วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

**ครวญ**




  ๐  ยาม  เหมันต์ยิ่งเศร้า       ทรวงใน
หนาว  ดั่งเรียมฤทัย              ขาดดิ้น
ลม  ฤๅรับวานใคร                 หลอนหลอก  
แปร  เปลี่ยนราวลวงลิ้น         หลากล้นหนอลม..ฯ    

  ๐ แว่วลมครางคราวคราลาวสันต์
สู่เหมันต์เหน็บหนาวเกินกล่าวขาน
วนมาเยือนเหมือนเป็นเช่นก่อนกาล
จากบุราณนานมาแต่คราใด

  ๐ ทุกที่/ท่า/นา/บาง/หนองร้างแห้ง
แตก-ระแหงดินแปรแม้ถิ่นไหน
เหน็บน้ำค้างพร่างพราว-สุดหนาวใจ
หวังหทัยอุ่นอิงได้พิงคลอ

  ๐ คงไม่ลวงหลอกกันให้ฝันหาย
เหมือนคลับคล้ายน้ำค้างกลางแดดหนอ
เพียงใจสาวเจ้าฝันร่วมวันรอ
ก็คงพอให้ชายมาหมายเคียง

   ๐ ลมเอ๋ยลม
มาพรมพร่างเสียง
ส่งสำเนียง
เจรียงกล่อมแทน

   ๐ จากถิ่นท่า
เขาป่าไกลแสน
ข้ามดินแดน
ปานแขนกอดใคร

  ๐ ใจเจ้าหนอ
ให้รอวันไหน
พี่คนไกล
หวังได้ร่วมครอง

   ๐ แว่วลมหวาน
ส่งผ่านใจสอง
หมายร่วมปอง
พี่น้องเคียงเชย

  ๐ รอลมหวนคืนมา
หนาวอุรากอดเขนย
พร่างพรมลมรำเพย
หมายชื่นเอยเพียงนวลปราง

  ๐ หวังใดที่ใจคิด
เฝ้าพินิจจนรุ่งสาง
คนึงถึงน้องนาง
มิเคยสร่างจางจากใจ

   ๐ หวังเจ้าเยาวมิตร
คงมีจิตมิสงสัย
ใจเดียวมิปันใคร
ภักดิ์พี่ให้เพียงพธู

๐ ลมครางครวญโศกซึ้ง           คราไกล
ตรอมจิตระทมใจ                     อกร้าว
เรียมตรมหนักเพียงไหน           ยามห่าง    นวลเอย
รอหากวันคืนด้าว                    สู่แคว้นเคียงขวัญ..ฯ

............

คนกุลา

ต้นเหมันต์





 

โดย คนกุลา

 

กลับไปที่ www.oknation.net