วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธปท. ทิ่มหมัดตรงใส่ นายแบงก์ ชอบอ้าง ( เครดิตบูโร )งดปล่อยสินเชื่อ


 


แบงก์ชาติทิ่มหมัดตรงใส่นายแบงก์ ชอบอ้าง "เครดิตบูโร" งดสินเชื่อ
   
 
รียบเรียงจาก : สยามธุรกิจ
ประจำวันที่ : 6 มิ.ย. 50


แบงก์ชาติอ้างแบงก์ไม่ปล่อยเงินกู้ให้ลูกค้า ไม่ได้ดูข้อมูลเครดิตเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีนโยบายไม่ปล่อยสินเชื่อ แล้วหาข้ออ้างไม่ได้จึงโยนบาปให้เครดิตบูโร แนะแบงก์ควรปล่อยกู้ให้พวกที่ใช้หนี้ครบ ไม่ใช่ดูแบล็กลิสต์เพียงอย่างเดียว ส่วนผู้ค้าอสังหาริมทรัพย์หนุนร่นระยะเวลาแบล็กลิสต์จาก 3 ปี เหลือ 2 ปี


นายเกริก วณิกกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่จะเสนอให้มีการปรับปรุงการจัดทำข้อมูลในเครดิตบูโร เพื่อยกเลิกแบล็กลิสต์ หรือปรับปรุงให้การปล่อยสินเชื่อง่ายขึ้น ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวว่าในความเป็นจริงแล้ว การที่เครดิตบูโรมีการจัดเก็บข้อมูล เป็นเวลานานในระดับหนึ่ง จะทำให้ธนาคารพาณิชย์มีข้อมูลที่ชัดเจนในการพิจารณาประวัติการใช้สินเชื่อของลูกหนี้ ส่วนจะมีการพิจารณาอนุมัติให้สินเชื่อหรือไม่นั้น ก็ไม่ได้ขึ้นกับข้อมูลในเครดิตบูโรเพียงอย่างเดียว แต่กลับขึ้นอยู่กับนโยบายการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์แห่งนั้นมากกว่า

“ตามข้อเท็จจริงแล้วการพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้ ที่เคยเป็นหนี้เสียมาก่อน ก็สามารถทำได้ หากลูกหนี้รายนั้นกลับมาเป็นหนี้ดีได้ เมื่อมีการชำระหนี้เดิมจนครบ ไม่ควรจะมีปัญหาในการให้สินเชื่อใหม่ เพราะในสายตาของแบงก์ชาติมองว่า ลูกหนี้เหล่านี้เป็นลูกหนี้ที่ควรให้สินเชื่อด้วยซ้ำไป เนื่องจากเป็นลูกหนี้ที่กลับตัวเป็นคนดีไม่ใช่กลายเป็นลูกหนี้ที่ประวัติไม่ดี จึงไม่ควรตัดสิทธิ์ในการปล่อยสินเชื่อเขา” ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

ส่วนกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ค่อยปล่อยสินเชื่อปีนี้นั้น อาจจะไม่ได้เกิดจากการพิจารณาประวัติตามเครดิตบูโรอย่างเดียว แต่เป็นการตัดสินใจของธนาคารพาณิชย์เองมากกว่า เพราะธนาคารพาณิชย์อาจจะไม่อยากปล่อยสินเชื่ออยู่แล้วสำหรับบางธุรกิจหรือบางอุตสาหกรรม เมื่อพิจารณาแนวโน้มการชำระหนี้ของลูกหนี้รายบุคคล ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจในอนาคต หรืออาจเห็นว่าช่วงนี้ไม่ควรมีนโยบายปล่อยสินเชื่อบุคคล ดังนั้น เมื่อธนาคารพาณิชย์ไม่พิจารณาปล่อยสินเชื่อเพิ่มให้ แต่ไม่อยากจะบอกความจริง จึงพยายามอ้างกรณีเครดิตบูโร เป็นเหตุผลหลักที่จะไม่ปล่อยแบงก์ชาติเปิดทางลูกหนี้ถูกแบล็กลิสต์กู้ใหม่ได้

การจะปรับเปลี่ยนเกณฑ์จัดเก็บข้อมูลเครดิตบูโรใหม่หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะประวัติลูกค้าไม่ได้ชี้วัดว่าจะได้รับอนุมัติ แต่การจะอนุมัติหรือไม่ขึ้นอยู่กับนโยบาย เลือกปล่อยให้บางภาคธุรกิจ บางครั้งประวัติดีก็ขอกู้ไม่ได้ เพราะธนาคารไม่อยากปล่อย หรือลูกค้ามีรายได้ไม่เหมาะสมกับการกู้ แต่มักจะอ้างว่าติดแบล็กลิสต์ ธนาคารดูข้อมูลเครดิตบูโรแค่ประวัติในการชำระหนี้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ใช้เป็นหลักในการตัดสินอนุมัติเพราะการอนุมัติ จะดูความสามารถในการชำระคืนและข้อมูลอื่นๆ ด้วย ฉะนั้นลูกหนี้ที่เคยเสียมาก่อนไม่ควรจะมีปัญหาในการขอสินเชื่อใหม่

นางสิริพร อำพันวงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการธุรกิจรายย่อย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ในการวิเคราะห์ พิจารณาอนุมัติสินเชื่อรายย่อยของลูกค้าบุคคลของธนาคารนั้น ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติเป็นข้อมูลเพียงส่วนหนึ่งที่ธนาคารใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ นอกเหนือจากข้อมูลอื่นๆ ของผู้กู้ที่ธนาคารกำหนดไว้ในเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม ในแง่ของระบบข้อมูลของศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หากมีการเก็บข้อมูลด้านประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าที่ครบถ้วน และยาวนานพอสมควร ก็จะเป็นประโยชน์ต่อธนาคารพาณิชย์ในแง่ของการวิเคราะห์สินเชื่อ

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า เครดิตบูโรทำหน้าที่ถูกต้องอยู่แล้ว แต่การเก็บข้อมูลของลูกค้าไม่เกิน 3 ปี เห็นว่าเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป ซึ่งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวควรจะมีการผ่อนคลายตามสถานการณ์ในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งอาจลดระยะเวลาลงมาเหลือ 2 ปีก็ได้โดยไม่ต้องไปแก้กฎหมาย



Updated : 6/6/2550
Last updated : 6/6/2550


เรียบเรียงจาก :
สยามธุรกิจ ฉบับที่ 799 ประจำวันที่ 6-6-2007 ถึง 8-6-200
 
   
     
 
 
 
 

โดย ความทุกข์หนี้บัตรเครดิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net