วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เชื่อมั้ย? ที่นี่แหละ เกาะพีพี [ตอนที่ ๒]


ติดตามตอนที่แล้วจากเรื่องอ่านย้อนหลังค่ะ



     หลังจากที่ตัดสินใจเดินกลับทางเก่า.. สีน้ำฟ้าก็มีเส้นทางใหม่ให้น้าได้ "เดินเล่น" สมใจ   ตั้งใจว่าจะพาน้าไปหาดยาว หรือลองบีช ใครที่เคยอ่านเรื่อง ลองบีช จากตอนที่บล็อกเกอร์ซันญ่ามาที่เกาะพีพี คงจะนึกออก ..


คือแทนที่เราจะเดินเลี้ยวเลาะ อ่างเก็บน้ำเดินกลับบ้าน ก็กลายเป็นว่าเราจะตรงไป ทะลุไปทางสนามมวย ไปโผล่ที่โรงเรียนบ้านเกาะพีพี แล้วเดินต่อไปหาดยาว


เริ่มดูภาพกันเลย..





         ภาพที่น้าสั่ง ได้มาแล้ว  นั่นก็คือ รถกำลังแล่นลงเนินเขา มีรถที่จอดอยู่เป็นฉากหลัง  สีดำๆ ที่เห็นไกลๆ นั่นก็คืออ่างเก็บน้ำนั่นเอง

เดินผ่านกรงนก ขอซะหน่อยนะคะ จ่อซะจนเป้าหมายตกใจ กระโดดกระเจิงเหมือนกัน แหะ แหะ กล้องซูมได้ไม่ดีเท่าที่ควรน่ะค่ะ

นกอะไร ไม่ทราบ ลืมถามน้า แบบว่าแดดร้อน จะเดินก็รีบเดินกันเถอะ ประมาณนั้น







แก้ไขโดยแทรกคอมเม้นท์ของพี่กำหนัน กับพี่ชาลี


เรื่องนกในกรงค่ะ









นกปรอดคอลาย (สัตว์ป่าคุ้มครอง)



อีกมุมหนึ่งของอ่างเก็บน้ำ


จริงๆ แล้วอยากให้ดูรั้วกระถินมากกว่าค่ะ


กระถินนี้งามดีจัง คงเป็นผักแกล้มน้ำพริกของชาวบ้านแถบนี้


เขามาปลูกแทนรั้วกั้น ต้นกระถินขึ้นติดๆ กันหนาแน่นมาก


มีเว้นช่องไฟ สอง สามจุด  คงจะมีไว้สำหรับลอด


เข้าไปจัดการกับพวกขยะ หรืออะไร ที่หลุดเข้าไปในดงกระถิน




ดู ๆ ชูช่อแข่งกัน งาม จริงๆ






มองลอดเข้าไปที่ช่องเดิมอีกครั้ง

จะให้เห็นถังเก็บน้ำขนาดหนึ่งพันลิตรโดยประมาณ

นั่นคือแหล่งเก็บน้ำ และจ่ายไปยังผู้ประกอบการค่ะ





ภาพนี้ คงยืนยันแล้วว่า บนเนินเขา ที่น้าตัดสินใจเดินกลับนั้น

ระยะทางคงไม่ใช่เล่นๆ แน่ๆ  สอบถามจากชาวบ้านแถวนี้

เขาบอกว่าประมาณ สองกิโลเมตรค่ะ





เขาสร้างถนนไว้ทำอะไร ป้ายนี้บอกชัดเจนค่ะ




ถนนดีๆ แบบนี้ไปไหน

มีคำเฉลยแล้วค่ะ

ทางที่เราไม่ไปเมื่อกี้ คือหมู่บ้านสึนามิ หรือบ้านพักถาวร(ตามป้าย)

และทางนี้ก็สามารถเชื่อมต่อไปยังจุดชมวิว(จุดที่สาม)


ส่วนทางที่เราจะไปต่อก็คือมัสยิดและโรงเรียน






ภาพนี้ ก็ยืนยันอีกว่า

รถที่ใช้กันบนเกาะ ใช่ว่าจะขับกันโก้ๆ  แต่เป็นพาหนะสำคัญ

ในการขนส่งน้ำ และน้ำแข็ง ไปยังบ้านสึนามินั่นเอง 

โรงน้ำแข็งวอเตอร์ฮิลล์  ที่นี่เป็นสำนักงานค่ะ

มีโรงงานทำอยู่บนเขา (เดี๋ยวพาไปดู)





เลี้ยวซ้าย ตามป้ายนำทางไป จะพบกับสนามมวยอัศวินดำ

สนามมวยประจำเกาะ  นักท่องเที่ยวชอบมากเหมือนกัน

สีน้ำฟ้ายังไม่เคยมาดูสักที ไว้วันหน้าจะขอน้ามาดู เขาต่อยอาทิตย์ละครั้ง

ถ้าจำไม่ผิดนะคะ ฝรั่งบางคนชอบ ถึงกับมาเรียนมวยไทย

โดยเฉพาะก็มีนะคะ

บ้านเรา มีสิ่งดีๆ เหล่านี้ไว้อวดสายตาชาวโลก

ช่วยกันรักษาด้วยนะคะ






โลกกว้าง..ทางไกล






เห็นหนทางแล้วพร้อมจะเดินกันต่อหรือยังคะ




ศูนย์ เคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น

ประจำเกาะพีพี





ว่าจะไปต่อ.. แต่

เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยว น้าบอกให้แวะบ้านเพื่อนก่อน

บ้านนี้เป็นบ้านของเจ้าของกิจการ หจก. โอเอซิส กรุ๊ป

เป็นกิจการประเภทห้องเช่ารายวัน 

เจ้าของคือ พี่อิงค์  กับพี่ซีบีร่า และพี่สิทธิ์




ซีบีร่า เป็นชาวเยอรมัน ที่มาอยู่เกาะพีพีกว่าสิบปีแล้ว

เจอกันทีไร บ่นทุกที ว่าไม่อยากเป็นฝรั่ง เพราะทำอะไรในเมืองไทย

ลำบากมาก ยกตัวอย่างเ่ช่นการขอบัตรเครดิตในเมืองไทย

คือ.. ซีบีร่า อยากใช้บัตรเครดิตนั้นไว้ซื้อตั๋วเครื่องบินว่างั้นเถอะ

แต่พอเป็นฝรั่ง ขอก็ไม่ได้ ต้องฝากเพื่อนซื้อทุกที


หรือการทำนิติกรรมทางกฎหมาย ลำบากมาก

ซีบีร่า อยากเป็นคนไทยมากที่สุด


เรามาถึง บ้านปิดอยู่  สำนักงานก็ปิด แต่โชคดีมีเบอร์โทรติดข้างฝา

ก็เลยโทรไปหา พี่สองคน ซีบีร่า กับพี่อิงค์ก็ดีใจหาย

รีบมาต้อนรับ เมื่อเรามาเยือน

ระหว่างรอ พี่สองคนเดินทางมาจาก ร้านที่เป็นสาขาแรกของโอเอซีส

เรามาดูดอกไม้กันพลางๆ นะคะ




...



...

ติดใจป้ายนี้ค่ะ  เลยเก็บมาฝาก

รัฐบาลช่างสนใจประชาชนเสียจริงๆ

กลางเกาะ แถมยังอยู่ลึกจากศูนย์กลางของเกาะ

ยังมีป้ายนี้ด้วยแน่ะ





จู่ๆ  น้าก็เรียกไปดูที่ดินตรงนี้ค่ะ

ว่างๆ  แห้งแล้งชอบกล

แต่ถังน้ำเงินเยอะๆ  นั้น

เป็นถังเก็บน้ำของ โอเอซิสล่ะ

ใครมาพักที่นี่อุ่นใจได้ มีน้ำใช้แน่นอน




เอ.. เขากั้นอะไรกันไว้นะคะ

เหมือนแบ่งแปลงขายที่ดิน กระนั้น..

???




แห้งแล้งจัง



เหมือนต้นมะพร้าวนี่เพิ่งล้ม




ยืนตากแดด อยู่นาน  ก็มานั่งหลบร้อน ที่สำนักงานของโอเอซีส

นั่งๆ อยู่ แทบจะลืมหายใจแน่ะค่ะ

มีนกน้อยตัวนี้ มาร้องเรียกอยู่ใกล้ๆ

แน่น๊อน.. คุณท่าน สั่งให้ถ่ายรูปให้ทัน

โห.. กว่าจะเปิดกล้องติด เกือบพลาดแน่ะค่ะ





สำนักงานของโอเอซีส ปลูกไม้ดอกไว้ริมทางเท้า

ตอนนี้ดอกกำลังสะพรั่ง  เจ้านกน้อยนี่มากินน้ำหวาน

ซนใช่เล่นเลยค่ะ

น้านพบอกว่า นี่คือ.. "นกกินปลี"  เป็นนกตัวเล็กๆ คล้ายฮัมมิ่งเบิร์ด

มีจงอยปากโค้ง  กินปลีกล้วย น้ำหวานดอกไม้ หรือแมลง

ทีนี้ยุทธการล่านกก็บังเกิด..



กดชัตเตอร์เข้าไป  เห็นนกไหมคะ

มันอยู่ในพุ่มไม้ สีน้ำฟ้าหาไม่เจอในภาพ แต่ตอนถ่ายเห็นนกนะคะ





พอรู้ว่าเป็นจุดสนใจ

ใช่ว่าจะกลัวนะ.. กระโดดไป กระโดดมา

นี่..จับติดค่ะ

.
.

ไปอยู่ซะสูงเชียว




มีการแกล้งเราอีกนะ

เรียกเพื่อนมาด้วย แต่ว่าขออยู่ห่างๆ  ไม่เข้าใกล้เรา





ไล่ล่ากับนกน้อยอยู่นาน ลืมว่าแดดร้อนไปเลยล่ะ

แต่ไม่ได้ภาพเด็ดๆ เหมือนภาพแรก

ก็ถือว่าน่าพอใจแล้วค่ะ ระยะเผาขน ซูมมาได้แค่นั้น

ไปดูดอกไม้กันต่อ  นี่เห็นว่า เขาเรียกดอกหางแมว

หรือบางทีก็เรียก หางกะรอกแดง





...



แถวนี้ร่มรื่นดีนะคะ

ผิดกับที่ถัดไป ที่ต้นไม้ล้มๆ หญ้าแห้งๆ เมื่อครู่

มีบ่อน้ำซ่อนอยู่ตรงใต้ต้นมะพร้าวค่ะ

ช่วงนี้ หลายคนมาใช้บริการตักน้ำในบ่อนี้อาบ

เป็นแหล่งน้ำจืดชนิดดี เย็น ชื่นใจ







อืม.. ดอกอะไรหนอ จำไม่ได้แล้ว

พี่เขาบอกชื่อแล้วลืม ติดไว้ก่อนนะคะ





สำรวจบริเวณรอบๆ กันค่ะ




แถวนี้ยังมีความเป็น "บ้านๆ"  หลงเหลือให้เห็น

ชอบจัง






     สรุป..หลังจากนั่งรอกันอยู่ประมาณสิบห้านาทีเห็นจะได้  พี่อิงค์  กับซีบีร่าก็มาถึง  สองคนนี้เป็นเพื่อนซี้กัน  สมัยที่สีน้ำฟ้ามาเกาะพีพีครั้งแรกเลย ก็มาทำงานกับพี่อิงค์นี่แหละค่ะ  ตอนนั้นพี่เขาให้เงินเดือน เดือนละห้าพันบาท  สมัย พ.ศ. ๒๕๔๔  น้านพใช้ให้ทำงาน

คนที่จะมาอยู่เกาะพีพีได้  ต้องหัดให้ทำงาน และเรียนรู้วิถีธรรมชาติของเกาะพีพีก่อน  น้าเป็นคนฉลาดมาก  ถ้าว่าไม่ทำงานกับพี่อิงค์ตอนโน้น.. ป่านนี้ สีน้ำฟ้าคงกลับไปทำงานในกรุงเทพฯ  เหมือนเดิมแล้วล่ะ

งานนี้ก็เลยผูกสนิทชิดเชื้อกัน พอสมควร  เพราะพี่อิงค์ไม่เคยเห็นเราเป็นลูกจ้าง  ซีบีร่าก็เห็นว่าเป็นเพื่อน  ตอนหลัง สีน้ำฟ้ากับน้านพ ยังได้เป็นครูสอนคอมพิวเตอร์เบื้องต้นให้ซีบีร่าด้วยค่ะ


พี่สองคนมาแล้ว  ก็เลยได้คุยกัน ตกลงที่ดินตรงที่น้าชวนไปยืนดู ก็คือ.. เจ้าของเขาจะให้เช่าที่ดิน แล้วปลูกสร้างเอง  พี่อิงค์ชวนให้น้ามาเช่าที่นี่ แล้วสร้างสิ่งปลูกสร้าง เพื่อสร้างกิจการ  โอกาสมิได้มาหากันง่ายๆ  เขาให้เราเช่าพื้นที่ หนึ่งห้อง  ค่าเช่าเพียงหลักพัน ซึ่งถือว่าหาไม่ได้แล้วในนาทีีนี้บนเกาะพีพี

วัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันโอกาสแด่ เพื่อนผู้ประกอบการ ที่หลังสึนามิมานี้ ยังไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปาก  ยังไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้

งานนี้น้าตอบว่า "ตกลง"  โดยเรายังไม่มั่นใจเลย ว่าตรงนั้นเราจะสร้าง เพื่อขายอะไร  แต่เกาะพีพีไม่เคยตาย หวังว่าที่ตรงนี้คงพอให้เราประกอบอาชีพ และอยู่กันอย่างมีความสุข


เราสี่คนได้ปรึกษากันถึงเรื่อง ภัยแล้ง และปัญหาสภาพแวดล้อม และพวกเราจะหาทางช่วยกันรักษา  ทั้งนี้จะเชิญชวนเพื่อนผู้ประกอบการ ชาวบ้านเกาะพีพี เข้ามาร่วมกัน อนุรักษ์ให้ผืนแผ่นดินกลางน้ำทะเล ที่เรารักนี้ คงอยู่ต่อไป สืบลูก สืบหลาน


หลังจากตกลงกันเสร็จ  เราจะออกเดินทางต่อ  พี่อิงค์ กับซีบีร่า เป็นผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมออยู่แล้ว เดินกันเก่งมาก  ทั้งสองอาสาพาเราเดิน  ซึ่งสีน้ำฟ้าดีใจมากที่มีเพื่อนร่วมทางเข้ามาเพิ่ม  จากสองเป็นสี่

เราจะเดินต่อไปที่หาดยาว..


พักกันก่อน..ดึกๆ คืนนี้มาว่ากันใหม่ค่ะ








พบกันใหม่นะคะ

สีน้ำฟ้า



โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net