วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกาะพีพี มรกตอันดามัน กับ วันสบายๆ ของจ่าจินต์ (ตอน ๔)






ความเดิม ๓ ตอน

คลิกไปอ่านได้ที่เรื่องย้อนหลังค่ะ

 

       ตอนนี้อยากให้มีชื่อเฉพาะว่า "มาหยามิได้มายา" แหะ แหะ แค่ชื่อเรื่องก็ยาวเหลือเกินแล้ว เอาเป็นว่า แค่อยากบอกให้ทราบก็แล้วกันเน๊าะ  (จะว่า บ่น ก็ไม่ผิดนะเนี่ย ฮา.....)

ค่ะ.. จากเมื่อวานที่เราจอดเล่นน้ำกันที่ปิเละลากูน ขอเพิ่มเติมให้เป็นหลักวิชาการสักนิด กับเรื่องของลากูน 

ลากูน คือทะเลปิด ปิดอย่างไร เดี๋ยวเล่าให้ฟัง  อ้างถึงเว็บไซต์ฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่

 

http://www.krabi.most.go.th/index.php?option=com_content&task=view&id=39&Itemid=36

 

"... ลากูน หรือ ทะเลปิด คือ ภูเขาและเกาะส่วนใหญ่ในกระบี่ประกอบไปด้วยหินปูน ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือง่ายต่อการกัดเซาะของลม ฝน และน้ำทะเล ภายในเขาริมทะเลและเกาะหินปูนบางแห่งเกิดการยุบตัวลงกลายเป็นแอ่ง โดยมีโพรงหรือถ้ำติดต่อกับทะเลด้านนอก น้ำจึงไหลเข้าไปได้ กลายเป็นทะเลปิด หรือทะเลใน หรือลากูน (Lagoon) แบ่งออกเป็นสองแบบ คือ ลากูนที่มีน้ำอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ระดับน้ำจะเปลี่ยนแปลงตามทะเลด้านนอก เช่น ลากูนที่เขาพระนาง และลากูนที่ตื้นเมื่อน้ำขึ้นจะท่วมด้านใน แต่เมื่อน้ำลงจะกลายเป็นพื้นทรายปนเลน เรียกว่า tidal lagoon ลากูนประเภทนี้จะมีต้นโกงกางหรือพรรณไม้ชายเลนขึ้นอยู่ทั่วไป เช่น ลากูนที่เกาะห้อง..."

นำรูปของ ปิเละ ในวันที่น้ำขึ้น ที่เคยถ่ายรูปเก็บๆ ไว้ มาฝากค่ะ












เรามาเล่นอะไรถาม-ตอบกันดีกว่า


เกาะหมายถึงอะไร?   ++++ เกาะหมายถึง แผ่นดินและภูเขาที่มาน้ำล้อมรอบ ส่วนใหญ่น้ำนั้นจะเป็นน้ำเค็ม  เช่นเกาะพีพี


ลากูนหมายถึงอะไร? 
++++  ลากูนหมายถึง ทะเลปิด  น้ำเซาะภูเขา ให้เกิดเป็นโพรงถ้ำ น้ำไหลเข้าไปข้างใน แล้วติดต่อกับข้างนอกได้ เช่น ปิเละลากูน  


อ่าวหมายถึงอะไร? 
++++ อ่าวหมายถึง ทะเลที่ยื่นเข้าไปในผืนดิน


แหลมหมายถึงอะไร?
++++ แหลมหมายถึง พื้นดินที่ยื่นไปในน้ำทะเล


ที่ชวนเล่น เพราะจะนอกเรื่อง (ฮาฮา)  เคยมีเรื่องเล่าตลกๆ ว่าครูถามนักเรียนในห้องเรียน ประมาณคำถามเหล่านี้แหละ นักเรียนก็เก่ง ตอบกันได้ ทีนี้มาถึงคำถามสุดท้ายครูก็ถามว่า แล้วเหวล่ะ หมายถึงอะไร?  นักเรียน เงียบสักพัก ก่อนจะมีเสียงซุบซิบกันเบาๆ  มีคนใจกล้า ยกมือขึ้นตอบว่า.. เหว หมายถึงอากาศที่ทิ่มลงไปในดินครับ...แป่วแหว่ว..ฮา  ก็ว่ากันไปนะคะ ไม่ตอบนะ ข้อนี้ฝากไปคิดกันเอาเอง





เอาล่ะๆ  ออกเดินทางจากปิเละกันได้แล้ว  วันหน้ามาใหม่นะคะ   เรือมาหยุดที่ด้านหลังอ่าวมาหยา เฉกเช่นเดิม ใคร ใคร่ว่ายน้ำ ก็ว่ายไป ใครจะนั่งเรือยนต์ก็นั่งไปส่งยังฝั่ง วันนี้น้ำแห้ง (แต่ยังพอว่ายไปได้)  เพราะเป็นข้างแรมดังที่บอกไว้ข้างต้น เราสามารถเดินลอดช่องเขาเล็กๆ ข้ามไปยังที่อ่าวมาหยา










 

มาหยาวันนี้ไม่มีมายา 


ฟ้าหม่นมาหยาก็ยังคงงดงาม



หลายคนคงจำกันได้ เพราะเรื่องนี้กลายเป็นประวัติศาสตร์เพิ่มเติมของอ่าวมาหยาไปเสียแล้ว  พูดถึงมาหยาต้องพ่วงท้ายด้วย "เดอะ บีช"  

สมัยก่อนประมาณปี ๒๕๔๑ “ทเวนตี้ เซนจูรี่ ฟอกซ์-แซนต้า อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์ม” บริษัท สร้างหนังฟอร์มยักษ์ “เดอะบีช”  ได้มาใช้ที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำ ก็มีการฟ้องร้องกันเรื่องบริษัทฯ ดังกล่าวสร้างความเสียหายให้แก่ธรรมชาติ  จำได้ว่าล่าสุด ปี ๒๕๕๐ นี่ยังอยู่ในขั้นฎีกา เพิ่งเริ่มสืบพยานฟื้นฟูอ่าวมาหยาใหม่ คดีจบหรือยังไม่แน่ใจ แต่อ่าวมาหยาวันนี้ไม่ได้มีมายา เพราะเมื่อลมพัดเมฆมา มาหยาก็หม่นเศร้า  แต่กระนั้นมาหยาก็มิได้เงียบเหงา เพราะมีเสียงหัวเราะของนักท่องเที่ยวอยู่เป็นเพื่อน คืนนี้ มีนักท่องเที่ยวซื้อทัวร์แค้มปิ้งนอนที่มาหยามากถึง ๕๕ คน ซึ่งถือว่ามากสำหรับช่วงเพิ่งจะเริ่มไฮซีซั่นอย่างนี้

พรรค์นี้ค่ะ  ลอดจากฝั่งโน้น

ฝั่งนี้ เป็นพรรค์นี้



ภาพจากคุณแอนดริว ทริปพี่สุภาวรรณ ขอยืมเขามา




ทางเดินเลาะเลียบริมป่า ไปยังหน้าหาด




ภูเขาและแมกไม้ริมทาง



(สาวๆ อยู่ข้างๆ ไหงพี่จ่ามองสูงจัง)



(งานนี้ ไม่รู้ใครโชคดี ได้เป็นตากล้อง)




ช่วงที่เขาไปเดินเล่น  เล่นน้ำกันที่หน้าหาด อ่าวมาหยา สีน้ำฟ้ารอพี่จ่าและคณะทัวร์อยู่ที่เรือ พี่กำหนันก็นั่งอยู่ไม่ได้ขึ้นไปเดินด้วย หลังจากส่งคณะทัวร์เสร็จ  เรือก็ล่องมาด้านหน้าอ่าว เพื่อรอรับพวกเขากลับมา

สีน้ำฟ้ากับพี่กำหนันคุยกันเพลินไปเลย สองคนพี่น้องที่เพิ่งพบกัน สนิทสนมกลมเกลียว พอหยอกล้อกันได้  พี่กำหนันเอ้อ  ถ้าสีน้ำฟ้าเล่นแรง อย่าเคืองกันนิ..

ได้พักใหญ่แหละค่ะ ประมาณหนึ่งชั่วโมง ทางคณะทัวร์ก็กลับกันมา ส่วนใหญ่มาเรือยนต์  ที่พายคายัคกลับมาก็มี  ช่วงนี้คลื่นแรง  เรือเล็กมาจอดเทียบท้ายเรือใหญ่ ขึ้นลำบากหน่อย  เรือคายัคที่มาจอดเทียบ มีคนตกน้ำด้วย แต่ไม่อันตรายอะไร  สนุกกันเสียมากกว่า 



เย็นย่ำ.. วันนี้พระอาทิตย์พักเหนื่อย อยู่หลังม่านเมฆ ส่องแสงสีทองสุกปลั่งออกมาเพียงชั่วครู่ พอมิให้หลายคนที่รอคอยดูพระอาทิตย์ตกน้ำวันนี้เสียใจ






น้องๆ ในเรือ เริ่มเดินแจกข้าวผัดผักที่อร่อยที่สุดในโลก  หลังจากที่เล่นน้ำกันมาทั้งวัน  แม้จะมีผลไม้  สับปะรดกับแตงโม ไว้คอยเป็นอาหารว่าง เวลาอันยาวนาน ที่อ่าวมาหยาก็ทำให้ท้องหิวกันขึ้นมาได้อีก แต่เสียงโทรศัพท์จากฝั่ง ดังมา "สั่ง"  ห้ามกินอะไรกันเยอะ เพราะมื้อนี้เจ้จันทร์จ๋า ทุ่มทุนสร้าง เลี้ยงอาหารทะเลมื้อใหญ่ มีทั้งกุ้ง ปู ปลา  รออยู่แล้ว 



เอกชวนเราไปนั่งที่หัวเรือ รับลมเย็นๆ  เรือแล่นกลับเข้าฝั่งช้าๆ  ฟ้ากำลังจะมืด แสงสุดท้ายอ้อยอิ่งอำลา

 

เราสี่คน เอก พี่จ่า พี่กำหนัน สีน้ำฟ้า นั่งอยู่หัวเรือ ข้าวผัดผักหนึ่งจาน แต่ช้อนสามช้อน ตักกันคนละคำ สองคำ วันนี้ข้าวผัดของเอกที่เคยอร่อยที่สุดในโลกของสีน้ำฟ้า กลายเป็นอร่อยที่สุด ของที่สุดในโลก 

เอก เป็นคนเอาน้ำมาเสิร์ฟด้วยตนเอง หลังอาหารมีแตงโมแจก ก็หยิบกันคนละชิ้นสองชิ้น เรานั่งคุยกันอยู่สี่คน  นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอิจฉามิตรภาพของเรา เลยขอมานั่งหัวเรือด้วยอีกสอง สาม คน

มองไปข้างหน้า เห็นฝั่งอยู่ลิบๆ



เรื่องคุยเริ่มจากเรื่องการเมือง เรื่องวันพรุ่งนี้ของพี่จ่า เราพูดคุยกันหลายเรื่องราว  และเรื่องสุดท้าย เรื่องที่หนีไม่พ้นความเกรงใจ ที่พี่จันทร์จ๋า "ให้" เราทุกคน

พี่จันทร์จ๋าเป็นคนดี รักเพื่อน และเต็มใจให้พวกเรามากแค่ไหน พวกเรายิ่งเกรงใจกันเท่านั้น  มิใยที่พี่จันทร์จ๋าจะบอกว่า เห็นพวกเธอยิ้ม พี่ก็มีความสุข  พวกเธอ ทำไมไม่เข้าใจกันสักที..

เราเข้าใจนะพี่จันทร์จ๋านะ แต่เราก็ยังเกรงใจ  แหม..เจ้าของร้านอาหาร ทั้งเดินเสริ์ฟอาหาร เสิร์ฟน้ำให้เพื่อนๆ  พอเราจะช่วย พี่ก็บ่น เฮ้อ.. มันไม่ลงตัวๆ

ฮาฮา ช่องว่างระหว่าง เราคนธรรมดา กับพี่จันทร์จ๋า เจ้าของกิจการ ร้านอาหาร กับบังกะโลเนี่ย  ยังมีเรื่องให้เรา "รบ" กันอีกนานพี่ ยกเว้น พี่จะอยู่เฉยๆ ให้เราบริการมั่ง อิ๊อิ๊..

กลับมาถึงฝั่ง เลี่ยงทางผ่านร้านมาดามเรสโต้เพราะทุกคนตั้งใจอยากชำระล้างร่างกาย ก่อนจะไปรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งมื้อนี้มื้อใหญ่ เจ้าของร้านอาหารเตรียมไว้ซะหรูหรา จนเราบ่น พี่จ่ากินไปนิดเดียว อาหารที่วางเต็มโต๊ะ หมดแต่ปูกับปลา ส่วนกุ้งยังเหลือจานใหญ่ เต็มจาน

"รบ" กันเรื่องอาหารอีก  คราวนี้ "รบ" กันกลางโต๊ะนี่แหละ ฮาฮา  เรากลัวจะแพง พี่จันทร์จ๋าเจ้าของร้านก็ยืนยัน นั่งยัน ว่า สำหรับเธอแล้ว ต้นทุนไม่ได้แพงอะไรเลย ซื้ออาหารสดไว้ แถมยังเผื่อให้น้องๆ ในร้าน ทั้งแม่ครัว พนักงานอื่นๆ ได้รับประทานเท่าเทียมกันทุกคน ใช่แต่เราๆ ที่เป็นเพื่อน

ช่วงนี้ไม่มีภาพประกอบ เพราะกล้องชาร์จแบตกันอยู่ทั้งนั้นเลย

หลังอาหารมื้อใหญ่ (ซึ่งแต่ละคนรับประทานกันนิดเดียว) พี่จันทร์จ๋า แบกน้ำสีเหลือง สีแดง  ที่ผสมอัลกอฮอลล์ไปนั่งดื่มกันที่ชายหาดต่อ  

หาดนี้ชื่อโละดาลัม ความยาวของหาดประมาณเอาเองในใจ  น่าจะสองกิโลเมตร

เป็นรูปโค้งก้นกระทะ   คู่กับอีกหาด ที่เราเรียกกันว่าหาดหน้า  หาดต้นไทร  หลายคนคงได้ยินเขาเรียกกันว่า ทวินเบย์  อ่าวคู่    จำได้ไหม อ่าวหมายถึงอะไร  อ่าวหมายถึงทะเลที่ยื่นเข้าไปในผืนดิน  พีพีเป็นเกาะ  ส่วนประกอบของเกาะพีพี คืออ่าวคู่..

ฮาฮา อย่ามา "รบ" กันเรื่อง เกาะๆ อ่าวๆ ดีกว่าค่ะ ให้สีน้ำฟ้า งง กับชีวิต (จนน้านพ ผู้คอยตอบคำถามส่ายหัวแล้ว) คนเดียวดีกว่า



คืนนี้.. เป็นคืนที่ดาวเต็มฟ้า  ตอนแรกเริ่ม กะจะนั่งกันบนระเบียง ข้างสระน้ำ ของโรงแรมที่ป้าบลูอันดามัน เป็นผู้จัดการ  แต่เกรงใจ เพราะนี่เขาเลิกงานกันแล้ว เผื่อแขกในห้องพักเขาจะนอนไว เราเลยไปนั่งกันที่ชายหาด

แรกๆ ก็นั่งกันบนผืนทราย  ทำไม ทำมา ... ยกระดับ  จุ๊จุ๊ อย่าเอ็ดไป  เราแอบจิ๊ก  แหม.. ภาพพจน์เสียหมด  เอาเป็นว่า เราขอยืมละกันนะคะ  (ยิ้มเจ้าเล่ห์)  เราขอยืมเก้าอี้ชายหาด ของเจ้าของที่เขาไม่ได้อยู่ในที่นี้ (ฮาฮา)   มานั่งตีวงล้อมคุยกัน

คืนนี้สมาชิก มีน้านพ กระบี่ทูเดย์ เป็นหัวโจก  พี่กำหนัน เป็นรองประธาน  พี่จันทร์จ๋า เป็นปฏิคม  ป้าบลูอันดามันเป็นแขกรับเชิญพิเศษ (ป้าทำงานหนักกว่าใครเพื่อน มีเวลาให้เราน้อยจัง)  สีน้ำฟ้า เป็นตากล้องและนักสังเกตการณ์  เราโทรชวน

คุณกมล  ผู้จัดการธาราอินน์ รีสอร์ท  ซึ่งเป็นเพื่อนๆ ในก๊วนเดียวกันนี่แหละ  คุณกมลนี่ จ่อคิว จะเป็นบล็อกเกอร์หน้าใหม่เร็วๆ นี้แหละ  นั่งกันไป คุยกันไป  หนุ่มๆ ของเราไม่ใช่นักดื่มกันสักคน เบียร์คนละกระป๋อง ก็จอดแล้ว ที่แบกหนักมาจาก

ที่ร้านพี่จันทร์จ๋า ขากลับก็แบกกลับไปคืนหลายป๋อง  แขกพิเศษของเรา ชอบไวน์   ป้าบลูอันดามันได้ไวน์ หนึ่งลิตรมากอดเล่น ดื่มไปไม่กี่แก้ว ส่วนใหญ่จะหนักคุยกัน เรื่องสัพเพเหระ เรื่องแล้ว เรื่องเล่า ที่เราคุยกัน มีเสียงหัวเราะคละเคล้าเสียงคุย

ตลอดระยะเวลานับชั่วโมง  

ดึกพอสมควร น้ำค้างเริ่มลงจัด พี่จ่าเริ่มไปก่อนใครเพื่อน หลับแบบไม่เกรงใจใคร เนื่องจากไปไล่กอดปลาในทะเลมาหลายชั่วโมง  ไม่รู้พี่จ่าฝันดี หรือฝันว่าไล่จับปลาบ้างหรือเปล่า ลืมถาม เราปลุกพี่จ่า หลังจากเวลาอันสมควร เดินกลับสู่ที่พัก

ดีใจกับพี่จ่าด้วย เพราะคืนนี้พี่จ่าไม่เหงา มีพี่กำหนัน เป็นเพื่อน

สีน้ำฟ้าชี้ทางขึ้นจุดชมวิวให้พี่จ่า พร้อมกับแนะนำว่า จุดชมวิวมีสามจุด ขึ้นไปตอนเช้ามืด อาจจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น ที่จุดชมวิวที่สาม ใจจริงๆ อยากจะเป็นไกด์ให้ แต่ก็เหนื่อยมาหลายวัน อาจจะตื่นสาย พี่จ่าไปหาเพื่อนเอาข้างหน้าโล้ด..

ผ่านคืนโดยสีน้ำฟ้าไม่ฝันสักนิด





รู้ๆ คือนาฬิกาปลุก  เช้านี้ มีส่งลูกค้าขึ้นเรือ ไปเที่ยวเรือเช้า ต้องตื่นก่อน ส่วนใหญ่ลูกค้าของสีน้ำฟ้า จะได้รับของแถม คือขนมปัง เพื่อให้ไปรับประทานรองท้องเวลาหลังเล่นน้ำ ทุกคนจะหิวง่าย  ส่งลูกค้าเสร็จ พี่จ่าก็มาพร้อมเหงื่อเม็ดโป้งๆ

พี่จ่าตื่นเช้า ขึ้นเขาไปชมวิว





พี่จ่าตื่นเช้า แล้วรับฟังคำแก้ตัวของสีน้ำฟ้าเรื่องตื่นสายอีกรอบหนึ่ง  ว่า.. พี่น้องเอ๊ย..ตื่นไม่ไหวจริงๆ  เล่นนอนตีสอง ตีสาม ตื่นมาเปิดร้านตั้งแต่แปดโมงเช้า โดยไม่นอนพักกลางวันมาครึ่งเดือนเข้าไปแล้ว

ตรงนี้หมายถึงหน้าที่การงาน อันมาจาก "ไฮซีซั่น"  ไม่ได้หมายความว่าเอาเวลามารับรองเพื่อนจนไม่ได้หลับได้นอนนะคะ  ถึงจ่าไม่มา สีน้ำฟ้าก็ไม่ได้พักอยู่ดี


จริงๆ ต้องขอบคุณที่พี่จ่ามา เพราะทำให้สีน้ำฟ้าได้ไปนั่งเรือเล่น อู้งาน โดยน้านพไม่ว่า แถมยังชื่นชมซะอีก ที่สีน้ำฟ้าทำหน้าที่เจ้าบ้านได้ไม่ขาดตกบกพร่อง

ซึ่งงานนี้ขอบอกว่า มาตรฐานเดียวนะคะ  เพื่อนคนอื่นๆ มา ก็รับรองให้แบบนี้ค่ะ











ผลัดกันบ้าง พี่จ่าเล่าเรื่องขึ้นจุดชมวิวให้เราฟัง  เกรงใจอีกแล้ว หนีไม่พ้นเรื่องเกรงใจ พี่จ่า แอบหนีไปโซ้ย อาหารญี่ปุ่น อยู่บนจุดชมวิว ว่าด้วยเรื่องเกรงใจ และอารมณ์นักเขียน วันนี้สีน้ำฟ้าก็เลย ส่งพี่จ่าลงเรือไปลอยคอกลางทะเลอีกรอบ

ถามว่า ไหวไหม.. เจ็บเมื่อยเนื้อตัวบ้างไหม  เห็นว่าหมอนวดดี  พี่กำหนันพอมีฝีมือ วันนี้พี่จ่าเลยหายเคล็ดขัดยอก

เรือจะออกตั้งแต่เก้าโมงสิบห้า กลับมาอีกทีสี่โมงเย็น  ค่ะ เพื่อให้พี่จ่าได้มีเวลาส่วนตัว สีน้ำฟ้าให้พี่จ่าไปคนเดียว เพราะเริ่มคุ้นกับทะเลน้ำลึกแล้ว ไม่คุ้นยังไงไหว เมื่อวาน ออกทริปเรือของเอก พี่จ่าเล่นกินน้ำเค็มไปซะอิ่มแปร้ (ฮาฮา)





เราไปนั่งกินข้าวเช้ากันที่ร้านข้าวแกง ใกล้ท่าเรือ เพราะพี่กำหนันจะกลับวันนี้   เรือออกสิบโมงครึ่ง ยังพอมีเวลา ให้พี่กำหนันกับพี่จ่าล่ำลาอาลัยกันนิดหน่อย

สีน้ำฟ้ากับ พี่กำหนัน ส่งพี่จ่าจินต์ไปเที่ยว จากนั้นเหลือสีน้ำฟ้าส่งพี่กำหนันลงเรือกลับกระบี่




ฝูงปลา ที่ท่าเรือ



ไปกันซะหมดแล้ว สีน้ำฟ้ากลับมาประจำการณ์ที่สำนักงานตัวเอง  ทำงานเหนื่อยกว่าเที่ยวกับเพื่อนซะอีก แง๊ว!!

วันนี้เรือที่ไปชื่อบลูสกาย  ออกตั้งแต่ เก้าโมงสิบห้า กลับเข้าฝั่ง สี่โมงเย็น  ตากล้องประจำตัวไม่ไป พี่จ่ามีภาพมาฝากไม่มากกระมังคะ  เดี๋ยวกลับมาเล่าให้ฟังกันอีกทีนะ..



แล้วพบกันค่ะ



สีน้ำฟ้า

โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net