วันที่ พุธ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สำรวจไลเคนเมืองกรุง กับ นักสืบสายลม มหกรรมกรุงเทพเมืองอากาศสะอาด


เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ผ่านมาเราได้เชิญ ดร. สรณรัชฏ์ กาญจนะวณิชย์ เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียวมาบรรยาย เรื่อง "นักสืบสายลม"

นักสืบสายลมนี้อยู่ในกลุ่ม นักสืบสิ่งแวดล้อม โดยเป็นการฝึกให้คนทั่วไปอ่านภาษาของธรรมชาติ แล้วตรวจวัดธรรมชาติสิ่งแวดล้อมได้ด้วยตัวเอง เริ่มมาตั้งแต่นักสืบสายน้ำ นักสืบชายหาด หลังจากทำมา ๑๐ ปี ก็เลยหวนกลับมาที่เมือง แม้ว่าธรรมชาติในเมืองจะเหลือน้อยลงก็ตาม



จากอดีตเมื่อ ๔๐ ปีก่อน ประเทศไทยเรามีป่าไม้เป็นอัตราส่วนที่สูงต่อประชากร แต่ปั้จจุบันประชากรมีมากขึ้น ป่าไม้เมืองไทยเหลือแค่ ๒๐ % ถ้าเราไม่รีบทำอะไรสักอย่างเพื่อการปรับตัว ปรับวิถีชีวิตให้อยู่ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะ ณ วันนี้เรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นกระแสหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนา หรือนักอนุรักษ์ ทั้งสองด้านจะต้องหาหนทางร่วมกัน เศรษฐกิจก็เป็นเศรษฐกิจสีเขียว ต้องมีความสามารถในการจัดการสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น

วันนี้ เราต้องหาคำตอบซึ่งองค์ความรู้จากบรรพบุรุษของเราไม่สามารถจินตนาการได้ เราเจอโจทย์ใหม่ๆ คนเยอะ ทรัพยากรน้อย ต้องสร้างสรรค์ทางออกใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น

ในเมืองไทยของเราเดี๋ยวนี้มีคนเมืองถึง ๓๓% และทั่วโลกคนเมืองมีมากกว่าคนชนบท เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกที่เดียว และคนเมืองเหล่านี้ก็บริโภคทรัพยากรอย่างมหาศาล

มูลนิธิโลกสีเขียวจึงคิดว่า จำเป็นต้องกลับมาทำงานในเมือง เด็กเมืองบางคนไม่รู้ว่า "นม" มาจากแม่วัว รู้แค่ว่ามาจากโรงงานและขายในซูเปอร์มาร์เก็ต  จึงต้องกลับมาทำงานในเมือง เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมไปในแนวทางเดียวกันในอนาคต ว่าอะไรจะเป็นสิ่งยั่งยืนจริงๆ ทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ และอื่นๆ


การพัฒนาอย่างยั่งยืนก็มีตัววัดหลายอย่าง แต่ที่สำคัญคือ ความหลากหลายทางชีวภาพ ตัวยอดสุดก็คือ เราอยู่ร่วมหรือทำลายชีวิตอื่นๆ เราอยากได้สภาพแวดล้อมแบบไหน ถ้าคนเห็นคุณค่า จะเห็นถึงความสัมพันธ์ของการพัฒนาและชีวิตตนเองมากขึ้น

ในการสำรวจสุขภาพเมือง เราก็เลยคิดว่าจะใช้อะไรเป็นตัวชี้วัด เช่น ในดิน ต้องมีไส้เดือน หรือในคูคลองสำหรับ กทม. ต้องสามารถให้ปลากรายเติบโตได้ (ซึ่งอาจจะมีปลาหลายชนิดที่ต้องการน้ำสะอาดมาก แต่ความสะอาดสำหรับปลากรายก็เพียงพอแล้วสำหรับในเมือง) หรืออากาศดูจาก ไลเคน หรือไฟ (พลังงาน) ก็ดูจากการเจริญเติบโตของต้นไม้  สิ่งเหล่านี้ต้องมีความสมดุลบนต้นไม้ต้องมีนก มีแมลงเต่าทอง (ซึ่งหมายถึงภาวะไร้มลพิษ) เราต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่ ยังมองไม่เห็นความสมบูรณ์ของสิ่งเหล่านี้

ทำไมถึงเลือกไลเคนมาเป็นตัวแทนการชี้วัด

ก็เนื่องจากในกรุงเทพปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็คือปัญหาจราจร ซึ่งสร้างมลภาวะเป็นพิษ  การจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพทำให้คนกรุงเทพมีค่าคาร์บอนต่อหัวเท่ากับคนนิวยอร์ค ถ้าเราแก้ปัญหาได้ จะเข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้

คุณภาพอากาศนั้นโยงกับสุขภาพของคน  คนทั่วโลกนั้นตายจากมลพิษถึง 2,400,000 คน คนไทยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจถึง ๒๘,๖๐๐,๐๐๐ คน แต่ป่วยจากน้ำสกปรกแค่ ๒% ของประชากร  เราจัดการน้ำได้ ไม่ว่าจะกรอง จะต้ม แต่เราจัดการอากาศไม่ได้



มลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในเมือง และสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า ๖พันล้านบาทต่อปี ในขณะที่น้ำเสียส่งผลค่าความเสียหายเพียง ๘๐๐ ล้านบาทต่อปี  ในกรุงเทพฯ นั้นมีรถเกือบ ๖ ล้านคัน มีปริมาณฟอร์มัลดีไฮน์ ริมถนนสูงกว่าในสหรัฐอเมริกาถึง ๕ เท่า และมากกว่ามาบตาพุดที่เป็นแหล่งควบคุมมลพิษเสียอีก  แล้ววันหนึ่งเราหายใจกันวันละสองหมื่นครั้ง หายใจเอาอากาศเข้าไปใช้วันละ ๑,๒๐๐ ลิตร  ถ้าสูดสารพิษเข้าไป คิดดูว่ามันอันตรายขนาดไหน

มีสูตรง่ายๆ ในการคิดถึงเรื่องนี้ คือสูตร ๓ ๓ ๓  คือคนเราขาดอาหารได้ สามสัปดาห์ ขาดน้ำได้สามวัน แต่ขาดอากาศได้เพียงแค่ สามนาที ก็ตายแล้ว



เรื่องอากาศจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวจนเรามองข้าม ทำไมเราจึงทำให้กรุงเทพอากาศดีไม่ได้ ทำไมไม่มีการจัดการ ไมว่าจะเป็นการสร้างถนนให้จักรยานใช้ร่วมกับรถยนต์บนถนนในกรุงเทพได้  หรือจัดการให้มีพื้นที่จำกัดมลพิษ

จริงๆ แล้วไทยเรามีทรัพยากร มีเทคโนโลยีที่จะทำให้ปริมาณรถยนต์ลดลงได้ แต่เราขาดเจตจำนงทางการเมือง กลัวว่าคนขับรถยนต์จะไม่ยินยอม เราไม่เชื่อว่าเราจะทำได้ ไม่เชื่อว่าเราจะเปลี่ยนแปลงได้  แต่จริงๆ เราทำได้

และการนำไลเคนมาเป็นตัวจุดประกาย ก็คือ จุดประสงค์ของการสร้างโครงการนักสืบสายลมนี้ขึ้น เพื่อที่ในระยะปีแรกของการสำรวจนี้จะเป็นการสร้างความตระหนักให้กับชุมชน ครู และนักเรียน ๕๐ แห่งใน ๕ๆ เขตของกรุงเทพ ได้รับรู้สถานภาพ คุณภาพ ของอากาศเมือง จากการ่วมสำรวจไลเคนในเขตกรุงเทพ และรายงานผลต่อสาธารณะ

ซึ่งถ้าเราสามารถสำรวจได้ สามารถบ่งบอกถึงปริมาณ ถึงคุณภาพ ของอากาศในเมืองแล้ว มันจะเป็นการเปิดวาระให้กับสังคมได้รับทราบ และจะได้ช่วยกันแก้ไขในพื้นที่สาธารณะ  และนั่นจะเป็นการแสดงเจตจำนงทางการเมืองให้สาธารณชนได้ช่วยกันแก้ไขปัญหา



รู้จักไลเคน

ไลเคน (Lichen) เป็นภาษากรีก เรียกง่ายๆ ว่าเป็นเหมือนขี้กลากของต้นไม้  เป็นสิ่งมีชีวิตร่วมกันระหว่างรากับสาหร่าย ราเป็นตัวย่อยสลายและใหสาหร่ายสังเคราะห์แสงสร้างอาหารขึ้นมา  

สาหร่ายจะมีบ้านอยู่ปรุงอาหารให้รา และรากเป็นผู้สร้างบ้านและคุ้มครองสาหร่ายจากแสง uv ซึมซับความชื้น และช่วยพาไปเกาะยังพื้นที่ต่างๆ  

สาหร่ายในธรรมชาตินั้นมีประมาณ ๑๖-๑๘ ชนิดเท่านั้นที่สามารถอยู่ร่วมกับราได้ มีอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ชายทะเล (ในเขตอบอุ่นมีหลากหลายสี เช่น ไลเคนสีแดงในเกาะแทสเมเนีย ออสเตรเลีย) ไปจนถึงเขาสูงกว่า ๖ พันเมตร แม้แต่ในทะเลทรายก็มีไลเคน ซึ่งได้รับความชื้นมาจากน้ำค้างยามเช้าเท่านั้น รวมไปถึงบริเวณใกล้ขั้วโลกก็มีฟองหินมาก อย่าง raindeer moss ไลเคนอยู่ได้ทุกที่ในโลก เชื่อว่า มีไลเคนในพื้นที่ ๘๐% ของโลก

ความหลากหลายของไลเคนน้นมาจากเชื้อรา เพราะรามีนับหมื่นชนิด โดยเฉพาะในป่าดิบชื้นมีมากกว่า ๓๐๐ ชนิด ในต้นไม้ต้นเดียวกันบริเวณลำต้น กับยอด ก็อาจจะพบชนิดที่แตกต่างกันได้ ตัวอย่างเช่นในคอสตราริกา เพียงใบไม้ใบเดียวก็พบไลเคนได้หลายสิบชนิด

ไลเคนกระจายพันธุ์ได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นการสร้างสปอร์ของรา หรือไลเคนติดไปกับสัตว์ต่างๆ เช่น นก กระรอก หรืแม้กระทั่งปลิวไปกับสายลม

และสิ่งที่เป็นตัวกำจัดไลเคน ก็คือมลภาวะในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือในเมือง ไลเคนนั้นไม่ทนต่อมลภาพวะ เพราะผิวของไลเคนไม่มีขี้ผึ้งเคลือบเหมือนกับใบไม้ เพราะใบไม้นั้นแม้จะมีมลภาวะ มีอากาศเสียมากๆ ก็สามารถทิ้งใบได้ แต่ไลเคนทำไม่ได้เลย เพราะถ้าโดนมลพิษสาหร่ายจะตายทันที

ไลเคนที่ใช้วัดคุณภาพอากาศนั้นมีอยู่ สี่กลุ่ม คือ กลุ่มที่อ่อนไหวมาก เช่น ฝอยลม ที่ต้องการอากาศบริสุทธิ์มากๆ เช่นบนยอดดอย หรือกลุ่มอ่อนไหว อากาศต้องดี กลุ่มที่ทนทานต่ออากาศไม่ดี และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่ทนทานอากาศแย่ๆ ได้



ในธรรมชาตินั้น กลุ่มอากาศดีจะมีไลเคนมากที่สุด แต่ในสภาพอากาศที่ไม่ดีอย่างในกรุงเทพก็มีไลเคนหลายชนิดเป็นตัวชี้วัด ซึ่งทางมูลนิธิโลกสีเขียวได้จัดทำคู่มือขึ้นมาโดยสามารถดาวน์โหลดได้จากเวบไซต์มูลนิธิโลกสีเขียว http: www. Greenworld.or.th

โดยการสำรวจง่ายๆ นั้น จะใช้วิธีสังเกตไลเคนจากต้นไม้ ๑๐ ต้น โดยดูจากพื้นจนถึงระดับสูง ๒ เมตร ว่าจะพบไลเคนหรือไม่อย่างไร และพบอะไรบ้าง ซึ่งสามารถประเมินคุณภาพอากาศได้  โดยต้นที่พบมากส่วนใหญ่จะเป็นต้นที่เปลือกไม่ร่อน เรียบ ไม่ขรุขระ เช่นต้นมะม่วง ขนุน พิกุล หมาก ปาล์ม ลั่นทม ซึ่งจะพบไลเคนแต่ละชนิดแตกต่างกันออกไป

และจากการบรรยายนี้เอง ทางชมรมนักนิยมธรรมชาติ จึงได้ตกลงร่วมมือกับทางมูลนิธิโลกสีเขียว จัดการอบรม "นักสืบสายลม" ขึ้นในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดยเป็นการอบรมเพียงวันเดียว ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. -๑๖.๐๐  น. โดยจะมีการบรรยายเรื่องไลเคน ชนิด วิธีสำรวจ สังเกต หลังจากนั้นจะเป็นการสำรวจไลเคนในพื้นที่ สวนธนบุรีรมย์ เขตราษฎร์บูรณะ  ผู้ที่สนใจจะร่วมอบรมติดต่อลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ http://www.naturethai.org   การอบรมนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น


เราอยู่ได้ เมื่อชีวิตอื่นอยู่ได้ We live where the wild thing are 

โดย เสือจุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net