วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นาฏศิลป์ไทย ๑ ว่าด้วย การรำคู่


                                  รำดาบสองมือ

         ที่มาของภาพ:หนังสือวิพิธทัศนา, สถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ (๒๕๔๒, ๔๒)

 

                                       การรำคู่

การรำคู่   คือ  การรำที่ใช้ผู้แสดง   คน   ลักษณะการรำคู่มี   ประเภท  คือ การรำคู่เชิงศิลปะการต่อสู้   และการรำคู่ชุดสวยงาม

 

            .   การรำคู่เชิงศิลปะการต่อสู้  เป็นการรำที่ไม่มีบทร้อง  ผู้รำทั้งคู่ต้องมีท่ารำที่สัมพันธ์กันอย่างดีในเชิงศิลปะการต่อสู้ที่หวาดเสียวกับความสวยงามในทางนาฏศิลป์ เป็นการอวดลีลาท่ารำ  เพราะการต่อสู้มีทั้งรุกและรับผู้แสดงทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันด้วยลีลาคนละแบบ  ดังนั้นผู้แสดงจึงต้องฝึกทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน มักใช้แสดงสลับฉาก หรือในโอกาสต่างๆตามความเหมาะสม ได้แก่รำกระบี่กระบอง  รำดาบสองมือ  รำทวน  รำโล่  รำดาบ  รำกริช  เป็นต้น

 

            .  การรำคู่ชุดสวยงามคนมักนิยมดูกันมาก    เพราะเป็นร่ายรำตามบทร้อง หรือที่เรียกว่า  การรำใช้บท   หรือรำทำบท  หมายถึง  การใช้ลีลาท่ารำตามบทที่วางไว้ทำให้ท่ารำมี  ความหมายตามบท ในการแสดงรำคู่นี้ผู้แสดงจะรำคนละบทลีลาท่ารำจะแตกต่างกัน  มุ่งเน้นแสดงลีลาการร่ายรำอย่างสวยงามตลอดทั้งชุด  เช่น  รำรจนาเสี่ยงพวงมาลัย  รำหนุมานจับสุพรรณมัจฉา  รำพระลอตามไก่    พระรามตามกวาง   หนุมานจับนางเบญจกาย    เมขลารามสูร    ทุษยันต์ตามกวาง รถเสนจับม้า รำประเลง รำกิ่งไม้เงินทอง  เป็นต้น

 

 

                        รำดาบสองมือ

 

          รำดาบสองมือ     เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของไทยมาแต่โบราณ   ผู้ใช้ดาบเป็นอาวุธต้องมีความชำนาญในการใช้ดาบของตนฟาดฟันคู่ต่อสู้  และรับรองป้องกันอาวุธจากฝ่ายศัตรูด้วยความคล่องแคล่วว่องไว  ประเพณีการต่อสู้ด้วยอาวุธต่างๆ  นี้ ก่อนที่จะต่อสู้จะต้องรำไหว้ครูด้วยลีลาสง่างาม  ตามเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละคน  ต่อจากนั้นจึงเริ่มต่อสู้กันอย่างจริงจัง

 

                                                   เมขลารามสูร

          ที่มาของภาพ : หนังสือวิพิธทัศนา, สถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ (๒๕๔๒, ๘๖)

 

 

      เมขลารามสูร

 

            นางเมขลา  เทพธิดารักษามหาสมุทร  มีแก้วมณีประจำกาย  ครั้นถึงวสันตฤดูก็ออกจากวิมาน  ไปร่วมร้องรำอย่างสำราญกับเทพบุตรเทพธิดา  ฝ่ายรามสูรเป็นอสูรเทพบุตรเหาะผ่านมาเห็นนางเมขลาโยนแก้วมีแสงสวยงาม  ก็อยากได้ดวงแก้วนั้นจึงขอดวงแก้ว  แต่นางเมขลาไม่ยอมให้และโยนดวงแก้วล่ออยู่ไปมา รามสูรโกรธจึงขว้างขวานเพชรไปยังนางเมขลา ทำให้เกิดเสียงกัมปนาทหวาดไหว  จึงเกิดเป็นตำนานฟ้าแลบฟ้าร้องขึ้น

 

                          รถเสนจับม้า

       ที่มาของภาพ : หนังสือวิพิธทัศนา, สถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ (๒๕๔๒, ๙๐)

                                                    รถเสนจับม้า

 

            การแสดงชุดรถเสนจับม้า อยู่ในละครเรื่องรถเสน ซึ่งกล่าวถึงรถเสนเป็นโอรสของท้าวรถสิทธิ์ กับนางสิบสองคนสุดท้อง  คือ  นางเภา   ท้าวรถสิทธิ์ได้นางยักษ์สันธีเป็นชายา   จึงจับนางสิบสองไปขังไว้ในอุโมงค์มืด  แล้วควักลูกตา  ต่อมารถเสนตีไก่ชนะราชทูตต่างเมือง  ท้าวรถสิทธิ์จึงโปรดปราน  นางสันธีอิจฉาจึงแสร้งทำป่วยไข้     แล้วออกอุบายให้รถเสนไปนำมะม่วงหาวมะนาวโห่ที่เมืองคชบุรีมารักษา  รถเสนจึงทูลลาออกไปจับม้าเพื่อเดินทางต่อไป 

          การแสดงชุดนี้  ความงดงามในศิลปะอยู่ที่กระบวนลีลาท่ารำอันสง่างามของผู้แสดงเป็นรถเสน  และผู้แสดงที่เลียนแบบอิริยาบถของม้า  จัดเป็นการแสดงที่น่าชมอีกชุดหนึ่ง

โดย ครูอัษ

 

กลับไปที่ www.oknation.net