วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน


ปางอุ๋ง......... ชื่อนี้ได้ยินจนติดหู ภาพทะเลหมอกริมทะเลสาบ ริมป่าสน
ที่นักเดินทาง ใคร่อยากมาสัมผัสนัก.....ครั้งนี้ขอนำเสนอในอารมณ์ ดูเหงาๆแต่มีพลัง  
 
ภายใต้อิทธิพลของ ทะเลหมอกฝน ที่ยังปกคลุม .......เหมือนจะลาแต่ก็ยังอาลัย
 
ปางอุ๋.......สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย
คือหนึ่งพื้นที่ใน โครงการพระราชดำริปางตอง 2  ในพระบรมราชินูปถัมภ์ 
ในเขต หมู่บ้านรวมไทย อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

  ส้นทางราว 50 กิโลเมตร จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน สู่ปางอุ๋งนั้น เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง แค่ออกจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนตามเส้นทางสู่ อ.ปายไม่กี่โล ก็มีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายสู่ หมู่บ้านรวมไทย อีกประมาณ 44 กิโลเมตรก็จะถึงจุดหมายในการเดินทางครั้งนี้แล้ว 
 
              ปางอุ๋ง.....ดินแดนในฝันที่ใครๆถามถึง ปางอุ๋.งที่ใครอยากลองไปสัมผัสบรรยากาศร่มรื่น วันนี้เป็นโอกาสดีที่เราได้พาคณะออกทริป เราก็เก็บภาพส่วนหนึ่งมาให้ชมกัน หากใครที่ต้องการหาข้อมูลของปางอุ๋ง หรือใครที่อยกไปปางอุ๋ง  หรือใครที่ยังไม่เคยเห็นและใครที่ยังไม่เคยไป เราได้นำมาให้เห็นกันแล้วที่นี่
                      
                     ปางอุ๋งที่เราๆรู้จักกันนั่นก็คือหมู่บ้านกาแฟ หรือ บ้านรวใทย ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั่นเอง  การเดินทางไปปางอุ๋งนั้นจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน สภาพเส้นทางเป็นทางลาดยางที่เต็มไปด้วยความสูงชัน และคดเคียวตลอด พาหนะในการเดินทางควรเป็นรถทีมีสภาพเครื่องยนต์สมบูรณ์ และควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 (แม่ฮ่องสอน - ปาย - เชียงใหม่) ระยะทาง 8 - 9 กม. จะมีทางแยกซ้ายเข้าไป เริ่มเส้นทางสวยคดโค้ง ไตร่ระดับสูงขึ้น ไปเรื่อยๆ ชมสายหมอกคลอเคลีย กับทะเลภูเผาเป็นฉากหลังให้กับทุ่งนาในหุบเขา ที่ในเวลานี้ มีแต่สีเขียว เขียวกับเขียว ขจีไปทั้งทุ่ง ทำให้จินตนาการ มองใกล้เข้าไปอีก 2 - 3 เดือนข้างหน้า ยามแสงแดดสดใส ทุ่งเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนเป็นทุ่งรวงทอง  แล้วถึงยามเก็บเกี่ยว ภาพชีวิตกับกลิ่นฟางใหม่ ก็จะอบอล ไปทั้งทุบเขา จินตนานี้ไม่เกินจริง ไม่ได้เป็นข้ออ้างที่จะกลับมา  แม่ฮ่องสอนอีกครั้ง เพื่อมาพิสูจน์กันอีกที......
 
                         แต่สัญชาตญาณมันบอกว่า...........จะได้กลับมาอีกครั้งแน่ๆ ( มาอีกกี่ครั้งก็ไม่เบื่อปางอุ๋ง )
 
ความน่าสนใจของเส้นทาง ไม่มีเพียงเท่านี้หรอก หมู่บ้านน้อยใหญ่ เขตชุมชน รายทาง บ้านเรือนยังเป็นไม้แบบดั้งเดิม ที่มุงหลังคาด้วยตองตึง ยังมีให้เห็นไม่ยากเย็น ไม่ต้องตามรอย ตามล่า อาคารเรียนในโรงเรียน เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง แนวระเบียงยาวหน้าห้องเรียน ยังเป็นที่จับจอง ประกอบกิจกรรมสนุกสนาน ของเด็กน้อย เหมือนเห็นภาพตัวเอง ครั้งยังเป็นเด็ก (ย้อนไปไกลจัง) ภายในรั้วบ้าน ระแนงไม้เตี้ยๆ แต่ละบ้านปลูก ลำไย ไม้สูง ให้ร่มเงา เย็นรื่นชื่นใจ มันน่ามาขี่จักรยานเล่น ชมหมู่บ้านซะจริงเลย  

                  หมอกจำแป๋ หมู่บ้านใหญ่เป็นจุดแยก ซ้ายไปปางอุ๋ง ขวาไปถ้ำปลา (ระยะทางไปถ้ำปลา แค่ 3 ก.ม.) 
เลี้ยวซ้ายจากนี้ไป หนทางคดโค้ง ไต่เขาชันขึ้นเรื่อยๆ จนมือขับอ่อนสนาม ต้องร้องเพลง ถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า

 .... ร้องเพลงนี้เตือนใจไว้ได้เลย ว่าอาศัยมืออาชีพจอมเก๋าขับให้ดีกว่า แต่รับประกันซ่อมฟรี! ขึ้นไปถึงจุดหมาย
แล้วจะลืมไปเลยว่า เมื่อครู่ที่ผ่านมาเส้นทางมันชวนจั๊กจี้ใจอย่างไร 

 มาถึง บ้านนาป่าแปก หมู่บ้านรวมมิตรที่จะเห็นชาวบ้าน ทั้งกระเหรี่ยงและไทยใหญ่ แต่งกายเป็นเอกลักษณ์ 
 ของใคร ของตัว เดินปะปน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แบบ Colorful น่าลงมาเดินเล่น ….. อีกแล้ว แต่คราวนี้ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าไปให้ถึงจุดหมายที่ตั้งใจก่อน คราวหน้าจะหาเรื่อง มานั่งคุย กับแม่ค้าที่แผงขายขนม ดูผู้คนเพลินใจ
 
 เลี้ยวซ้ายเข้า หมู่บ้านรวมไทย แต่ถ้าตรงไปเป็น หมู่บ้านรักไทย หมู่บ้านของ ชาวจีน จากกองพล 93 
ที่อพยพมาสร้างตำนาน แหล่งท่องเที่ยว จิบชา ชิมขาหมู อยู่บนดอยหลายแห่งในพื้นที่ ทางเหนือของไทย และที่นี่ก็จะละม้ายคล้ายกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่ขึ้นชื่อของ แม่ฮ่องสอน 

 ผ่านหมู่บ้านรวมไทย ก็เข้าถึงจุดหมายแล้ว โครงการสวนป่าในพระราชดำริปางตอง 2 “ปางอุ๋ง” ทะเลสาบสวย 
อยู่เป็นคู่กับป่าสน เปิดภาพงามท้าสายตา เชิญสัมผัส......กันได้เลย 

กรอบนี้ ล้อมไว้ ทิ้งท้ายก่อนกลับ หลังจากชื่นชมสมใจ กับ ปางอุ๋ง แวะชิมกาแฟสด ที่ร้านน่ารักของ ลุงปาละ ในหมู่บ้านรวมไทย

     ก็ร้านข้างทางฝั่งซ้าย ที่เราเลยตรงเข้าไปสู่ ทะเลสาบก่อน แต่แอบเหล่ตา กากบาทไว้ว่า กลับมา  จะต้องแวะ เพราะที่นี่เป็นที่ดังอีกแห่ง ที่ใครมา ปางอุ๋งก็ต้องแวะ ไม่อย่างนั้น มันจะกวนหัวใจไม่แล้ว ไม่เลิก 
...แวะมาชิม "กาแฟกาแฟทำมือ" ของคุณลุง ต้องบอกว่าเป็นกาแฟทำมือจริงๆ เพราะกาแฟของลุงปาละ มันเริ่มตั้งแต่ แกลงมือปลูกเองกับมือ จนเก็บผล คั่ว บด และชง มาเสริฟกับมือ
พื้นที่ในอาณาเขตบ้านคุณลุงเต็มไปด้วยต้นกาแฟ ที่ปลูกแซมไปกับกระท่อมหลังน้อย 3-4 หลัง ที่แกปลูก ไว้ให้นักท่องเที่ยว เช่าเป็น โฮมสเตย์ รวมทั้งพื้นที่ด้านหลังติดทุ่งนา ก็เต็มไปด้วย กาแฟและต้นชา ครบวงจรเป็นเศรษฐกิจพอเพียงขนาดแท้
...อ้...ถ้าไปปางอุ๋งก็อย่าลืมไปอุดหนุนกาแฟของลุงปาละกันด้วยล่ะ
กาแฟสดของแกแก้วละ 20 บาท เท่านั้น รับรองอร่อยสุดๆเลยขอบอก
บ้านของลุงปาละไม่ใช่แค่ขายกาแฟอย่าเดียว.....แต่ก็มีขายอาหารและที่พักด้วย...ถ้ำใครมีโอกาสมาที่นี่ก็ย่าลืมแวะมาพักนะ....
โฮมเสตย์บ้านลุงปาละตั้งอยู่ในหมู่บ้านรวมไทย บ้านของลุงทำอาชีพการเกษตรบนที่สูง โดยทำการเกษตรแบบผสมผสาน ในสวนมีพืชพันธุ์หลายชนิด แต่หลักๆ ก็คือ กาแฟ และชา นอกจากนั้นในไร่ชายังมีพืชปลูกแซม เช่น เสาวรส มะคะเดเมีย อโวคาโด เลยสวนชาไปหน่อย ลุงปาละก็ยังมีนาบนไหล่เขา ตอนที่ไปข้าวกำลังตั้งท้องอยู่เลย ที่นี้น้ำอุดมสมบูรณ์ คุณชอบมั้ยเดินเล่นดูข้าวในนาไปเรื่อย แล้วยินเสียงน้ำไหล ล้นตลิ่งจากนาผื่นหนึ่งไปยังอีกผืนหนึ่ง เป็นเสียงที่เสนาะจริงๆ ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ได้วิ่งเล่นบนคันนา มองดูอะไรแปลกตาในก่อข้าว แล้วฟังเสียงน้ำไหลผ่านคันนา มันเหมือนเวลาจะเดินถอยหลังได้
สำหรับใครที่สนใจอยากจะมาเที่ยวบ้านลุงและเดินเลยอีกนิดก็สามารถชมปางอุ๋งได้ด้วย ลุงบอกว่าเนื่องจากแม่ฮ่องสอเป็นเมืองในหุบเขาอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ขนาดหน้าร้อนอุณหภูมิประมาณ 24 องศาเซลเซียสเท่านั้น เดียวนี้มีคนมเที่ยวปางอุ๋งและแวะนอนบ้านลุงเกือบตลอดปี เพียงแต่นิยมมาหน้าหนาวมากที่สุด เพราะคนไทยชอบหน้าหนาว และดอกไม้ก็บานเยอะด้วยในหน้าหนาว
สำหรับใครที่หลงในกลิ่นหอมของดอกกาแฟอย่างฉัน อยากจะนอนดมและอบตัวด้วยกลิ่นดอกกาแฟทั้งวันทั้งคืน ลุงแนะนำว่าควรมาในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นก็จะเริ่มทิ้งดอกติดผลแทน และจะเริ่มสุกและเก็บได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้น ช่วงนี้ก็หน้าดูเหมือนกันนะ เพราะผลกาแฟที่สุกนั้นแดงสวยดุจทับทิมเลยที่เดียว สำหรับคนที่ไม่ได้หลงในกลิ่น หรือรูปลักษณ์เหมือนฉัน แต่ชอบรสชาติของกาแฟนั้นลุงจะคั่วกาแฟจากสวนเอง ทำการบดตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านให้ดู และสามารถจิบกาแฟจากสวนลุงได้ตลอดปีจ๊ะ เพราะลุงคั่วเก็บไว้ใช้ทีละน้อย ไม่คั่วเยอะ หากอยากทดลองทำดู ลุงก็ใจดีอนุญาตให้ลองได้
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติ วิธีชีวิตของชาวไทยใหญ่ และปางอุ๋งในเวลาเดียวกัน ก็คงต้องไปช่วงหน้าหนาว แต่ก่อนจะไป ต้องจองให้เรียบร้อยก่อนนะจ๊ะ เพราะบ้านลุงมี 7 หลัง 8 ห้อง  และพื้นที่ที่ลุงจัดเตรียมใว้ให้สำหรับกางเต็นในไร่ชาด้วย สำหรับที่คนนอนในบ้านแล้วยังรู้สึกว่ามันหนาวไม่พอนะ (หนาวตั้งแต่เส้นผมยันปลายเท้า ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ลุงก็ใจดีมากพอที่จะทำลานใต้ต้นไผ่สำหรับก่อไฟไว้ผิงแก้หนาว นั้งจิบกาแฟ เสวนากันตามแต่ใจท่าน) แนะนำว่าควรไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เพราะดอกไม้นานาพันธุ์กำลังเบ่งบาน โดยเฉพาะที่หน้าบ้านลุงมีต้นนางพญาเสือโคร่ง(ซากุระ)ปลูกเรียงรายตลอดสองข้างทางไปตลอดจนถึงบริเวณปางอุ๋ง และในบริเวณปางอุ๋งก็มีพันธุ์พืชนานาพันธุ์ให้ท่านชมอีกมากมาย

  เรื่องและภาพโดย... ทุ่ย บ้านทุ่ง.....

โดย ไกด์เทพ

 

กลับไปที่ www.oknation.net