วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักเรียบนนับพันแห่ดูหนังที่โรงหนังบ้านนายสาฑิตย์ วงศ์หนองเตย


เปิดมุมมองวิทยาศาสตร์ด้วย“หนังวิทยาศาสตร์”
ประสบการณ์จากโรงเรียนห้วยยอด อำเภอห้วย จังหวัดตรัง

ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 บรรยากาศการดูหนัง

บรรยากาศการดูหนัง

บรรยากาศการดูหนัง

บรรยากาศการดูหนัง

******************************

ในโรงเรียนต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นระดับประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษา มีวิชาเรียนหลายวิชา
ที่เวลาคุณครูสอนในห้องเรียนแล้วมักจะเป็นยาขมกับเด็กๆ เสมอ

หนึ่งในนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่า “วิทยาศาสตร์” คือวิชาที่อยู่ในอันดับต้นๆวิชาหนึ่งด้วย

เด็กๆจำนวนมากขยาดกลัววิชานี้ไปด้วยความคิด ความเชื่อ ที่ฝังหัวมาแต่เดิมว่า
วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยากเกินการความเข้าใจ ทั้งๆที่บางคนแทบไม่ได้เรียนรู้
อย่างจริงๆจังๆ

การสร้างกระบวนการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้สนุก และสอดคล้องกับชีวิตจริง เพื่อ
สร้างแรงบัลดาลใจ และทัศนคติที่ดีให้กับเด็กๆในเบื้องต้น จึงเป็นภาระที่คุณครูที่สอนวิชา
ด้านนี้ต้องคิดกันแล้วคิดกันอีก

อย่างครูวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนห้วยยอด อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ก็ตระหนักในปัญหาที่
เกิดขึ้นเป็นอย่างดี จึงพยายามคิดค้นอยู่ตลอดว่าจะมีวิธีการใดบ้างที่จะสามารถทำให้เด็กๆ
หันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น

กระทั่งเมื่อสบโอกาสที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัด
โครงการเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 5 ออกสัญจรฉายตามศูนย์
ต่างๆทั่วประเทศ โรงเรียนห้วยยอดจึงขันอาสารับหน้าเสื่อเป็นศูนย์ฉายภาพยนตร์ดังกล่าว
อีกศูนย์หนึ่งอย่างไม่ลังเล เพราะคิดว่านี่อาจเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เด็กๆไม่คิดว่า
วิทยาศาสตร์เป็นยาขมอีกต่อไป

                                                                                     อาจารย์สมพร ทองศักดิ์

หลังจากประสานงานกันอยู่หลายครั้ง เตรียมงานกันอยู่หลายวัน ศูนย์ฉายภาพยนตร์แห่งนี้ก็เริ่ม
ติดเครื่องจัดฉายหนังเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2552 ที่ผ่านมา กระทั่งย่างเข้าสู่วันที่สามโรงหนังที่
โรงเรียนแห่งนี้ก็สามารถทำหน้าที่ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์

อาจารย์สมพร ทองศักดิ์ หนึ่งในคณะครูที่เป็นโต้โผกิจกรรมครั้งนี้ เล่าว่า จัดฉายหนังมาสามวัน
ผลที่ออกมาเป็นตามเป้าหมายที่วางไว้  เพราะได้รับการตอบรับจากโรงเรียนโรงอื่นๆเป็นอย่างดี
ส่วนเด็กในโรงเรียนห้วยยอดเองก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

“มีเด็กนักเรียนจากโรงเรียนอื่นๆที่เราเชิญไปเข้าชมหนังเป็นรอบๆ คล้ายๆเป็นรอบเหมาของ
โรงเรียนนั้น โรงเรียนนี้ ซึ่งก็มีเด็กมาดูเต็มห้องทุกครั้งที่คุณครูโรงเรียนนั้นๆจองที่นั่งมา ส่วนเด็ก
ในโรงเรียนห้วยยอดเอง เราก็จัดแบ่งให้ดูเป็นรอบๆพร้อมกับฉายผ่านระบบเคเบิ้ลไปยังห้องโสตฯ
อีกสามห้อง เพื่อให้นักเรียนสามารถดูกันอย่างทั่วถึง ฉายรอบหนึ่งๆมีนักเรียนได้ดูกันประมาณสี่ร้อยคน” อาจารย์สมพร เล่าอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหาสาระของภาพยนตร์ที่ทาง
สสวท. คัดเลือกมาจัดฉายว่าพอใจและมีส่วนช่วยในการกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเป็นอย่างมาก

“แม้เนื้อหาของหนังจะไม่ตรงกับเนื้อหาสาระในวิชาวิทยาศาสตร์ที่ทำการเรียนการสอนอยู่ใน
โรงเรียนเสียทีเดียว แต่คุณครูวิทยาศาสตร์ทุกท่านก็เข้าใจได้ว่านี่เป็นหนัง ไม่ใช่แบบเรียน เพราะ
ฉะนั้นแค่นวัตกรรมการเรียนรู้ตัวนี้สามารถดึงดูดและกระตุ้นให้เด็กเกิดจินตนาการ เกิดความกระหาย
ใคร่รู้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งตรงนี้ เมื่อเราใช้วิธีการประเมินจากกิจกรรมหลังหนังแต่ละ
เรื่องจบ พบว่าส่วนใหญ่ของหนังที่จัดฉายสร้างการตื่นตัวในการเรียนรู้ให้เด็กที่มาร่วมเป็นอย่างมาก
จะมีหนังอยู่ส่วนน้อยเท่านั้นที่เอาเด็กไม่อยู่ ซึ่งผมว่าตรงนี้เราสามารถแก้โดยการนำเด็กหรือคนที่
มีีช่วงวัยไล่เลี่ยกันมีส่วนร่วมในการคัดเลือกหนังด้วย”

อาจารย์สมพร ไม่ได้เล่าให้ฟังแบบลอยๆ ทว่าคำบอกเล่าของนางสาววัลลภา เบญจกุล หนึ่งใน
นักเรียนที่มีโอกาสเข้าชมและร่วมเป็นทีมพี่เลี้ยงในกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลัง
จากดูหนังจบเป็นอย่างดี

“ดูหนังแล้วสนุกค่ะ ไม่เบื่อ เพราะบางเรื่องก็เป็นหนังการ์ตูน มีมุขตลกแทรกกับการให้ความรู้  ดูแล้ว
ทำให้หนูเข้าใจเรื่องบางเรื่องที่ไม่เคยรู้ อย่างเรื่องที่เกี่ยวกับโลมาและไดโนเสาร์ หนูก็ได้เข้าใจใน
ลักษณะและวิถีชีวิตของพวกมันมากขึ้น หนูชอบหนังสองเรื่องนี้มาก” นางสาววรรลภา หรือ “น้องบิว”
กล่าวอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะสะกิดให้ฮิโรชิ นากาฮารา ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ผู้เป็นเพื่อนที่ดูหนังด้วยกัน
พูดบ้าง

“สำหรับผม ชอบหนังที่ว่าด้วยเรื่องหุ่นยนต์ครับ เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบหุ่นยนต์อยู่แล้ว พอมาดูหนัง
ก็ทำให้เข้าใจกลไกของมันมากขึ้น ยิ่งหนังไม่ยาวเกินไปนัก แต่สามารถอธิบายรายละเอียดของกลไก
ต่างๆ ก็ยิ่งทำให้ผมสนใจเรื่องหุ่นยนต์มากยิ่งขึ้น ” ฮิโรชิ หรือที่เพื่อนๆในโรงเรียนเรียกกันสั้นๆว่า “ชิ ”
บอกกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำไม่มีสำเนียงญี่ปุ่นเจือปนสักนิด

                                                                                                นางสาววัลลภา เบญจกุล

                                                                                                         ฮิโรชิ นากาฮารา

เช่นเดียวกับนางสาวสุทธิรัตน์ ดำเดิม หรือ “น้องเจน”  ที่เมื่อดูหนังแล้วก็รู้สึกสนุกและสามารถเข้าใจ
เรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่ไม่เคยรู้มากยิ่งขึ้น

“หนูสนใจหนังที่อธิบายเกี่ยวกับรังสีคอสมิก และเรื่องยานอพอลโล่ 11 ค่ะ  อย่างเรื่องที่เกี่ยวกับ
ยานอวกาศนี่ หนูดูสนุกมาก เพราะทำให้หนูรู้ว่าพอไปอยู่บนนั้นแล้วเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ต้องทำ
อะไรบ้าง ซึ่งเมื่อก่อนหนูจินตนาการไม่เคยออก ที่สำคัญหลังจากดูหนังแล้วทำให้หนูรู้ว่าสิ่งที่อยู่
รอบๆตัวเราล้วนเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเกิดเมฆฝน หรืออะไรอีกหลายอย่าง
ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของเรา” น้องเจนเล่าอย่างเขินๆแต่เจือปนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

ด้าน “น้องเฟิร์น” หรือเด็กหญิงภัทราภรณ์ พูดเพราะ เล่าว่า ตัวเธอนั้นต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงใน
กิจกรรมครั้งนี้ด้วย จึงดูหนังได้ไม่ปะติดปะต่อนัก แต่ที่รู้สึกประทับใจมากก็คือฐานกิจกรรมที่ สสวท.
นำมาจัดกิจกรรมควบคู่ไปด้วย เพราะเล่นสนุกและได้ความรู้

“กิจกรรมแต่ละฐานเฟิร์นรู้สึกว่า เพิ่มทักษะการคิดให้เฟิร์นและเพื่อนๆได้เข้าใจวิทยาศาสตร์เรื่องต่างๆ
มากขึ้น แม้แต่ละฐานจะมีพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมเล่นน้อยจนต้องแย่งกันเล่นก็ตาม” น้องเฟิร์นกล่าวอย่าง
เสียดาย ก่อนจะกล่าวขอบคุณ สสวท. ที่จัดเทศกาลหนังวิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ครั้งนี้ขึ้นมา

“ต้องขอขอบคุณทาง สสวท.มากค่ะ ที่จัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้น เพราะทำให้พวกหนูสามารถเรียนรู้
เนื้อหาสาระด้านวิทยาศาสตร์ได้อย่างไม่เบื่อ ถ้ามีการจัดกิจกรรมในปีหน้าอีก หนูอยากให้เพิ่ม
การฉายไปตามโรงเรียนด้อยโอกาสต่างๆให้มากยิ่งๆขึ้น” น้องเฟิร์นกล่าวฝากถึงเจ้าของโครงการ
ซึ่งสอดคล้องกับทัศนะของอาจารย์สมพรที่บอกว่า ทาง สสวท.ควรเพิ่มศูนย์ฉายตามภูมิภาคต่างๆ
ของประเทศให้มากกว่า 29 แห่งที่มีในปีนี้

                                                  ภัทราภรณ์ พูดเพราะ(ชุดเนตรนารี) และ สุทธิรัตน์ ดำเดิม

“อย่างปีนี้ โรงเรียนที่อยู่ไกลออกไปจากศูนย์ฉายที่โรงเรียนห้วยยอด ผมก็ไม่กล้าเชิญเขามา เพราะ
นอกจากเดินทางลำบากแล้ว ระยะเวลาเพียง 3 วันที่เราจัดฉาย ก็กลัวว่าจะรองรับนักเรียนจากโรงเรียน
ต่างๆไม่พอ ถ้า สสวท.เพิ่มศูนย์ฉายขึ้นมาอีกจะเป็นการดีมาก เพราะสื่อที่เป็นภาพเคลื่อนไหวและมี
เสียงประกอบเหล่านี้มีอิทธิพลต่อเด็กในปัจจุบันมาก ถ้าพวกเขามีโอกาสเข้าถึง สื่อเหล่านี้ก็จะสร้าง
จินตนาการ และกระตุ้นให้เด็กมีวิธีคิดเชิงบวกต่อความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ขึ้นมา” อาจารย์กล่าวปิดท้าย


กิจกรรมเสริมด้านวิทยาศาสตร์

กิจกรรมเสริมด้านวิทยาศาสตร์

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net