วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บทสนทนาในร้านตัดผม--เรื่องสั้น


บทสนทนาในร้านตัดผม

แก้มหอม

ผมตัดสินใจเดินเข้าไปร้านตัดผมร้านนั้น  เป็นเวลาเกือบหกเดือนที่ผมไม่เคยย่างกรายเข้าร้านตัดผม    มีเหตุผลหลายอย่าง      ยังหาร้านที่ถูกใจไม่ได้   อยากไว้ผมยาว   และเหตุผลที่หากว่าทุกคนคิดเหมือนผมแล้ว   ร้านตัดผมคงเจ๊งกันหมด   ผมอยากประหยัดเงิน

            ผมคิดเล่น ๆคนเดียวว่า   ปีหนึ่งตัดซะสองครั้งคงพอ  ประหยัดเงินไปได้เยอะเลย  แต่วันนี้นึกยังไงไม่รู้เหมือนกัน    ความจริงก็เดินผ่านไปแล้ว   พอเห็นว่าช่างตัดผมว่าง   ผมก็แวะเข้าไปทันที

            เจ้าของร้านเป็นผู้หญิง    ผมเดินผ่านร้านนี้หลายครั้งแล้ว   บางครั้งก็มีธุระที่จำเป็นต้องมาที่หน้าร้านนี้บ่อย ๆ    เนื่องด้วยที่หน้าร้านนั้นมีตู้หยอดน้ำดื่ม  อย่างที่เรียกกันว่า  น้ำดื่มอาร์โอ  ลิตรละหนึ่งบาท    ผมมาหยอดเหรียญเพื่อกดน้ำดื่มอาทิตย์ละครั้ง   ไม่แน่นอนว่าวันไหน    แล้วแต่ว่าน้ำหมดวันไหนก็มาวันนั้น

            ชีวิตในเมืองหลวง   แม้แต่น้ำก็ยังต้องประหยัด  

            ด้วยอัธยาศัยที่ดีเยี่ยมของเจ้าของร้านตัดผม    แกเคยยิ้มให้ผมตอนที่มากดตู้หยอดน้ำดื่ม   สองสามครั้งนี่แหละ     คงเป็นเพราะด้วยเหตุนี้ด้วยแหละที่ผมเลือกมาตัดผมร้านนี้  ประเมินจากสายตา   พี่เจ้าของร้านอายุคงประมาณสี่สิบกว่านิด ๆ    รูปร่างเล็ก   ท่าทางใจดี  ยิ้มแย้มอยู่เสมอ   ก็คงไม่ต่างไปจากร้านตัดผมที่มีช่างเป็นผู้ชาย    

            ผมคิดว่า  ความช่างพูดช่างคุย   ช่างซักช่างถาม  คงมีอยู่ในหลักสูตรของช่างทำผมทุกสถาบัน    คำถามแรกของเธอทำเอาผมนิ่งเงียบ   ไม่รู้จะตอบเธอว่าอย่างไร  

            “ใครแนะนำมาคะ”

            ผมยกมือขึ้นเกาหู   ทุกครั้งที่นึกอะไรไม่ออก  ผมมักจะทำอย่างนั้น

“เปล่าหรอกครับ....ผมมาเอง”

“ดีจังเลยค่ะ”

หลังจากนั้นเธอถามผมว่าตัดทรงไหนดี   ผมอยากให้มันยาวเท่าเดิม  แต่นึก ๆดูก็รำคาญเวลาที่มันตกลงมาปรกหน้าปรกตา  ยิ่งเวลานอนอ่านหนังสือด้วยแล้ว   รำคาญเป็นที่สุด   แต่ลึก ๆของจิตใจ   ผมก็ยังชอบไว้ผมยาวอยู่  มันเท่ดี

“เอาทรงที่พี่คิดว่าหล่อ ๆก็แล้วกันครับ”

“หล่อแน่นอนค่ะ  พี่รับรอง  แต่ช้าหน่อยนะ”

ผมอยากตอบเธอว่า  ไม่เป็นไรหรอกพี่   ฝนกำลังตก  ผมไม่รีบไปไหน   พี่ตัดช้า ๆก็ยิ่งดี  มันจะได้หล่อ ๆอย่างพี่ว่า   แต่ไม่รู้ทำไม  ปากของผมถึงไม่ขยับ   มีแต่ความเงียบ  เธอจัดการใช้กิ๊บหนีบผมของผมไว้   ไม่ต้องฉีดน้ำเพราะผมพึ่งสระผมออกมาจากหอพัก    มันยังเปียกอยู่นิด ๆ  แล้วกรรไกรกับมีดโกนของเธอก็ทำงาน   ผมยาว ๆของผมถูกหั่นถูกซอยจนผมใจหาย

“มายังไงคะ”

ผมเงียบไปหลายวินาที   สมองผมคงช้า   ไม่เข้าใจที่เธอพูดในทันที   แล้วต่อมาจึงเข้าใจ

“เดินมาครับ”

“ดีค่ะ”

“คือ...ผมพักอยู่ที่ซอยถัดไปนี้เอง”

“เหรอคะ...เข้าไปลึกมั้ย   ถึงร้านขายข้าวโพดต้มหรือเปล่า”

ร้านข้าวโพดต้ม ? ผมไม่เห็นมีร้านข้าวโพดต้มที่ไหน มันคงอยู่ในซอยลึกกว่าหอพักของผม

“ไม่ไกลหรอกพี่   นิดเดียวเอง”

“ลูกค้าของพี่ในซอยนั้นมีเยอะนะ”

“เหรอครับ”

เธอตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเธอ (บนหัวของผม)    ผมยาว ๆของผมถูกซอยออก      ตอนนี้มันกลายเป็นทรงที่สั้นขึ้น   รองทรงต่ำ  

“ผมสวยดีนะคะ    นุ่มดีใช้แชมพูอะไร”

ผมตอบยี่ห้อแชมพูที่ใช้   บทสนทนาของเราเริ่มยาวมากขึ้น   ผมคงหายประหม่าต่อคนแปลกหน้า  

“ความจริงผมมาที่ร้านนี้บ่อยนะครับ”

“เหรอคะ”

“ผมมาหยอดตู้น้ำดื่มน่ะครับ”

“อ๋อค่ะ

เธอคงจำรอยยิ้มที่เธอยิ้มให้กับผมไม่ได้  

“เราสองคนคงมีพรหมลิขิตต่อกัน    พี่เชื่อนะ   ขนาดน้องไม่เข้าร้านตัดผมตั้งนาน  ยังมาเลือกเข้าร้านพี่เลย   ผู้ชายถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญคงไม่ตัดผม”

ผมอยากจะพูดว่า   ผมไม่มีธุระสำคัญอะไรหรอกพี่   เดินผ่านร้านพี่แล้วไม่รู้ทำไมผมถึงเข้ามา  แต่ผมก็ไม่พูด  แต่พาลไปเล่าเรื่องของตัวเอง

“ความจริง   ผมตัดผมครั้งสุดท้ายตอนที่ผมแต่งงานครับ”

“จริงหรือคะ  หน้าตาอ่อน ๆแบบนี้แต่งงานแล้ว”

ผมหัวใจพองโตที่พี่เขาพูดแบบนั้น   หน้าตาอ่อน ๆ  ผมหัวเราะแล้วก็ตอบแกไปว่า

“ไม่อ่อนหรอกครับ   สามสิบสองแล้ว”

“จริงหรือคะ   ไม่น่าเชื่อ  แฟนน้องอาจจะเป็นลูกค้าของพี่ก็ได้”

“ไม่หรอกครับ  เธอทำงานอยู่ที่เชียงราย  แฟนผมท้องได้สองเดือนแล้ว”

“แหม !น่ารักจัง”

เธอทำงานของเธอใกล้เสร็จแล้ว   ใช้ไดร์เป่าผม   กรรไกรเล็มผมที่ยื่น ๆออกมาให้เข้ารูปเข้าทรง 

“ไม่รู้ว่าชอบใจหรือเปล่า   แต่ดูหน้าอ่อนลงตั้งเยอะเลยค่ะ   ชอบไหมคะ”

“ครับ   ก็ดีครับ   เบาหัวไปตั้งเยอะ”

หน้าผมในกระจกดูเด๋อ ๆยังไงพิกล   ผมสั้นลงไปกว่าที่ผมคิดไว้    อีกนานหลายเดือนกว่าที่ผมจะเข้าร้านตัดผมอีก  

“เท่าไหร่ครับ”

“หกสิบบาทค่ะ”

ผมหยิบกระเป๋าย่ามขึ้นมา   กระเป๋าตังค์อยู่ในนั้น  ล้วงแบงก์ร้อยยื่นให้เธอ

“เรียบร้อยดีนะคะ   พกกระเป๋าย่ามด้วย”

ผมยิ้ม  ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปดี   เธอทอนเงินให้ผมสี่สิบบาท  ยกมือไหว้ผม   ทำให้ผมรีบยกมือไหว้ตอบเธอทันที  ไม่กล้ามองเธอรีบเดินออกจากร้าน เสียงใสแจ๋วของเธอดังมาข้างหลัง

“ขอบคุณค่ะ”

 

เดินกลับมาจากทำธุระ   ฟากที่ผมเดินอยู่จะต้องผ่านร้านตัดผม   ผมเห็นร้านเธอยังเปิดอยู่

ตัดสินใจเดินข้ามไปอีกฟากถนน    พยายามไม่มองไปทางร้านนั้น    ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า   ในใจผมกลัวเรื่องอะไร

 

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net