วันที่ พุธ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตามรอย"อิ๊คคิว"....เดินตัวลิ่วที่วัดปราสาททอง


      "ญี่ปุ่น"เป็นประเทศในฝันของใครหลายต่อหลายคน..รวมทั้งผม
      ผมไปญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน และยังจำทุกอย่างได้จนวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นความเจริญของบ้านเมือง ขนมหรือของที่ระลึกที่หีบห่ออย่างสวยงาม กระทั่ง"ความสงบ"ของเมืองเล็กๆหลายเมืองที่ได้ไป
      กว่า 1 สัปดาห์ในหลายเมืองใหญ่ตั้งแต่โตเกียว โกเบ จนถึงเกียวโต ผมกลับหลงรักเกียวโต
      ผมพบว่าอดีตเมืองหลวงแห่งนี้"มีชีวิต"ยิ่งกว่าเมืองที่ไม่ยอมหลับอย่างโตเกียว
     

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

      หนึ่งในสถานที่ที่เป็นไฟลท์บังคับของเกียวโตก็คือ"วัดปราสาททอง"
      สำหรับวัดปราสาททอง ชื่อทางการคือปราสาทคินคะคูจิ เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นในสมัย โชกุน โยชิมิทสึ โดยใช้เป็น"บ้านพัก"ของ โชกุน อาชิคางะ โยชิมิทสึ โดยสร้างขึ้นเมื่อค.ศ. 1397 และในปี 1408 เมื่อโชกุนเสียชีวิต วัดนี้ก็ถูกยกให้เป็นวัดพุทธนิกายชินโต
      สำหรับโชกุนอาชิคางะ โยชิมิทสึ ผมว่าทุกคนคงรู้จักหากบอกว่าเป็นโชกุนในการ์ตูนเรื่อง"อิ๊กคิวซัง"
      นี่คือภาพจากการ์ตูนที่ขอนำมายืนยันว่าเป็นที่เดียวกันครับ

      สำหรับปราสาทคินคะคูจิ เมื่อปี 1994  ทางการญี่ปุ่นประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ
      ประวัติของปราสาทนี้ เคยถูกเผา 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงจากสงครามกลางเมืองที่มีการเผาเมืองและมีการวางแผนเผาวัดแห่งนี้ด้วย แต่โชคดีที่ตัวอาคารปราสาทรอดพ้นจากการถูกไฟไหม้
      อย่างไรก็ตาม ในปี 1950 ปราสาทคินคะคูจิก็ถูกเผาโดยฝีมือของพระหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีความเชื่อว่าหากได้ทำลายสิ่งที่ตัวเองรักแล้วจะหลุดพ้น แต่ในปี 1955 รัฐบาลญี่ปุ่นก็บูรณะปราสาททองคำแห่งนี้ขึ้นอีกครั้ง โดยใช้ทองคำบริสุทธิ์ถึง 48 กก.เพื่อคืนกลับมาเป็นปราสาทคินคะคูจิอันศักดิ์สิทธิ์
      ปราสาทคินคะคูจิ มี 3 ชั้น สีทองอร่าม ตั้งตะหง่านอยู่ในสระน้ำ ที่มีการจัดสวนแบบลัทธิเซน
      แต่ละชั้นของตัวปราสาท ใช้ศิลปะการก่อสร้างและตกแต่งแตกต่างกัน โดยชั้นล่าง สร้างตามแบบวัดพุทธในนิกายเซน มีบึงน้ำอยู่รอบตัวศาลา เรียกว่า สระเรียวโกะ(แปลว่าสระสะท้อน) ชั้นที่ 2 (Buke Zukuri) สร้างตามแบบบ้านซามูไร เป็นที่พักของซามูไรผู้อารักขาโชกุน และชั้นที่ 3 ชั้นบนสุด (Shinden Zukuri) สร้างตามแบบพระราชวัง เพื่อเป็นที่อยู่ของโชกุนโยชิมิทสึ
      ใครมาเกียวโต ไม่มาปราสาทนี้ ก็เหมือนฝรั่งมากรุงเทพฯไม่ได้แวะวัดพระแก้วนั่นแหละครับ

นักเรียนดื่มน้ำสามสายที่วัดน้ำใส

 
      นอกจาก"วัดปราสาททอง"ก็ได้ไปหลายที่ครบสูตรครับ
      "สูตร"ที่ว่าก็คือ ต้องไปให้ครบทั้ง 4 วัดที่อยู่ในอดีตเมืองหลวงที่มีวัดวามากมายแบบพระนครศรีอยุธยา นั่นคือ วัดคิโยมิสึ หรือวัดน้ำใส วัดกินคาคุจิ หรือวัดเงิน วันคินคะคุจิ หรือวัดทอง และวัดริวอันคูจิ หรือวัดมังกร
      ผมชอบ"วัดน้ำใส" ซึ่งอยู่บนเขาชื่ออะไรไม่ทราบ ซึ่งใช้เวลาเดินขึ้นไปนายพอสมควร โดยที่ผมชอบคือมีเด็กนักเรียนตั้งแต่อนุบาลยันมัธยมมาเที่ยวมากมาย รวมทั้งยังพบสาวญี่ปุ่นใส่ชุดกิโมโนเดินมาเป็นกลุ่ม
      ใครที่มาวัดนี้ ซึ่งบนยอดเขามีสายน้ำธรรมชาติไหลลงมา 3 สาย จะแยกให้เลือกว่าจะดื่มสายไหน ที่ให้โชคเกี่ยวกับหน้าที่การงาน ความรัก หรือสุขภาพ โดยผมเลือกสายสุขภาพ เพราะเชื่อว่าถ้าสุขภาพดี อีก 2 อย่างแรกเราคงสร้างเองได้
      ลงมาจากวัด เจอ"ตลาดนัด"ก็หมดเงินไปหลายพันเยนครับ

 

เกียวโต...ภาพจากอินเตอร์เน็ต

      เกียวโต...เป็นเมืองงดงามและสงบน่าอยู่น่าเที่ยว
      โดยมหานครที่เป็นเมืองใหญ่อันดับ 7 ของญี่ปุ่น ที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1.4 ล้านคนแห่งนี้ เคยเป็นเมืองหลวงและที่ประทับของจักรพรรดิญี่ปุ่นมาเกือบ 1,100 ปี โดยตัวเมืองถูกจำลองแบบมาจาก"นครฉางอัน" ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งปัจจุบัน"ฉางอัน"ก็คือเมืองซีอาน โดยมีการวางผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีถนนตัดกันเป็นรูปตาราง โดยถนนเหล่านี้ยังปรากฎให้เห็นกระทั่งทุกวันนี้
      สำหรับประเทศญี่ปุ่น เกียวโตคือสัญญลักษณ์ความเป็นประเพณีนิยมของญี่ปุ่น เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่เก็บรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติไว้
      วัดปราสาททอง...เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ผมได้ไปมาครับ

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net