วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คิวชู 4 วันจบ : วันที่ 1 (วันนี้มีนู้ด)


สองเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก...นี่เราไม่ได้อัพบล็อกเลยหรือ 5555 ตามสถิติแล้วต้องเป็น 3 เดือนอัพทีนะนี่ พอดีได้ฤกษ์งามยามดีฝนดาวตกมา บวกกับแฟนๆเรียกร้อง (มีประมาณ 2 คน คนนึงแม่ อีกคนเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกัน แหะๆๆ)  เลยถือโอกาสอัพซะเลย

เนื่องด้วยที่ร้าน (โดนบังคับ)ปิดยอดได้ ^^” ทาง supplier ก็เลยจะพาไปเที่ยวยุ่นปี่ญี่ปุ่น และด้วยความไว ก็เลยแย่งชิงคนที่ร้าน หนีงานไปเที่ยวได้ เย้ๆๆ โดยไม่ลืมบังคับเพื่อนให้ซื้อตั๋วเพิ่มไปด้วยกัน ยะฮู้!! เป็นคนดีจริงเลยเรา

อันว่าไปกับ supplier เนี่ย ก็รวมถึงเอเย่นต์ท่านอื่นๆ ที่ปิดยอดได้เหมือนกัน สรุปทริปนี้รวมๆ แล้วราว 160 ชีวิตได้ ...โอ้แม่เจ้า คนมากมายขนาดนี้ สงสารไกด์จริงๆ  ปกติแล้วเวลาไปเที่ยวจะไม่ค่อยได้ไปกับบริษัททัวร์เท่าไหร่ เพราะเป็นพวกชอบเถลไถลรายทาง แต่ไปกับทัวร์ก็มีข้อดีอยู่หลายอย่างก็คือ

   - ไม่ต้องคิดอะไรมากเค้าพาไปไหนก็ไป ไม่ต้องห่วงว่าจะไปยังไง  หลับยังไงก็ถึงแน่นอน ^^
   - อาหารการกินเพียบพร้อม  ประเคนถึงที่
   - กระเป๋าไม่ต้องขนเอง สบ๊าย สบาย (ไปรึป่าว)
   - ได้เกร็ดความรู้เพิ่มเติมจากไกด์ด้วย
   - เที่ยวไปหลับไป ขึ้นรถได้เป็นหลับ ตื่นเต้นกับวิวข้างทางได้ไม่เกินห้านาที
   - ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ แปลกหน้าและหน้าแปลก ^^”

เสียอย่างเดียวเวลาเที่ยวสั้นไปหน่อย ออกนอกลู่นอกทางไม่ค่อยได้ แต่จะเที่ยวกับทัวร์หรือเที่ยวเอง ก็สามารถมีความสุขกับการเที่ยวได้เหมือนกัน..ว่าแล้วก็เข้าเรื่องดีกว่า บ่นอะไรมาตั้งยาวเนี่ย….

อันว่าทริปนี้เค้าจั่วหัวไว้ว่าไปฟูกุโอกะ...สุดแสนจะดีใจเพราะบ้านเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นเราอยู่ที่นั่น เสียอย่างเดียว เธอดันเพิ่งย้ายไปโตเกียว ^^” แต่คุณหม่ามี๊เธอยังอยู่ ก็ยังดีนะเนี่ย ไม่เห็นหน้าเธอเห็นหน้าแม่ก็ยังดี  ไปๆมาๆ ปรากฏว่าอยู่ฟูกุโอกะแค่สองวันคือวันแรกกะวันสุดท้าย  ปกติแล้วถ้าไปกะทัวร์ก็คือนอนบนเครื่องตื่นเช้ามาเที่ยวต่อเลย..ทริปนี้ก็เช่นกัน ขณะที่กำลังงัวเงียเพลียๆอยู่ รู้ตัวอีกทีก็มาถึง ศาลเจ้าดาไซฟุ แล้ว  ..อ้อ ข้อเสียอีกอย่างของการมากะทัวร์คือเวลาหลับในรถ ตื่นมาจะงงๆว่าตูอยู่ไหน มาทำอะไร มากะใคร และกว่าจะเริ่มโฟกัสถ่ายรูปให้เข้าที่เข้าทางได้ ก็ได้เวลากลับแล้ว 5555

 


อันว่าศาลเจ้าดาไซฟุเนี่ย  เห็นเค้าบอกว่าสร้างถวายพระนักปราชญ์ “มิจิซาเนะ สุงาวาระ” กวีเอกสมัยเฮอัน ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องให้เป็นเทพแห่งความรู้ ดังนั้นส่วนมากคนก็จะมาขอพรเวลาสอบนั่นเอง…เดาว่าน่าจะเป็นพ่อแม่มาขอให้ลูกเต้าเนี่ยแหละ


 


ทางเข้าศาลจะมีเทพเจ้าวัวนอนหมอบอยู่ เค้าเชื่อกันว่าเข้าไปลูบแล้วจะโชคดีไม่มีโรคภัย งานนี้ไม่พลาด หลังจากรอคิวอยู่นานก็ได้ลูบกะเค้าด้วย แหมๆๆ เขามันเลื่อมทีเดียวเชียว แต่ไม่ได้ถ่ายรูปเทพวัวเดี่ยวมา เอาตัวข้างบนดูแทนไปก่อนละกันนะ...เพื่อนๆกัน  ^^”

 

ทางเข้าศาลเจ้า


 

 
ดอกไม้ริมทาง (จริงๆเค้าจัดแสดงกันเป็นเรื่องเป็นราวหรอก)


ก่อนจะเข้าบริเวณศาลเจ้า เค้าจะมีบ่อน้ำให้ล้างมือให้สะอาดก่อน น้ำใสไหลเย็นน่าลงไปแหวกว่ายมากๆ ..ก็ตั้งแต่ลงเครื่องมายังไม่ได้ล้างหน้าเลยง่ะ  ;op

 


พอเข้าไปข้างใน ด้านหน้าศาลจะมีกล่องด้านล่างเนี่ยค่ะ เค้าเอาไว้ให้คนที่ไปบูชาโยนเหรียญ 5 เยนลงไป แล้วค่อยตบมือสามครั้งก่อนกราบ บังเอิญว่าไม่มีเหรียญ 5 เยน มีแต่แบงค์หมื่นเยน (อวดรวยจริงๆ) จะโยนไปก็ใช่ที่ เลยขอไหว้เฉยๆละกัน ^^

 

ไกด์บอกว่าศาลเจ้ากับวัดต่างกันก็คือวัดจะมีพระพุทธรูปแต่ศาลเจ้าจะใช้กระจก..อันนี้ก็เพิ่งรู้นะเนี่ย  ว่าแล้วก็ใช่เลย กระจกจริงๆด้วย เคยไปที่อื่นมาไม่เคยสังเกตเล้ย..ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงใช้กระจก แต่เดาเองว่าเวลาเราไปไหว้ กระจกก็จะสะท้อนตัวเราเอง...ประมาณว่าพึ่งพาตัวเองเถอะนะหนู ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเองอยู่แล้ว อย่าได้พึ่งพาฟ้าฝนคนที่รู้ใจ ^^


 
เทพเจ้าเท็มมัง (กระจกเน่อ ไม่ใช่ลุงคนนี้)

ตอนที่ไปเค้ากำลังทำพิธีอะไรกันอยู่ไม่รู้เหมือนกัน ก็เลยขอแอบถ่ายมาหน่อย แลดูขลังดี น้องผู้หญิงคนที่หันหน้ามา นั่งท่านั้นอยู่นานมาก ไม่รู้ทำอะไร มองไกลๆเหมือนถูบ้านเลย แหะๆๆ

 

 

 
นี่น่าจะเป็นพวกป้ายขอพร


 
บริเวณรอบๆ..ขอพรได้อีก

 

 
น้องสองคนแต่งตัวเต็มยศ น่ารักมากๆ

 


 
ได้เวลากลับแล้ว


จริงๆตามทางเดินเข้ามามีร้านขายขนมกะของฝากอยู่ตลอดทาง (แต่ไม่มีเวลาแวะ) ขนมที่ขึ้นชื่อที่นี่ก็คือโมจินั่นเอง ในหนังสือที่ทัวร์แจกให้เค้าบอกว่า คนญี่ปุ่นมักจะกินขนมหวานกับชาเขียว นัยว่าเป็นการสอนเรื่องการใช้ชีวิต “ชาขมและขนมหวาน” ก็เปรียบเหมือนชีวิตที่มีสองด้านคือความทุกข์และสุขนั่นเอง...ลึกซึ้งมาก ชอบๆ ...แต่สุดท้ายเจ้าความทุกข์กับความสุขมันก็ไม่มีอะไรอยู่ถาวร  อย่าได้ไปยึดติด กินหมดก็จบกัน ถ้าเรายังไปโหยหาก็จะเกิดความทุกข์ระลอกใหม่ตามมาอยู่ดีเนอะ ^^

อย่างที่รู้ๆกันว่าขนมญี่ปุ่นแพคเกจงามมากๆ (ข้างในรสชาติเดียวกัน 555) ทริปนี้ได้ข้อสรุปขนมญี่ปุ่นจากน้องไกด์...ขนมญี่ปุ่นมี 3 อย่างครับ.. แป้งห่อถั่ว..ถั่วห่อแป้ง..และแป้งทอด...โอ้ สั้นง่ายได้ใจความจริงๆ

 


ร้านนี้ลุงกะป้าช่วยกันทำช่วยกันขาย..ถ่ายมา..แต่ไม่ได้ซื้อ

 
เจ้าหนุ่มทาโกะยากิ..ของแท้


ระหว่างเดินกลับรถเจอกลุ่มคุณลุงคุณป้าช่วยกันเก็บขยะกันใหญ่ น่ารักมากๆ มิน่าบ้านเมืองเค้าถึงสะอาดนัก เมืองไทยน่าเอามั่งนะเนี่ย ...ว่าแล้วคนไทยอย่างเราก็เดินกลับไปหลับต่อบนรถดีก่า ^^
..
.
หลังจากสลบกันหมดทั้งคันรถเป็นเวลาพอควร ตื่นมา(งัวเงียเหมือนเดิม) ก็มาถึงเมืองเบปปุในเขตโออิตะ เมืองนี้ขึ้นชื่อมากเรื่องบ่อน้ำร้อนหรือออนเซ็น เพราะอยู่ใกล้ภูเขาไฟอะโสะก็เลยมีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติกระจายอยู่ทั่วเมือง  เวลานั่งรถไปจะเห็นควันขาวๆพุ่งขึ้นมาเป็นหย่อมๆตามบ้าน ช่างโชคดีมีบ่อน้ำแร่ส่วนตัวกันเลยทีเดียว เห็นเค้าบอกว่า บ้านไหนที่มีบ่อน้ำแร่อยู่ในบ้านจะต้องแบ่งเพื่อนบ้านอาบด้วย อยู่เมืองนี้ดีจริงๆได้อาบน้ำแร่กันทุกวัน

ได้ยินมานานเรื่องออนเซ็นในญี่ปุ่นเนี่ย ยังไม่มีโอกาสได้ลองซักกะที ด้วยว่าตามพิธีการอันถูกต้อง มันต้องแก้ผ้าหมดง่ะๆๆ  ไม่เค๊ยไม่เคย แก้ผ้าต่อหน้าธารกำนัล ^^” แต่เค้าว่าถ้ามาเมืองนี้แล้วไม่เข้าออนเซ็นก็เหมือนมาไม่ถึง...เอานะ คืนนี้ค่อยตัดสินใจอีกที...ตอนนี้ลองเซิฟๆอาบทรายร้อนไปก่อน

อันว่าอาบทรายร้อนเนี่ย ไม่ต้องแก้หมด เค้ามีชุดยูกาตะให้เปลี่ยน..ก็เลยเอาซะหน่อย เค้าบอกว่าช่วยรักษาโรคได้พวกผิวหนัง ไขข้อ ยิ่งเมื่อยๆมาจากนั่งเครื่อง ลองดูน่าจะสบาย..ว่าแล้วก็ขุดหลุมฝังตัวเอง ความรู้สึกถูกดินทับมันเป็นหยั่งงี้นี่เอง หนักและร้อน ^^” แต่ก็สบายดี

 


ด้านหน้าโรงอาบทรายร้อน ในช่องเป็นพระพุทธรูปเล็กๆ

แอบเม้าท์หน่อย..ลุงคนข้างๆกรนง่ะ คือเห็นเค้าบอกว่าให้นอนอาบทรายประมาณ 10-15 นาที นานไปเดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้ง เห็นลุงคนนี้ลงไปนอนก่อนเราอีก พอเราออกจากทรายแล้วลุงก็ยังนอนอยู่ เลยแอบบอกไกด์ว่าลุงเค้าหลับอ่ะค่ะ เผื่อว่าเดี๋ยวนานไปจะเป็นอะไร (เป็นห่วงหรอกนะ) ลุงรีบบอกทันควัน ไม่หลับๆ  แหมๆ ลุงอ่ะ ตะกี้ยังกรนอยู่เลย ^^”

 

เนี่ยค่ะ ที่ลงไปนอนอาบทรายกัน...ที่จั่วหัวไว้ว่าวันนี้มีนู้ด ก็ลองเล็งดูได้ ^^  ตอนเข้าไปถ่ายถึงกับตะลึง 5555 ลุงเล่นแบ่งปันซูชิกันขนาดนี้ จะรอให้ลุงหุบก็ไม่หุบซักที เลยจำใจถ่ายมาหรอกนะ

นู้ด2 ของวัน...พออาบทรายร้อนเสร็จก็จะไปอาบน้ำ ตานี้ล่ะสิ ดันใช้พิธีการเดียวกัน คือห้ามใส่อะไรเข้าไป  ต๊ายตายๆๆ  ยิ่งถ้าใส่ยูกาตะเข้าไปจะโดนไล่ออกมาเลยทีเดียว ญี่ปุ่นเค้าก็โทงๆเดินกัน พี่ไทยอย่างเรามันไม่ชินนิ ถ้าแก้กันมาตั้งแต่เด็กๆคงจะไม่อายเท่าไหร่ งานนี้ก็เลยขอนุ่งผ้าเช็ดตัวเข้าไปก่อน ก่อนจะแยกย้ายกันเข้ามุมใครมุมมัน นู้ดกันตามสะดวก เฮ้ออ ไม่ต้องรอตัดสินใจคืนนี้ละว่าจะออนเซ็นรึป่าว ^^”

อาบทรายร้อนเสร็จสบายตัวดังเค้าว่า ก็นั่งรถไปกันต่อ คราวนี้ไปที่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่เรียกว่า จิโกกุ เมงุริ หรือบ่อน้ำแร่นรกทั้ง 8 ...จริงๆแล้วตอนอ่านรายการทัวร์คร่าวๆ รู้สึกว่าที่นี่ต้องอลังการมากๆ คือเค้าเขียนไว้ว่า “เป็นบ่อน้ำแร่ธรรมชาติที่มีสีสันตระการตา บ้างสีแดง บ้างสีฟ้า บ้างสีเขียว” ....โอ้โห ภาพในจินตนาการบรรเจิดขึ้นมาทันที บ่อเดียวมีน้ำพุ่งขึ้นมาหลายสียังกะพลุ มันต้องสวยมากๆแน่ๆ ที่นี่แหละที่เราหมายปอง ยะฮู้ ^^

พอไปถึง...ไม่ได้ถึงบ่อน้ำแร่ แต่ถึงบางอ้อแทน...มันมี 8 บ่อนี่เอง บ่อละสี เสร่อจริงๆเรา ^^” แอบผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็สวยดีเหมือนกัน เนื่องจากไปถึงก็เย็นแล้ว สรุปว่าได้ดูแค่ 3 บ่อ เห็นเค้าบอกว่าแต่ละบ่อลึกถึง 120 เมตร อุณหภูมิสูงถึง 98 องศา C ...อย่าได้ลองแหย่นิ้วลงไปเลยทีเดียว จะได้กินโอเด้งไทยในญี่ปุ่นทันที

บ่อแรกที่ไปดูเรียกบ่อโคลนเดือด มีอยู่หลายบ่อเหมือนกัน เป็นโคลนสีเทาๆเดือดปุดๆตรงกลาง เห็นภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า “Monk’s hell” เพราะโคลนที่เดือดปุดๆลักษณะคล้ายกับปุ่มบนเศียรพระพุทธรูปญี่ปุ่น ยืนๆดูแล้ว แลดูน่ากิน ราวกับ espresso art ก็ไม่ปาน ...สงสัยจะเริ่มหิวแล้วล่ะมั๊งเรา...

 


 
ถ่ายมาได้ปุ่มแค่เนี้ย ^^”

 


ดอกไม้ริมบ่อ

 


อีกมุมนึง..ปุ่มค่อยใหญ่หน่อย

บ่อต่อไปเรียกบ่อทะเลเดือด..บ่อนี้งามมาก เพราะเป็นสีฟ้าเหมือนน้ำทะเล ลึกถึง 150ม. อุณหภูมิ 98 องศา C  แต่ควันเยอะมากเช่นกัน ถ่ายรูปออกมามองไม่ค่อยเห็นสีฟ้าเลย

 


รอตั้งนานกว่าจะเห็นเสาแดง

 


อีกมุมนึง...อ่านไม่ออกแต่ก็ถ่ายมา

 


มุมนี้ค่อยฟ้าหน่อยนิ

ส่วนบ่อสุดท้าย ทัวร์ไม่ได้พาเดินไป แต่ด้วยความชอบออกนอกลู่นอกทางเลยพลัดหลงไปเจอเอง ^^ ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไร แต่บ่อนี้สีแดงได้ใจมากคับพี่น้อง

 

 

จบทริปวันแรก..พร้อมกับแรงหมดด้วย ที่ไกด์เชิญชวนนักหนาให้ไปออนเซ็นที่โรงแรม เพราะที่นี่ขึ้นชื่อมากๆ พอได้ขึ้นเตียงแล้ว อะไรก็ไม่น่าสนใจอีกต่อไป 555 ...ไหนๆพรุ่งนี้ก็มีออนเซ็นอีก ขอผลัดไปก่อนละกัน (ตามประสาคนไทย ชอบทำอะไรวินาทีสุดท้าย) วันนี้นู้ดมาเต็มที่ละ ขอไปพักก่อน ^^

ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ http://www.oknation.net/blog/Mothemon/gallery/38555

โปรดติดตามตอนต่อไปค้าบบบ....


 

โดย Mothemon

 

กลับไปที่ www.oknation.net