วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจตนาม็อบแดงชุมนุม 10 ธ.ค.แค่วัดกระแส-ลองดี!!


เจตนาม็อบแดงชุมนุม 10 ธ.ค.แค่วัดกระแส-ลองดี!!
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์4 ธันวาคม 2552 05:09 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ม็อบเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน 2552

“ผ่าประเด็นร้อน”
       
       ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า “เสื้อแดงหัวขวด” ที่ก่อนหน้านี้เคยประกาศท่าทีว่าไม่มีการเคลื่อนไหวในช่วงพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่กลับกลายเป็นว่า พวกเขาได้พลิกท่าทีใหม่โดยฉวยโอกาสใน “วันรัฐธรรมนูญ” 10 ธันวาคม นัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหน้าตาเฉย ทำเอาหลายคนหงุดหงิดไปตามๆกัน ว่าคนจำพวกนี้มันต้องการอะไรกันแน่
       
       แม้ว่าจะมีการจำกัดวง จำกัดเวลาว่าจะชุมนุมแบบวันเดียวจบ ไม่มียืดเยื้อ แค่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนก็สลายตัวบ้านใครบ้านมันก็ตาม แต่สิ่งที่ออกมาจากปากของแกนนำที่ “ทะแม่ง” ก็คือ หากเกิดความรุนแรงหรือความวุ่นวาย ก็ปฏิเสธล่วงหน้าออกตัวไว้ก่อนว่าเป็นฝีมือของ “แดงเทียม” หน้าตาเฉย
       
       ไม่เกี่ยวกับ “แดงหัวขวด” เป็นอันขาด!!
       
       ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าการประกาศชุมนุมของพวกเสื้อแดงในวันที่ 10 ธันวาคม ถือว่าได้ทำลายบรยากาศเทศกาลแห่งความสุขลงไปไม่น้อย หลายคนรู้สึกรำคาญกับคนพวกพวกนี้เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทำนองว่า “มันจะอะไรกันนักหนา” คิดจะโชว์ความเป็นนักประชาธิปไตยมันก็ไม่ “เนียน” อยู่ดี เพราะหากโฟกัสจับไปที่แกนนำบางคนที่พอมีชื่ออยู่บ้างอย่าง “วีระ มุสิกพงศ์” ก็ไม่น่าจะใช่
       
       เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2520 วีระ คนเดียวกันนี่แหละที่เข้าร่วมกับคณะทหารที่นำโดย พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ ก่อการรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลและรัฐธรรมนูญ ซึ่งแปลกแต่จริงรัฐบาลที่ นักประชาธิปไตยอย่างวีระพยายามใช้ทางลัดฉีกทิ้งนั้น มีคนชื่อ สมัคร สุนทรเวช ร่วมเป็นรัฐมนตรีอยู่ด้วย แต่บังเอิญการก่อการครั้งไม่สำเร็จ วีระ จึงต้องกลายเป็นกบฏในที่สุด แม้จะอ้างว่าเป็นความพยายามล้มรัฐบาล “หอย” ที่มีท็อปบูตห่อหุ้มก็ตาม อย่างไรก็ดี การใช้กำลังบังคับด้วยวิธีดังกล่าว ก็ไม่น่าจะใช่วิธีประชาธิปไตยอย่างแน่นอน
       
       มิหนำซ้ำในการตั้งเวทีที่อ้างว่าเป็นการให้ความรู้ในเชิงสัมมนาทางวิชาการก็ยังมีการเชิญ อุดม มั่งมีดี อดีตผู้พิพากษาที่เคยสั่งจำคุก สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาจากคดีที่ ภูมิธรรม เวชยชัย ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นอัตราโทษระดับสูงสุดในกรณีประเภทนี้ อย่างไรก็ดีที่น่าพิจารณาเป็นพิเศษก็คือ เขาเคยเป็นนักเรียนกฎหมายรุ่นเดียวกับ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ “น้องเขย” ของ ทักษิณ ชินวัตร
       
       นอกเหนือจากนี้สิ่งที่จับตาไม่แพ้กันก็คือ จู่ๆ มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลของ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกในทำนองว่า จะมีทหารพรานเข้าร่วมกับม็อบเสื้อแดง และให้ระวังการประทะกับทหารประจำการ รวมไปถึงอาจมีเหตุรุนแรงเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับการชุมนุมของพันธมิตรฯในอดีตก็เป็นได้
       
       เมื่อข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยออกมาจากปากของ เสธ.แดง อีกครั้งก็ย่อมทำให้หลายคนรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอีก เพราะถ้าเกิดเหตุวุ่นวายก็ย่อมไม่เป็นผลดีในช่วงวันมหามงคล
       
       อย่างไรก็ดี สิ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปก็คือ ทำไมกลุ่ม 3 เกลอต้องมานัดชุมนุมกันในช่วงเวลาแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้เคยประกาศท่าทีไปก่อนหน้าแล้วว่าจะหยุดในเดือนธันวาคม แต่จะยกยอดกันไปในเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อรองรับ ผสมโรงกันเข้ามาทั้งนอกทั้งในสภา ซึ่งเป็นช่วงที่เปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญ ที่พรรคเพื่อไทยได้จองกฐินเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
       
       เมื่อแหกคิวพลิกกลับมานัดชุมนุมอีกรอบก็ทำให้ต้องมาพิจารณาในรายละเอียด อย่างไรก็ดีหากมองอีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับความจริงไม่น้อยว่า กลุ่มเสื้อแดงหัวขวด ในกรุงเทพฯน่าจะมีพลังในการขับเคลื่อนมากที่สุด และเมื่อนำมาผนวกกับเงื่อนไขด้านเวลาที่ไล่หลังเข้ามาทุกขณะก็จำเป็นที่จะต้องมีการส่งสัญญาณเขย่าเพื่อข่มขวัญกันบ้าง
       
       และคงไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าการเคลื่อนไหวทุกครั้งของ เสื้อแดงกลุ่มนี้ย่อมต้องได้ไฟเขียวจาก ทักษิณ แน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำเลี้ยง
       
       ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ แม้ว่าหากมองอย่างผิวเผินแล้วเหมือนเป็นท้าทาย และทำให้ “กระแสตีกลับ” ทำให้สังคมปฏิเสธ มีแต่ภาพลบ แต่หากมองในมุมของ ทักษิณ แล้วเขาอาจใช้ช่วงจังหวะนี้แหละเพื่อต่อรองกับ “คนมีอำนาจ” เสมือนกับการข่มขู่กลายๆว่า “ไม่งั้นมีเรื่อง” ใช่หรือไม่
       
       ประกอบกับคำพูดของ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงที่ออกมาปูดข้อมูล “เสียว” ในทำนองว่าอาจจะมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติในช่วงเดือนธันวาคมต่อเนื่องไปถึงต้นปีใหม่ ทำให้หลายอย่างมันชักเข้าเค้า
       
       ขณะเดียวกัน มาถึงตรงนี้ทำให้คิดได้ว่าการส่งสัญญาณให้คนเสื้อแดงออกมาคราวนี้ แม้ว่าจะต้องถูกมองในแง่ลบอย่างแน่นอน แต่สำหรับ ทักษิณ ถือว่าไม่มีทางเลือกมากนัก ทุกอย่างต้องเดินหน้า แต่อย่างที่เข้าใจกันว่ามันเป็นช่วงเวลามีเงื่อนไขจำกัด ออกตัวเต็มที่ไม่ได้ แต่อย่างน้อย ต้องการขู่ให้รับรู้ว่าหากยังทำเฉย รับรองได้เห็นดีกัน อะไรประมาณนั้น
       
       อย่าประมาทเป็นอันขาด!!

โดย ข้าใต้ฝ่าพระบาท

 

กลับไปที่ www.oknation.net