วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนหาปลา


คนหาปลา

ณขจร จันทวงศ์

               แดดอุ่นทอประกายระริกกระทบพื้นน้ำละเลียดผ่านผิวกายฉ่ำชื้นไปด้วยดอกเหงื่อที่ผุดออกมาจากเนื้อกร้านกรำแดดกรำลม  อากาศยามนี้ช่างร้อนระอุและแห้งนัก   แต่มีบางสิ่งกลับหนาวยะเยือกจับขั้วหัวใจ  “เจิด” ชายชาวเลนัยน์ตาสนิมเหล็กสายตาเคยทอประกาย สุกใส บัดนี้กลับดูว่างเปล่ายิ่งนัก เขากำลังพาเรือหัวโทง เรือคู่ชีวิตในวัย ๔๕ ของเขาลอยลำอ้อยอิ่งอ้อยสร้อยไร้ชีวิตชีวา เข้าหาฝั่ง ในยามแสงอัสดงเช่นเดียวกับทุกวัน

เจิดละสายตาจากพื้นน้ำมองท้องเรือซึ่งมีปลาตัวเล็ก ๆ กองรวมกันราว ๑๐ กว่าตัวนั้นด้วยสายตาสลดหดหู่ สีของผืนน้ำที่เคยเป็นสีเดียวกับฟ้า ใสจนมองเห็นนิ้วเท้าตัวเอง บัดนี้ แทบทุกตารางนิ้วของท้องน้ำที่เจิดรู้จัก ถูกปนเปื้อนไปด้วยตะกอนเคมี สีของมันไม่แตกต่างไปจากน้ำเหลืองที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผล 

เจิดเป็นชาวเล มาทั้งชีวิต บรรพบุรุษของเขาหากินกับน้ำและฟ้า ดำรงชีพมาหลายชั่วอายุคน แต่มาวันนี้ เขากลับนึกไม่ออกว่าจะนำพาอีกสองชีวิตน้อย ๆ ผ่านพ้นชะตากรรมอันเลวร้ายนี้ไปได้อีกนานเท่าใด เขาหวนคิดถึงชีวิตในวัยเยาว์ ที่พื้นน้ำแห่งนี้เปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำเป็นทั้งเพื่อนและที่พักพิงของเจิดและครอบครัว เจิดเคยคิดว่ารู้จักท้องน้ำแห่งนี้ดีกว่าใคร ๆ แต่ มาวันนี้เขากลับรู้สึกว่างเปล่าจนแทบไม่อยากรับรู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น กับสิ่งที่อยู่กับเขามาชั่วชีวิต 
                 
ยามนี้มันควรจะเป็นยามที่เจิดนั่งถักแหอวนอยู่ที่บ้านกับลูกและเมียมิใช่รึ ?     มันมิใช่เวลาที่เจิดจะนำเรือออกหาปลาเลย แต่นั่นไม่สำคัญหรอก สำคัญคือ สรรพสิ่งทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงไป แต่มันเร็วจนน่าใจหาย เร็วจนเจิดรับไม่ทัน มันยากเกินกว่าคนอย่างเจิดจะจินตนาการได้
                       
เจิด สะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อหัวเรือกระแทกเข้ากับหินโสโครกริมหน้าผา พยายามบังคับหัวเรือเข้าเทียบท่า อืม จะเรียกว่าท่าเทียบเรือก็ไม่ถูกนัก พื้นที่นี้ในอดีตเขาและเพื่อนบ้านเคยขึ้นมาหาของป่าด้วยกัน บัดนี้มันกลายสภาพเป็นท่าเรือชั่วคราวของชาวบ้าน และต้องถูกย้ายจุดไปทุกๆ วันตามระดับของน้ำที่เพิ่มขึ้น และหมายรวมถึง เขาและครอบครัวกับคนอื่นๆ ที่ยังพอมีชีวิตจะต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ เพื่อหนีน้ำ 

เจ้าหญิงน้อย ๆ ของเขาไต่หน้าผาลงมาพร้อมส่งเสียงเรียก คงรอคอยการกลับมาของเขาอยู่ด้วยความหิวโหย 

“พ่อ วันนี้ได้ปลามาให้หนูรึเปล่า หนูอยากกินปลาทอด  แม่ก็รอพ่ออยู่” เด็กน้อยโดดเข้าสวมกอดพ่อทันทีที่เขาขึ้นจากเรือ 

ลูกหญิงเป็นแก้วตาดวงใจของเขา ยามใดที่เขาได้อยู่ใกล้ลูก เขาจะสลัดความคิดทั้งหมดทิ้งและทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เห็นรอยยิ้มจากเจ้าหญิงน้อยของเขา  เจิดแหงนหน้าดูฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยม่านควันหนาทึบ  หากฟ้าและตะวันที่เขาเคยใช้เพื่อบอกเวลา ตอนนี้หาช่วยเขาได้ไม่  สำเหนียกแรกที่เกิดขึ้นจากสัญชาตญาณคือ เขาต้องรีบเอาปลากลับไปให้เมียรักก่อนแสงอัสดงที่พยายามแทรกส่องลงมาจะลับหาย
                   
ใกล้ค่ำเข้าไปทุกที  เมียและลูกหญิงน้อย ๆ ของเขาคงสาละวนทำปลาเพื่อมาเป็นอาหารประทังชีวิตให้ผ่านพ้นไปได้อีกครา    เจิดนั่งคิดถึงข่าวที่เขาได้ยินจากเพื่อนชาวเลด้วยกันเมื่อวานนี้ ทำให้เขายิ่งคิดหนัก  หวนคิดคำนึงถึงหนทางที่จะต้องนำมาสู่การตัดสินใจในระยะเวลาอันใกล้นี้ นักวิทยาศาสตร์รายงานอย่างต่อเนื่องเรื่องสถานการณ์การละลายของน้ำแข็งจากขั้วโลก อันเป็นผลมาจากอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน พื้นที่ที่เคยเป็นผืนดินถูกแทนที่ด้วยน้ำ มันเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ มันทำให้ในแต่ละวันที่เขาออกไปหาปลาทีไร เวลากลับเข้าฝั่งชายฝั่งของเขาจะไกลออกไปทุกทีๆ
                      
เจิดหยิบหินขึ้นมาและปามันออกไปจนสุดแรง   เสียงหินหล่นลงไประทบอะไรบางอย่างในน้ำ  เจิดถอนหายใจ คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้  เจิดและคนในหมู่บ้านอีกหลายคนเคยคัดค้านชนิดหัวชนฝาไม่ให้รัฐเอาโรงงานนี้มาตั้งที่นี่ แต่ในที่สุดไม้ซีกที่พยายามเข้างัดไม้ซุงก็หักลง ท่าเรือน้ำลึก โรงงานเคมี และอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากก๊าซธรรมชาติผุดขึ้นราววัชพืชที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วหลังซังข้าวถูกเผา คิดมาถึงตรงนี้เขาเริ่มหงุดหงิดเมื่อมองลงไปใต้ท้องน้ำผ่านแสงสลัว ๆ จากหลอดไฟ เขายังคงเห็นปล่องควันโรงงานจมอยู่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อชะตามกรรมที่เขาและอีกหลายคนในโลกกำลังเผชิญอยู่ยามนี้ จากจุดที่เขายืนไม่ไกลนัก เบื้องล่างก่อนหน้านี้มันเคยเป็นโรงงานแยกก๊าซธรรมชาติที่รัฐบาลสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลเพื่อแลกเอาสถาปัตยกรรมใต้น้ำนี้มา

น้ำขึ้นจนเกือบจะถึงตีนภูเขาที่เจิดและเพื่อนบ้านอพยพมาอยู่อีกแล้วหรือนี่ บัดนี้หาดทรายที่วัยเยาว์เจิดเคยแก้ผ้าวิ่งเล่นมันหายไปไหน ต้นมะพร้าวริมเล เปลยวน แสงตะเกียงของเรือไดร์หมึก บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว   หากมองจากท้องทะเลจุดที่เขายืนอยู่มีสภาพเป็นเกาะโดดเดี่ยว อ้างว้าง และไร้ซึ่งชะตากรรม เจ้าหน้าที่ได้อพยพชาวบ้านขึ้นมารวมกันบนภูเขาแห่งนี้ตั้งแต่วันแรกที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเป็นแผ่นดินผืนเดียวที่ยังโผล่พ้นน้ำ เจ้าหน้าที่ทิ้งอาหารส่วนหนึ่ง พร้อมวิทยุเครื่องเล็กและแบตเตอรี่อีกจำนวนหนึ่งให้ชาวบ้านไว้ติดตามสถานการณ์ข่าวสาร หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยเห็นใครหน้าไหนมาให้ความช่วยเหลืออีกเลย และน้ำก็เพิ่มขึ้นทุกวัน
      
เจิดหันหลังกลับเดินลัดเลาะไปตามป่าสวนยางมุ่งหน้ากลับเพิงพัก ป่านนี้เมียเขาคงตั้งสำรับรอกินข้าวด้วยแล้ว ผ่านชาวบ้านที่ยังพอมีชีวิตรอดต่างนั่งไม่ไหวติง บางคนนิ่งเหมือนปูนปั้น เด็กหลายคนร่างกายซูบผอมเพราะอดอาหารมาหลายวัน 2 วันก่อนระดับน้ำเกิดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านที่สร้างเพิงตรงจุดลาดชันถูกคลื่นซัดหายไปหลายร้อยคน โชคร้ายที่แผ่นดินซึ่งเหลืออยู่ยามนี้เป็นยอดเขาแห่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ในแถบนี้ เรือและสิ่งที่ลอยน้ำได้คือสิ่งที่มีค่าพอๆ กับชีวิต  เด็กน้อยมองไปที่ใบหน้าของพ่อสลับกับใบหน้าของแม่ และปลาในสำรับที่พ่อหามาได้ถูกทอดวางเรียงกันอยู่สามตัว พร้อมน้ำปลาในถ้วย แค่นี้ก็ดูดีมากแล้วเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านที่เขาเดินผ่านมา  นอกเหนือจากนิทานพื้นบ้านแล้ว สิ่งที่หามาได้จากทะเลคือความสุขอีกอย่างหนึ่งที่เขามอบให้แก้วตาดวงใจได้ แต่มันหาได้เป็นเช่นนั้นทุกวัน
                  
ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ แม้ทั้งอำเภอจะถูกครอบครอง ด้วยสิ่งที่เรียกกันว่าความเจริญ แต่ครอบครัวนี้ก็คือชาวบ้านที่ยังยืนหยัดอยู่กินตามวิถีเดิมๆ แม้ครอบครัวอื่นๆ จะพากันขายที่ ขายเรือ ได้เงินมาก็เอาไปซื้อของตามสมัยนิยม บ้างก็ทิ้งถิ่นฐานไปอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เขาจึงยังเหลือเรือลำเล็กๆ ไว้หาอาหารเลี้ยงครอบครัวได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ยามนี้ และนี่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ยังทำให้เขา ครอบครัว รวมทั้งเพื่อนชาวประมงกลุ่มเล็กๆ ยังมีชีวิตรอดอยู่ได้

เสร็จจากอาหารค่ำในคืนนั้นซึ่งเป็นคืนที่ดีอีกคืนสำหรับเขา เพราะพอจะมองเห็นพระจันทร์ทอดวงเด่นเป็นสง่าต่างกับเมื่อวานนี้ ฟ้าทั้งฟ้ามืดสนิทมองไม่เห็นแม้กระทั่งดาวดวงเล็กๆ ผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาลส่งแสงระยิบระยับคราวต้องแสงจันทร์ เขาและลูกสาวตัวน้อยนั่งชมพระจันทร์ดวงนั้น ด้วยกันมันยังพอเป็นความบันเทิงได้บ้างในยามนี้ เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นถามพ่อว่า

“ พ่อจ๋า ถ้าน้ำท่วมโลกหมดแล้ว เราจะไปอยู่กันที่ไหนคะพ่อ” เด็กน้อยถาม

เจิดมองลูกสาวตัวน้อยของเขาด้วยแววตาอ่อนโยนและตอบว่า

“ถ้าโลกเราถูกน้ำท่วมหมดแล้ว เราก็ไปอยู่บนดวงจันทร์สิลูก แต่พ่อว่าเดี๋ยวน้ำก็ลดแล้ว” ผู้เป็นพ่อพูดเอาใจเด็กน้อย 

“ถ้าเราไปอยู่บนดวงจันทร์ พ่อต้องหาปลาตัวใหญ่ๆ มาให้แม่กับหนูกินด้วยนะ บนดวงจันทร์คงมีปลาตัวใหญ่เยอะแยะแน่เลย” เด็กน้อยพูด ดวงตาเธอทอประกายล้อกับแสงจันทร์
                  
เจิดไม่รู้ว่าน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่รู้สึกตัวเองว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในทะเลเบื้องหน้า หมู่เมฆเริ่มเคลื่อนตัวมาบดบังดวงจันทร์อีกครั้ง ขณะกำลังจะอ้าปากพูด กลับได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกของเพื่อนชาวประมงดังมาจากด้านหลัง พร้อมๆ กับความโกลาหลที่เกิดขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว

“เร็วเข้า เราต้องขึ้นไป น้ำมาเยอะแล้ว เรือที่ผูกไว้ก็ถูกคลื่นซัดหายไปหมดแล้ว ไปปลุกเมียเอ็งเร็วเข้า” เสียงเพื่อนบ้านตะโกนด้วยความตระหนกสุดขีด เขารีบอุ้มลูกน้อยขึ้นแนบอก พลางจ้ำอ้าวไปยังเพิงพัก พอดีกับที่ผู้เป็นเมียเก็บข้าวของเสร็จสรรพพร้อมออกเดินทาง เสียงแห่งความโกลาหลของผู้อพยพยังดังไม่หยุด หลายคนรีบไต่ขึ้นไปตามเนินชันของภูเขา ในขณะที่ระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เสียงคลื่นคำราม ดังไล่หลังดุจมัจจุราชไล่ล่าหาดวงวิญญาณ
 
“เราจะไปไหนกันจ๊ะพ่อ ไหนพ่อบอกว่าน้ำจะแห้ง” เด็กน้อยพูดปนสะอื้น พลางกอดพ่อไว้แน่น

“น้ำคงไม่แห้งแล้ว เราไปอยู่บนดวงจันทร์กันดีกว่าลูก เดี๋ยวพ่อจะพาลูกปีนขึ้นไป”

“จริงเหรอพ่อ งั้นพ่อรีบพาหนูไปเถอะน้ำมาแล้ว”

ชาวบ้านต่างอพยพปีนขึ้นไปยังจุดที่สูงที่สุดของภูเขา บางคนหนีไม่ทันถูกน้ำพัดตกภูเขาไปหลายคน เขาอุ้มลูกน้อยไว้แนบอก จูงมือเมียรัก ไต่ขึ้นไปจนถึงยอดเขาอันเป็นจุดที่สูงที่สุด พบว่ามีเพียงชาวบ้านไม่กี่คนเท่านั้นที่ไต่ขึ้นมาจนถึงจุดนี้ เขาไม่กล้าคิดว่าคนที่เหลือหายไปไหน แต่ทว่า ชั่วอึดใจเดียวระดับน้ำก็เริ่มท่วมฝ่าเท้าของคนทั้งหมด ระดับของมันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เขาสำเหนียกได้ทันทีว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขาและครอบครัวอันเป็นที่รัก

“พ่อจ๋าใกล้ถึงดวงจันทร์หรือยัง” เด็กน้อยถาม ตายังเพ่งมองไปที่ดวงจันทร์
“อีกนิดเดียวแล้วลูกเอ๋ย หลับเถอะนะลูก หลับให้สบายถึงดวงจันทร์แล้วพ่อจะปลุก”

ระดับน้ำที่รุกเข้ามาทุกทิศทางบนยอดเขา บีบให้คนทั้งหมดตกอยู่ในวงล้อมของคลื่นที่สูงท่วมหัว เขากอดเด็กน้อยไว้แนบอก จับมือเมียรัก กระซิบข้างหูเด็กน้อยที่หลับตาด้วยความกลัวในอ้อมแขน

“เรือมารับเราไปดวงจันทร์แล้วลูก พ่อจะหาปลาตัวโตๆ ให้หนูกิน”

แล้วคลื่นที่ถาโถมเข้ามาทุกทิศทางก็มาบรรจบกันบนยอดเขา กลืนเขาทั้งลูกจมหายไปในที่สุด ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่มีเสียงอ้อนวอน มีเพียงผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาล กับความหวังทั้งหมดที่ริบหรี่ลงแล้ว

................................................................................................................................................................

เรือหัวโทงลำเล็กลอยลำอ้อยอิ่งไร้จุดหมาย ผืนน้ำกว้างใหญ่มีแสงระยิบระยับรับแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมากระทบ คืนนี้พระจันทร์ยังคงทอแสงเต็มดวง เงาของมันเด่นชัดอยู่บนผิวน้ำ ปลาใหญ่ตัวหนึ่งกระโดดผลุงขึ้นมาจากผิวทะเลคล้ายกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็กลับตกลงไปในทะเลเช่นเดิม ลมทะเลยามค่ำพัดเอาเรือหัวโทงลอยลำไปอย่างไร้ทิศทาง ทิ้งไว้เพียงเงาจันทร์กับผืนน้ำ เป็นเงาของดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่ไม่มีทะเล และไม่มีคนหาปลาอยู่บนนั้น แม้แต่คนเดียว

โดย ณขจร

 

กลับไปที่ www.oknation.net