้แสดงในงานพิธีต่างๆ ที่ไม่ใช่งานพระราชพิธีของกษัตริย์ เช่น  แสดงในงานมงคล  งานนักขัตฤกษ์ และงานมหกรรมรื่นเริงต่างๆ

                     

 

 

 

 

 

 

 

โดย ครูอัษ

 

กลับไปที่ www.oknation.net