วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เชื่อมั้ย? ที่นี่แหละ เกาะพีพี [ตอนที่ ๑]






 

   สวัสดีค่ะ เพื่อนบล็อกเกอร์ที่รักทุกท่าน  สีน้ำฟ้าพอมีเวลาขอเล่าเรื่องชีวิตประจำวันให้อ่านกันอีกค่ะ  เป็นเกาะพีพีอีกมุมมองหนึ่งที่เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยเห็น  รับรองว่าต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ภาพถ่ายเยอะหน่อยนะคะ แทบจะไม่ตัดเลยจากทั้งหมดเกือบสามร้อยภาพค่ะ.. เริ่มเดินกันตอนเที่ยงครึ่ง..โอ้โห แดดบ่ายกำลังจัดจ้าได้ที่  ร้อนจนผิวไหม้ แน่ๆ

เอ้า..เพื่อให้ได้เรื่องมาอัพบล็อก.. เดินค่ะ เดิน.. ใครที่สนใจก็ตามกันมา








แหะ แหะ ก่อนไปขอพล่ามอีกนิ๊ดได้ไหมเนี่ย  คือ...คิดไม่ถึงเหมือนกันว่า ทำไมวันนี้น้านพเฮี้ยนจัด ชวนไปเดินเล่น สงสัยพี่ทั่นจะเมาแดดบ่าย ชวนปิดร้านไปเดินเล่น


อาฮะ.. หน้าทัวร์ หรือไฮซีซั่นนี่แหละ ชวนกันปิดร้าน ไปเดินสำรวจเกาะพีพี



สีน้ำฟ้ามาอยู่ทีหลังน้านพตั้ง.. สิบกว่าปี  น้ามาประมาณยี่สิบปีก่อน (ประมาณ สองพันห้าร้อยสามสิบเอ็ด)  ฮิฮิ อย่าถามนะคะ ว่าตอนนี้น้าอายุเท่าไหร่ รับรองว่ายังหนุ่ม ยังแน่น ผิวงี้ ขาว เนียน ใส กว่าสีน้ำฟ้าผู้เพิ่งมาอยู่ได้เพียงเจ็ด แปดปีนี่เอง.. 


เคล็ดไม่ลับ ผิว ขาว ใส เนียน เริ่ด สะแมนแตน ก็คือ .. น้าไม่ได้ออกไปไหนไกลจากหน้าจอคอมพ์เล้ย  คือ ประมาณว่า อย่าคิดว่าเดินไปไหนไกลกว่าสำนักงานนะคะ  เขาไม่ค่อยเดินไปไหนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เลยล่ะ


ฮาฮา นอกเรื่องๆๆ  กลับๆๆ  กลับมาเข้าเรื่องกันค่ะ (แบบว่า ถ้าใครได้พบน้านพแล้วจะรู้ว่า มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ตกใจ จริงๆ นะ กับการที่น้าปิดร้าน พาไปเดินเล่นเนี่ย)


ไปค่ะๆ  ไป ไป.. ประมาณว่าไม่ต้องให้พูดซ้ำ สีน้ำฟ้า รีบปิดคอมพ์  เก็บของ เตรียมน้ำดื่มใส่กระเป๋าเป้  เตรียมกล้องถ่ายรูป มือถือ .. มายืนแป้นแร้นรออยู่ทางเดินหน้าบ้านเลยล่ะ






เราเดินออกจากสำนักงาน ไปทางข้างหลัง.. ผ่านร้านค้า เกสท์เฮ้าส์ บังกะโลไปเดินขึ้นบันไดสูงๆ ที่ อัพฮิลล์คอทเท็จ (ชื่อกิจการบังกะโลและห้องพักให้เช่า)  แหะ แหะ มิไ้้ด้โฆษณานะคะ แบบว่าเป็นทางหัวเลี้ยวสำคัญ 

ไม่โฆษณาจริง จริ๊ง  ว่านี่แหละ ของบล็อกเกอร์จันทร์จ๋า ที่พี่จ่าจินต์มาพักน่ะค่ะ และตามเจตนารมย์พี่จันทร์จ๋า.. หากแขกไปใครมาเชิญที่นี่ได้เลย  หากช่วงไหนที่ฟรีได้.. ฟรี  หากช่วงไหนที่ไม่สามารถฟรี เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่าย ก็คิดราคากันลดให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะสามารถค่ะ
 






เลี้ยวซ้ายค่ะ  ผู้หญิงหรือผู้ชาย เลี้ยวทางเดียวกัน  ขืนเลี้ยวขวา เข้าบ้านพี่จันทร์จ๋า ไปนั่งเล่นเน็ต  ไปนั่งเม้าส์กัน อดเที่ยวแน่ๆ 

ต้องขอแสดงความชื่นชมค่ะ คนแถวนี้ชอบต้นไม้  ปลูกไม้ดอก ไ้ม้ประดับกันริมทาง น่ารักค่ะ  ดอกเฟื่องฟ้าให้สีสันสดใส ชวนสดชื่นนักล่ะ  (แต่ดูแดดเหอะ  สัมผัสกันจากภาพนะคะ ไม่บ่นแล้ว.. ว่าร้อนแค่ไหน)







โอ๊ะ โอ.. ใครขวางทางกล้องกันเนี่ย ??










ขจัดสิ่งกีดขวางไปแล้วค่ะ อิอิ







ตรงนี้จะอ่างเก็บน้ำเก่า บางทีสีน้ำฟ้าก็เรียกเขื่อน น่าจะเหมือนกันนะ.. ใช้ภาษาผิดไหมเอ่ย.. ถ้าผิด ช่วยชี้แนะด้วยนะคะ


อ่างเก็บน้ำเหมือนทิ้งร้างๆ อยู่  ที่ว่าเหมือนทิ้งร้างๆ  เพราะว่าอ่างนี้เป็นอ่างที่ รอเก็บน้ำฝน  พอฝนไม่ตก น้ำก็ขาดแคลน ปัญหาใหญ่ ปัญหาภัยแล้งของเกาะพีพี  คราวหน้าจะเจาะลึกมาเป็นพิเศษค่ะ






"เรื่องน้ำ และ แหล่งน้ำ ทั้งหมดที่จะเล่าต่อไปนี้ อย่าถือเป็นข่าวนะคะ เป็นเพียงเรื่องเล่าที่ได้ยิน ได้ฟังมาเท่านั้น โปรดติดตามข่าวเจาะลึก โดยกระบี่ทูเดย์จะให้ข้อมูลที่แม่นยำกว่า"   สีน้ำฟ้าขอบอกเล่าปูทางคร่าวๆ ไว้เท่านั้นเอง


สังเกตกันนะคะ อ่างนี้กว้างมาก.. กล้องเก็บภาพได้ไม่หมด ก็เลยตัดต่อกับโปรแกรมโฟโต้ฉ็อป มาให้เห็นภาพรวมค่ะ พลาสติกปูพื้นสีดำๆ เพื่อกักเก็บน้ำ ร้อนมากนะคะนั่นน่ะ  เพราะตากแดดมานาน เรียกว่าถอดรองเท้าเดินลงไป เท้าพองได้เลยเชียวล่ะ


น้าเล่าว่า สมัยก่อนบนภูเขามีตาน้ำ น้ำไหลมา อ่างนี้จะเป็นที่เก็บกักน้ำ แต่ตอนนี้แล้งหนัก  น้ำบนภูเขาก็ไม่ไหลมาอีก รอเก็บแต่น้ำฝนอย่างเดียว..


รอบๆ อ่างเก็บน้ำก็มีบังกะโล  เกสท์เฮ้าส์  ห้องพักให้เช่า รายวัน อยู่หลายกิจการด้วยกัน ใกล้ๆ สันเขื่อนมีถังเก็บน้ำหนึ่งพันลิตรอยู่หลายถัง ตั้งเรียงรายอยู่ ตัวนี้ก็เป็นที่เก็บน้ำ โดยสูบจากเขื่อนมาเก็บในถัง แล้วปล่อยตามท่อไปยังผู้ใช้ในเกาะ 


ตอนนี้เราเสียค่าน้ำอยู่ยูนิตละสามสิบห้าบาท  แต่หากน้ำหมดจนถึงที่สุดแล้ว.. ทางผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของกิจการประปา เขาบอกว่าจะต้องบรรทุกน้ำจากฝั่งมา ซึ่งจะนำมาขายในยูนิตละ สามร้อยห้าสิบบาท  แต่หากกิจการไหนมีเงินมัดจำ  หรือน่าจะเรียกว่าแปะเจี้ยะ  รายละห้าหมื่น  เขาจะขายให้ในราคายูนิตละสองร้อยห้าสิบบาท 



ซึ่งการแก้ปัญหาที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงแนวนโยบาย เรื่องยังไม่เกิดนะคะ  ยังไม่ได้จ่ายกัน.. แต่อย่างไรก็ตาม ก็พยายามแก้ปัญหากันอยู่ 


ทุกวันนี้มีอีกเจ้าของกิจการอีกแห่งหนึ่ง สร้างเขื่อนขึ้นมาเอง มีโรงน้ำแข็งเอง เจ้านี้จะขายให้ผู้ประกอบการในราคาประมาณเก้าสิบห้าบาท (ถ้าจำไม่ผิด)   คือตอนนี้เราใช้น้ำยูนิตละสามสิบห้าบาทอยู่น่ะค่ะ  ก็เลยไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง  เคยถามเพื่อนๆ ผู้ประกอบการ แต่จำราคาไม่แม่นนัก


เราเริ่มต้นเดินกันสองคน  ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยงๆ  เดินกันไป คุยกันไป  ส่วนใหญ่น้าต้องหยุดรอ เพราะเป็นห่วง แม่นางสีน้ำฟ้าตัวกลมๆ จะเป็นลมกลางแดดไปเสียก่อน

ก็..ไม่ถึงกับเป็นลมค่ะ  หยุดถ่ายภาพเสียเป็นส่วนใหญ่ นานๆ มาที ต้องถ่ายภาพกันให้คุ้มว่าไหมคะ


เดินต่อจ้ะ.. เดินต่อ




ทางร่มรื่น ใช้ได้ทีเดียว

ปวดแสบมากนะคะ สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ออกแดดแรงๆ


ขอฝากไว้ว่า หากใครมาเกาะพีพี นอกจากเตรียมครีมกันแดด

เตรียมเสื้อแขนยาวมาไว้ก็ดี

ไม่งั้นแดดเผาผิว จะปวดแสบ ปวดร้อนมากค่ะ






ทางเดินกันรอบเขื่อน






เอ๊ะ .. ไหนว่าเกาะพีพีไม่มีรถยนต์วิ่ง

เชื่อเถอะค่ะ ว่ามีแล้ว  เดี๋ยวพาไปดูถนนหนทางค่ะ





เดี๋ยวๆ  หยุดก่อนค่ะ หยุดๆ

ดอกชบานี้ สีสวย แปลกดีนะคะ เคยเห็นแต่สีเดียวไปเลย นี่มีสองสี








สวยไหมคะ ?






จากทางเดินเล็กๆ เลียบริมเขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำ

ทะลุออกถนนใหญ่ค่ะ








เอ๋ ?  เมื่อกี้ทันสังเกตอะไรไหมคะ

นักท่องเที่ยวอารมณ์ดี  รู้อีก ว่าเราขอยืมเขาเป็นแบล็คกราวด์

ปกติ ไม่ค่อยมีใครเดินหรอกค่ะ ถนนเส้นนี้


ไม่ใช่  พูดผิด  ปกติสีน้ำ้ฟ้าไม่ค่อยได้เดินต่างหาก

คนอื่นๆ เขาเดินกันเป็นปกติค่ะ









เริ่มเดินขึ้นเนินแล้วนะ..

หอบแล้วไหมล่ะ


อะเมซิ่ง เกาะพีพี ในสายตาของน้านพ

ที่พร่ำไม่ขาดปาก .. (สั่ง ค่ะ เขาออกคำสั่ง)


"ถ่ายภาพไว้ด้วยนะ"


"มุมนี้สวย"


"นี่ ถ่ายจากมุมนี้ ใครไม่เคยเห็นต้องคิดว่าในเมืองแน่ๆ "


"นี่..มุมนี้.. ใครจะคิดว่าเกาะพีพี"







....







...




เริ่มหอบ.. ชักไม่มีคำบรรยาย ฮาฮา





ช่วยกันดูทีค่ะ นี่ต้นอะไร

สีน้ำฟ้าไม่รู้จัก





ต้นไม้อะไรก็ช่างเถอะ

ตอนนี้ต้องเข้าไปใกล้ๆ  ด้วยความอยากรู้ อยากเห็น








แดดจ้ามากเลย  มองเห็นชัดไหมคะ






ซูม ค่ะ  ซูม

เดี๋ยวเป้าหมายจะตื่นหนีซะก่อน









ชัดเจน

ไม่รู้ต้นอะไรนะคะ  แต่ผีเสื้อเหล่านี้ มัวเมา เอามากๆ


หารู้ตัวสักนิด ว่าถูกแอบถ่ายเข้าไปซะแล้ว








น้านพตื่นเต้นมากๆ เลยนะคะ


กับการได้เห็นรถคันนี้ วิ่ง มาจากบนเขา


หุ หุ ทายสิคะ  น้าจะพูดว่าอะไร


"ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานนะแจม ว่ามีรถวิ่งบนเกาะพีพีจริงๆ"







"สั่งงาน"  เสร็จ ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ

อย่าคิดว่าไปต่อนะคะ 


พี่ท่่านถามว่า ทางไปอีกไกลไหมข้างหน้า..  สีน้ำฟ้าตอบว่าไกล


แต่น้าบอกว่าจะเดินเล่น  แจมจะพาไป  แจมเคยเดินแล้ว


แม้ไม่สุดเส้นทาง ตามเป้าประสงค์ เพราะวันนั้นมืดเสียก่อน


วันนี้จะพาน้าเดินจนจบทริปให้ได้


น้ายืนเท้าสะเอามองทาง ที่รถเพิ่งแล่นลงมา แล้วเป็นแบบนี้แหละ


(ฮา ฮา .. ขอแอบฮานิ๊ดนะ)






"น้า น้า" 


(จะรอแจมได้ไหมเนี่ย ร้อนนะ เหนื่อยแล้วด้วย)









ดีใจ๊ ..ดีใจ เห็นน้าหันมา

ไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร


"แจม ถ่ายภาพรถที่วิ่งมาจากบนเขา ลงเนินไปให้ทันนะ"


แป่วแหว่ว...


นึกว่าจะหยุดรอเรา


ที่แท้ หันมาน่ะ.. ไม่ได้หันตามเสียงเรียกหรอกค่ะ


หันมาสั่งงาน..







ยังย่อภาพไม่ครบทั้งหมด

เรื่องเล่า ตัวหนังสือก็ยังจิ้มไม่ทันความคิด

เอาไว้ พรุ่งนี้ เรามาว่ากันใหม่นะคะ

ถ้ายังไม่เบื่อกันเสียก่อน



เรื่องนี้.. "พล่าม"  มากกว่าเล่า เพราะตื่นเต้นหลายเรื่องค่ะ

สีน้ำฟ้าก็เลยลนลาน อยากเล่า มิได้ พิสูจน์ตัวอักษรอะไรมากเหมือนเคย






แล้วพบกันใหม่นะคะ


สีน้ำฟ้า





โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net