วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แผ่นดินกระดาษ ณ สูงเนิน โคราชบ้านเอง


วันหยุดยาว 5 ธันวาคมปีนี้ ได้มีโอกาสมาเยือนโคราช นครราชสีมา แผ่นดินท้าวสุรนารีอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้ไปเยือนครั้งแรก ในช่วงที่พันธมิตรฯ จัดเวทีคอนเสิร์ตการเมืองเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และครั้งนี้ก็นับเป็นครั้งที่ 3 ในชีวิต

ทีแรกตั้งใจว่าจะมาเยือนโคราชเพียงแค่ในตัวเมืองแบบประเดี๋ยวประด๋าว แต่คงเป็นเพราะ “ลุงสุนทร” หรือคุณสุนทร จันทร์รังสี อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 และเจ้าของหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน คนอีสาน ชักชวนผู้เขียนให้ไปดูบรรยากาศแถวๆ ไร่ของคุณลุง

ผมตัดสินใจตอบตกลง แล้วแพ็คกระเป๋า มุ่งหน้าไปที่หมอชิต 2 เพื่อออกเดินทางไปยัง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมาในเช้ามืดทันที

ปากทางเข้าอำเภอสูงเนิน

ออกเดินทางจากหมอชิต 2 เวลาประมาณ 6 โมงเช้า ก่อนรถจะออกมีเหตุระทึกเล็กน้อย เมื่อใต้ท้องรถโดยสารของ “แอร์โคราชพัฒนา” เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งใกล้เคียงจุดเพลิงไหม้ก็เป็นถังก๊าซ NGV ทำเอาผู้โดยสารที่อยู่ในรถต้องหนีกันจ้าละหวั่น กระทั่งแอร์โคราชพัฒนานำรถมาเปลี่ยน แต่โชคดีที่ไม่ใช่เที่ยวที่ผมจะไป

เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงเศษๆ เวลา 09.20 น. เรามาถึงปากทางเข้าตัวอำเภอสูงเนิน ซึ่งหากจะเข้าไปยังตัวอำเภอต้องนั่งรถไปอีก 4 กิโลเมตร ซึ่งปากทางจะมีรถสองแถวสีน้ำเงินให้บริการ เสียค่าโดยสารไป 10 บาท (ไม่รู้แพงจริงหรือถูกขูดรีดหรือเปล่า)

น้ำพุกลางตลาดสด อ.สูงเนิน

สูงเนินเป็นอำเภอเล็กๆ จากทั้งหมด 32 อำเภอในนครราชสีมา ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตอย่างสงบ ใจกลางเมืองมีตลาดสด มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเพียงแห่งเดียวที่เห็นเด่นชัด ลึกเข้าไปอีกหน่อยจะมีทางรถไฟ สถานีรถไฟสูงเนินจะอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของตัวอำเภอ

ผมพบกับคุณลุงสุนทรโบกมือทักทาย แล้วพาไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อ บริเวณเพิงข้างทางรถไฟ ก๋วยเตี๋ยวที่นี่ถ้าจะถามถึงรสชาติ เอาเป็นว่าทานได้เลยแบบไม่ต้องใส่เครื่องปรุงรสเพิ่ม ปิดท้ายด้วยกาแฟลาเต้เย็นๆ จากร้านข้างๆ ที่จอดรถแล้วเปิดท้ายขายกันตรงนั้นเลย

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เพิงข้างทางข้ามรางรถไฟ

ทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านหน้าสถานีรถไฟสูงเนิน ป้ายประธานจะอยู่ไกลๆ

หลังอิ่มท้อง คุณลุงสุนทรพาไปยัง “วัดธรรมจักรเสมาราม” บริเวณบ้านคลองขวาง ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งที่นั่นมีพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) สลักด้วยหินทรายแดงขนาดใหญ่หลายๆ ก้อนประกอบกันขึ้น สร้างขึ้นในสมัยทวาราวดี

วัดธรรมจักรเสมาราม

อาคารที่ประดิษฐานพระนอน

ก่อนหน้านี้สภาพของพระนอนแตกหักและชำรุดตลอดทั้งองค์ กระทั่งกรมศิลปากรได้รับงบประมาณอีสานเขียว พ.ศ.2533 ประมาณ 1.7 ล้านบาท ทำการขุดแต่งและบูรณะจนแล้วเสร็จ

ต่อมาได้มีการก่อสร้างอาคารคลุมพระนอนขึ้นอีกชั้นเพื่อกันแดดและฝน ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรี “พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน” วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2538 โดยได้รับบริจาคจาก “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา (ตำแหน่งในขณะนั้น) จำนวน 1 ล้านบาท

ภายในตัวอาคาร พระนอนจะประดิษฐานอยู่ด้านใน

พระพุทธไสยาสน์

สถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กันก็คือ “เมืองเสมา” เมืองโบราณขนาดใหญ่ ชื่อของเมืองเสมาผมเคยได้ยินจากปากของ อ.เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ กล่าวในที่ประชุมว่าเป็นเมืองโบราณ ที่อยู่ในรัศมีของโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา

เมืองเสมาเป็นเมืองที่ค่อนข้างกลม มีคูเมืองและกำแพงดินล้อมรอบ กว้าง 3 กิโลเมตร ยาว 4 กิโลเมตร เข้าอยู่อาศัยสมัยทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา สันนิษฐานว่าในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 อาจมีความสัมพันธ์กับอาณาจักรศรีจนาศะ

เมืองเสมา

สภาพเมืองเสมาปัจจุบัน

เมืองโบราณแห่งนี้มีพัฒนาการสืบเนื่องลงมาจนถึงราวพุทธศตวรรษที่ 16-18 ภายใต้อิทธิพลวัฒนธรรมขอมโบราณ ด้วยจารึกเมืองเสมา ที่กล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 กษัตริย์เขมรพระองค์หนึ่งซึ่งครองราชย์อยู่ ณ เมืองพระนครในกัมพูชาราว พ.ศ. 1511-1544

สภาพของเมืองเสมาในปัจจุบัน นอกจากร่องรอยของโบราณสถานแล้ว ต้นไม้ที่อยู่โดยรอบทุ่งหญ้าบริเวณคูน้ำอากาศเย็นสบาย เป็นที่จอดรถนั่งพักผ่อนหย่อนใจเช่นกัน แต่เสียอย่างเดียวคือ แผ่นป้ายที่บอกข้อมูลของโบราณสถานแต่ละจุดหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เข้าใจว่าคงทำมาจากโลหะ ซึ่งเข้าทางกลุ่มมิจฉาชีพพอดี

???

เที่ยวได้สักพักก็ได้โอกาสเข้าไปเยี่ยมไร่ของคุณลุง ระหว่างเส้นทางจะเห็นทุ่งนาสีเหลือง บรรยากศแห้งแล้งเพราะใกล้จะถึงหน้าแล้ง พลันที่รถเลี้ยวเข้าไปในบ้านพัก บรรยากาศเขียวขจี ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ถูกแทนที่ขึ้นมา เสมือนเข้ามายังอีกโลกหนึ่งอย่างน่าประหลาด

บ้านหลังนี้คุณลุงตั้งชื่อว่า “แผ่นดินกระดาษ”

ป้ายชื่อบ้าน

หน้าบ้าน

ชื่อของบ้านหลังนี้ สร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงโดยอาชีพ เพราะคุณลุงเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ที่ชื่อ “โคราชพริ้นติ้ง” และ “โคราชรายวัน คนอีสาน” หนังสือพิมพ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในภาคอีสาน (เอาแค่เป็นถึงระดับสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ความน่าเชื่อถือก็นับว่าไม่ธรรมดาแล้ว)

ตัวบ้านเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวแบบยกพื้นสูง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ บริเวณโดยรอบจะมีสวนส้ม ศาลาริมน้ำ รวมทั้งข้างบ้านจะเป็นลำธารที่ชื่อ “ลำตะคอง” แหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนโคราชมาอย่างยาวนาน มีสายน้ำไหลเย็นจากเขื่อนลำตะคองตลอดปี

ที่นี่นอกจากจะเป็นบ้านพักของคุณลุง ที่มักจะหาโอกาสพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว ยังเป็นที่รับรองแขกผู้มีเกียรติหลายท่านด้วย ซึ่งคุณลุงเล่าให้ฟังว่า เวลาเข้านอนจะได้ยินเสียงน้ำไหลจากลำธารธรรมชาติทั้งคืน และคิดว่าหากอายุมากขึ้น ก็จะอยู่ที่นี่ตราบจนชั่วกาลปาวสาน

ถ่ายภาพกับคุณลุงสุนทรเป็นที่ระลึก

ปิดท้ายกันด้วยร้านอาหารบรรยากาศในสวนอย่างเช่น “Teddy in the Garden” ในตัวเมืองโคราช ซึ่งลูกสาวคุณลุงอย่าง “พี่แข” ดูแลร้านอยู่ ตัวร้านเป็นสีเหลืองสะดุดตา รายล้อมไปด้วยสวนหย่อม ภายในร้านมีตุ๊กตาหมีทั้งเล็กและใหญ่ตกแต่งบริเวณโซฟา

ป้ายหน้าร้าน สีเหลืองเด่นเห็นแต่ไกล

ป้ายหน้าร้าน

ผนังสีเหลือง ตัดกับโซฟาสีน้ำตาล ดูรู้สึกอบอุ่น

แจกันชื่อร้าน

หมีเดียวดาย

ครอบครัวตระกูลหมี (บิดาเป็นตำรวจ)

เค้กชิ้นโต

กาแฟ+บลูอิตาเลียนโซดา

ชาร์จความสดชื่น...

แม้เมนูเด่นของร้านจะเป็นกาแฟสดและสเต็ก แต่เนื่องจากทานกาแฟไปแล้ว ทานอีกไม่ไหว เมนูที่คุณลุงโทร.สั่งล่วงหน้าจึงเป็น ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และปิดท้ายด้วย บลูอิตาเลียนโซดา ซึ่งในร้านยังมีเบเกอรี่ที่ทานคู่กับกาแฟถ้วยโปรด น่ารับประทานมากมาย

มาทำธุระที่โคราชครั้งใด ก็ขอแนะนำร้านลูกสาวคุณลุงร้านนี้ก็แล้วกันครับ บริเวณถนนราชนิกูล เลียบคูเมือง บริเวณสามแยกสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ มุ่งหน้าไปห้าแยกประตูไชยณรงค์ (ประตูผี) ไปไม่ถูก หรือเผื่อจะจองโต๊ะล่วงหน้า ก็โทรมาได้ที่เบอร์ 081-282-5177

แล้วนี่ก็คือบรรยากาศวันหยุดยาวที่ไป “ชาร์จแบต” มา นำมาเล่าสู่กันฟังแก่คุณผู้อ่านครับ เผื่ออยากจะหาโอกาสมาเยือนโคราชบ้านเอง อย่างที่ผู้เขียนได้ไปสัมผัสก็ได้ ถ้าคุณผู้อ่านมีที่เที่ยวที่ไหนในตัวเมืองโคราชอยากจะแนะนำก็บอกได้นะครับ อิอิอิ

อ่างเก็บน้ำลำตะคอง (ถ่ายจากหน้าต่างห้องสุขาในรถ)

ป.ล. แม้แอร์โคราชพัฒนาขามาจะทำให้ระทึกก็ตาม แต่ที่ผ่านมานับตั้งแต่มาเยือนโคราชครั้งที่สอง “พี่วิ โคราชรายวัน” มักจะแนะนำให้นั่งแอร์โคราชพัฒนาเสมอ

แอร์โคราชพัฒนา เมื่อเทียบกับราชสีมาทัวร์ และสุรนารีแอร์ แม้จะไม่ทราบเหตุผล แต่ลึกๆ คงเป็นเพราะการบริการมาตรฐานมากกว่า โดยเฉพาะจะกำหนดจุดจอดรถแต่ละจุด ไม่จอดรายทาง

ค่าโดยสารจากหมอชิต 2 ไปโคราช สนนราคา 200 ทอน 2 บาท ถ้าจะเข้าตัวเมืองลงรถที่ บขส.เก่า จะเดินเที่ยวตัวเมืองใกล้กว่า เพราะ บขส.ใหม่ซึ่งอยู่ทางไปหนองคาย ต้องต่อรถย้อนไปอีก

สำหรับที่พัก คุณลุงจองห้องพักที่โรงแรมชัยพฤกษ์แกรนด์โฮเต็ล บริเวณถนนจอมสุรางค์ยาตร์ ที่นั่นมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเครื่องทำน้ำอุ่น หรืออินเตอร์เน็ตไร้สาย (Spider Hot Spot) สนนราคาจ่าย 400 ทอน 1 บาท ก็ถือเป็นที่พักหลักร้อยแห่งหนึ่งในตัวเลือกของที่นี่

แม้โรงแรมแห่งนี้จะอยู่ด้านข้างที่ดินร้าง “รอยัลพลาซ่า” โรงแรมที่มีข่าวตึกถล่มอันโด่งดังเมื่อ 16 ปีก่อน แต่ตลอดทั้งคืนในห้อง 702 ก็นอนหลับสบายครับ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลย

โดย kittinunn

 

กลับไปที่ www.oknation.net