วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ซูจิน กับ เด็กหญิงแรงงานชาวพม่า ลูกหลานของ(อองซาน)ซูจี


ซูจิน กับ เด็กหญิงแรงงานชาวพม่า ลูกหลานของ(อองซาน)ซูจี

๐๔.๓๐ น. วันอาทิตย์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน  ๒๕๕๒

ผมตัดสินใจลุกขึ้นมานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หลังจากที่นอนไม่หลับ เพราะอากาศร้อน ถึงแม้ว่าการตื่นเช้าอย่างนี้ จะยังไม่ใช่นิสัยของผมนัก แต่ทว่า  เช้านี้ เรื่องที่ผมนอนคิดไปถึงคือ เพลงๆ หนึ่งที่ผมเขียนขึ้นมาล่าสุด จากนั้นความคิดก็ค่อยๆ ผุดพรายเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเป็นที่มาที่ไปของเพลงนี้ ที่ผมตั้งชื่อให้มันว่า “ไม่กล้าฝัน” 

วันแรกที่เขียนขึ้นแล้วร้องเล่นที่บ้านหลายๆ รอบ ก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์เพลงที่ตัวเองกลั้นกรองออกมาได้ว่า เป็นเพลงที่มีอารมณ์เหงา เศร้า (อีกและ...)ในสไตล์ดนตรีอคูสติคที่แปลกใหม่ขึ้น...

     ซูจิน คือ นักศึกษาชาวเกาหลีที่มาขอฝึกงานที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย(เอไอ)ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เธอใช้ความพยายามหลายต่อหลายครั้งในการที่จะขอเข้ามาช่วยงานและหาประสบการณ์ที่เอไอในฐานะอาสาสมัคร หรือนักศึกษาฝึกงาน

     ด้วยความไม่พร้อมหลายประการของเอไอในขณะนั้น บวกกับการที่เราไม่อยากรับอาสาสมัครเข้ามา โดยไม่มีงานหรือกิจกรรมอะไรให้พวกเขาได้เรียนรู้ รวมทั้งช่วงนั้นเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านขององค์กร ทำให้ซูจินยังไม่ได้เข้ามาที่เอไอสักที 

จนพวกเราได้มีการหารือกันในทีมวงเล็กๆ ว่า งั้นก็ให้เธอลองเข้ามาเจอกันที่ออฟฟิศเพื่อทำความรู้จักกันก่อนเหมือนอาสาสมัครคนไทยทั่วไปที่จะเข้าไปที่เอไอเมื่อไหร่ก็ได้ โดยที่เรามองว่าไม่เห็นจะต้องยุ่งยาก หากมีอะไรให้เธอช่วยทำ ก็ทำไป เรียนรู้ไป...

    กระนั้นเอง ซูจินจึงได้เข้าไปที่เอไอ ช่วยงานเท่าที่มี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ในช่วงแรกเรายังไม่มีกิจกรรมอะไรมากนัก เพราะหลายอย่างยังไม่เข้ารูปเข้ารอยดังที่กล่าว เมื่อย่างเข้าสู่เดือนมีนาคม เมษายน กิจกรรมก็เริ่มมีมากขึ้น  เช่น กิจกรรมเนื่องในวันสิทธิมนุษยชนสากล กิจกรรมการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนสำหรับสมาชิกและอาสาสมัครของเอไอ การประชุมสามัญประจำปี กิจกรรมการรณรงค์เรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า –การเรียกร้องให้ปลดปล่อยตัวนางอองซานซูจี และกิจกรรมเยาวชนอีกหลายกิจกรรม

     ทำให้ซูจินได้เรียนรู้งานผ่านการทำกิจกรรมกับเอไอ เข้าออกออฟฟิศเกือบทุกวัน และเป็นที่รู้จักของพี่ๆ น้องๆ เยาวชนที่เป็นนักกิจกรรมคนไทย ทำให้ระหว่างนั้นผมเองก็ได้ฝึกภาษาอังกฤษไปกับเธอด้วย...

     บ่ายของวันหนึ่ง มีการประชุมกิจกรรมของเยาวชน สมาชิกที่เอไอ ตามความสนใจ มีการแบ่งกลุ่มวางแผน และออกแบบกิจกรรมว่าใครอยากทำ อยากเรียนรู้อะไรภายใต้บริบทเรื่องสิทธิมนุษยชน

มีการแบ่งกลุ่มพูดคุยกันหลายเรื่อง เช่น กลุ่มดนตรี กลุ่มศึกษาประเด็กเรื่องความยากจนกับสิทธิมนุษยชน และหนึ่งในประเด็นต่างๆ ที่กลุ่มของซูจินอยากศึกษาคือ กลุ่มสิทธิสตรีและการค้ามนุษย์...

ภาพซูจิน ขณะรับบทเป็นซูจี ในกิจกรรมรณรงค์ของเอไอที่หน้าสถานทูตพม่า - งานนี้ทำให้เธอได้เป็นคนในข่าวไปทั่วโลก..

     หลังจากวันที่มีการประชุมผ่านไป ดูจะเป็นกลุ่มของซูจินเท่านั้นที่คึกคัก กระตือรือร้นที่อยากจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสิทธิตรีและการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง

     แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นประเด็นที่เอไอทำงานรณรงค์อยู่ แต่ทว่า ในความคิดของผมถือว่าเรื่องนี้ก็อยู่ภายใต้บริบทของสิทธิมนุษยชน หากอาสาสมัครหรือเยาวชนเค้ามีความสนใจและอยากทำ ก็ควรเป็นสิทธิของเขาที่สามารถทำได้ และเราก็เป็นผู้สนับสนุน ให้คำแนะนำนั้นเอง

     เมื่อพบว่าน้องๆ กลุ่มนี้มีความแน่วแน่เช่นนั้น ผมจึงแนะนำองค์กรที่ชื่อว่า “เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน”หรือเรียกกันย่อๆ ว่า “LPN” ซึ่งทำงานเกี่ยวกับการช่วยเหลือด้านคุณภาพชีวิตและสิทธิมนุษยชนแก่ลูกจ้าง แรงงานที่ทำงานอยู่ใน อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร ทั้งชาวมอญ ชาวพม่า และชาวกะเหรี่ยง ให้ซูจินรู้จัก และน้ำ -อาสาสมัครคนไทยที่ทำงานร่วมกับซูจินก็เคยไปทำกิจกรรมกับ LPNมาแล้ว จึงไม่ยากที่พวกเค้าจะช่วยกันเดินทางไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี

      ตอนแรก ผมคิดว่าพวกเธอจะเพียงแต่ไปศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ที่มหาชัยเท่านั้น แต่ทว่า ซูจิน และกลุ่มเพื่อน ตัดสินใจที่จะถ่ายวีดีโอเพื่อมาทำหนังสารคดีด้วย 

และแล้วผมก็ได้มีส่วนช่วยให้งานเหล่านั้นออกมาสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะซูจินนำวีดีโอที่ไปถ่ายสัมภาษณ์แรงงานเด็กชาวพม่า ซึ่งพูดไทยได้มาให้ผมช่วยถอดคำพูดออกมา ก่อนที่เธอจะนำไปให้เพื่อนคนไทยแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อทำเป็น Subtitle อีกที

แม้ช่วงนั้น ผมจะไม่ค่อยว่างทำงานให้ซูจินมากนัก และรู้สึกเบื่อหน่ายมากกับงานถอดเทป หรืออะไรทำนองนี้ แต่ทว่า พอได้ฟังคำให้สัมภาษณ์ของน้องแรงานเด็กชาวพม่าสองคนในวีดีโอเพียงไม่กี่ประโยค ผมก็เริ่มสนใจและมีใจทำงานชิ้นนี้ให้ซูจินมากขึ้นๆ  ...

ด้วยความที่ต้องฟังแล้วฟังอีก ฟังซ้ำไปซ้ำมา เพื่อที่จะถอดคำพูดของพวกเค้าออกมา ทำให้ผมอินไปกับเรื่องราวของพวกเขาโดยไม่รู้ตัว เมื่อส่งงานให้ซูจิน  ผมบอกกับเธอว่า งานนี้ดีมากเลย ทำให้ผมได้เรียนรู้ และรับทราบแง่มุมชีวิตของ “เด็กหญิง เด็กชาย”สองคนที่เป็นแรงงานข้ามชาติชาวพม่า หนีความตาย หนีความยากจน และการถูกเอารัดเอาเปรียบ รวมทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่างๆ นานา ในประเทศพม่า ต้องดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด เดินลัดเลาะป่าเขาเข้ามาหางานทำในฝั่งไทย พร้อมกับย่าและพี่ๆ

ผมดูภาพและฟังซุ่มเสียงการให้สัมภาษณ์ของเธอแล้วผมรู้สึกเศร้า และเหงาอย่างบอกไม่ถูก หลายคำถาม น้องผู้หญิงแรงงานพม่าตอบแบบเขินอาย และหลบสายตาคนถาม บางคำถามเธอนิ่งไปสักพัก แววตาเหม่อลอย คล้ายจะนึกหาคำตอบว่าจะบอกไปอย่างไรดี...

แล้วคำถาม และคำตอบที่ทำให้ผมฟังแล้วสะอึกมากที่สุดก็คือ น้ำ(อาสาสมัครคนไทยที่ไปกับซูจิน) ถามว่า

“แล้วโตขึ้นน้องฝันอยากเป็นอะไร...?”

น้องที่เป็นแรงงานเด็กคนนั้นนั่งนิ่ง สีหน้าคล้ายมีความกังวลอยู่ในใจ แล้วค่อยๆ ยิ้มด้วยแววตาเศร้าว่า

“ไม่กล้าฝัน ไม่กล้าคิด...ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร...เป็นอยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว  !!!”

ในความหมายคงไม่ต้องอธิบายมาก นัยยะที่เธอสื่อออกมาก็คือ ขอแค่มีชีวิตอย่างที่เป็นอยู่ก็เพียงพอแล้ว... ผมตีความอย่างนั้น...?

ผมรู้สึกสะเทือนใจมากกับคำพูดของน้องแรงงานเด็กชาวพม่าคนนั้น ทำให้ผมนึกไปถึงหลานๆ ของผมซึ่งอยู่ในวัยเดียวกันที่ดูจะเกิดมาโชคดีกว่าเธอมาก (แม้หลานชายจะโชคร้ายเพราะพ่อจากไปตั้งแต่ยังเด็กๆ)นึกไปถึงเยาวชนคนไทยที่หลงมัวเมาอยู่ในร้านเกม หรือกำลังใช้ชีวตอย่างสนุกสนานอยู่กับสิ่งที่ไม่ควร ทั้งที่มีโอกาสที่จะฝัน และทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ด้วยแรงสนับสนุนและผลักดันของครอบครัวและญาติพี่น้องได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่...

เมื่อความคิดล่องลอยไปไกลอย่างนั้น ผมก็อดที่จะถอนหายใจแรงๆ ไม่ได้ ว่านี่ละหนอชีวิตคนเรา...!!

ความรู้สึกนั้นผ่านไปหลายวัน แต่ทว่า มันยังอัดแน่นชัดเจนอยู่ในความคิดผมเสมอ  จนกระทั่ง ช่วงเย็นย่ำของวันหนึ่ง เมื่อผมหยิบกีต้าร์ขึ้นมาเล่นไปเรื่อยๆ สักพัก ก็หยิบปากกามาเขียนเพลงนี้... “ไม่กล้าฝัน”

“เดินทางมาแสนไกล  ไกลจนสุดสายตา

ป่าเขาแม่น้ำลำธาร  พวกเขาเดินผ่านมา

มุ่งสู่ชีวิตที่ดีกว่า  หวังไว้ต้องดีกว่า ดั้นด้นมา และจะไม่หวนคืน...

พ่อแม่มาจากไป  วันวัยจึงเปลี่ยนผัน

ต่างคน ต่างหางาน  ต่างต้องการมีชีวิต

เป็นชีวิตที่ดีกว่า  หวังไว้ต้องดีกว่า ดั้นด้นมา ฟันฝ่าเพื่อหางาน...

* เข้ามาเป็นแรงงาน  เข้ามารับจ้างงาน

เป็นแรงงานราคาถูก  เป็นแรงงานในวัยเด็ก

มีความฝันไม่กล้าฝัน  เพียงแค่วันนี้ พรุ่งนี้

มีชีวิตที่เป็นสุข แม้ชีวิตราคาถูก  ก็สุขแล้ว  ก็สุดแล้วแต่มัน...”

...

นี่คือเนื้อเพลง “ไม่กล้าฝัน”ที่ผมเขียนขึ้นจากแรงบันดาลใจที่ได้ฟังเรื่องราวของเด็กหญิง เด็กชายแรงงานชาวพม่า ที่ซูจินและน้ำ ไปสัมภาษณ์ที่มหาชัย  หากจะให้เครดิต ก็คงต้องขอบคุณทั้งน้องๆ แรงงานเด็กชาวพม่า ซูจินและน้ำด้วยที่ทำให้ผมไมีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวอย่างนี้  จนเขียนออกมาเป็นเพลง

ตอนนี้ เพลง “ไม่กล้าฝัน”ได้ทำเป็นเดโมขึ้นมาแล้วด้วยการช่วยเหลือของพี่เอก และเราพยายามที่จะทำออกมาเป็นเพลงที่สมบูรณ์ให้ได้ ด้วยหวังว่าจะใช้เป็นอีกบทเพลงหนึ่งเพื่อสื่อสารเรื่องราวของคนเล็กๆ ในซอกหลืบของสังคมไทยที่มีรั้วและกำแพงแห่งอำนาจและมายาคติปิดกั้นไว้อย่างแน่นหนาหลายชั้นเพียงเพราะพวกเธอ พวกเขาเป็น “คนพม่า” 

ทั้งที่จริงแล้วไม่ได้มีสิ่งใดขวางกั้นความแตกต่างระหว่างเราและเขาเหล่านั้นเลย ในแง่ของสิทธิมนุษยชน...

 

 

โดย นิติกุล

 

กลับไปที่ www.oknation.net