วันที่ อังคาร ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกาะพีพี หนึ่งคืนนั้น สั้นเกินไปไหม? [ตอน ๑]


สวัสดีค่ะ เพื่อนบล็อกเกอร์ที่รัก..

    โครงการตามหาสายสะพาย ในฐานะประชาสัมพันธ์ดีเด่นของเกาะพีพี โครงการนี้สนับสนุนรางวัลโดย เจ้จันทร์จ๋า.. มอบโล่ห์พร้อมสายสะพาน ณ วันเริ่มปีใหม่ ๒๕๕๓

ดังนั้นภารกิจของสีน้ำฟ้ายังไม่จบสิ้น.. ต้องโฆษณาเกาะพีพีกันต่อไป เดี๋ยวรางวัลที่ทำท่าว่าจะได้ กลายเป็นเพียงความฝัน อิอิ



ค่ะ  วันนี้จึงขอนำเสนอ เกาะพีพี .. หนึ่งคืนนั้น สั้นเกินไปไหม? เืรื่องนี้จะย้อนหลังนิดหนึ่งนะคะ แค่สองสามเดือนเอ๊ง ฮาฮา 




เรื่องนี้เริ่มต้นสมัย สีน้ำฟ้าไปช่วยงานน้า (ผู้หญิง)  ที่กรุงเทพฯ  ช่วงนั้น ขึ้น-ล่อง เกาะีพีพีกับกรุงเทพฯ เป็นว่าเล่น แม้จะติดปีกไป ใช่ว่าจะจ่ายเอง (ฮา) แหงะ ไม่เกี่ยวอะไรกับเอ็นทรี่


แหม.. นะ แค่จะบอกว่า พี่ลูกเสือส่งจดหมายน้อยมาหา ตอนที่สีน้ำฟ้าอยู่กรุงเทพฯ  อารัมภบทซ้า คนอ่านจะเลิกติดตาม


น่า.. ไหนๆ ก็ไหนๆ  รักกันจริง อย่าทิ้งกันกลางทาง


จดหมายน้อย ที่ส่งด้วยความคิดถึง กว่าจะถึงก็เนิ่นนาน  พอเปิดอ่านเป็นข้อความบอกเล่าถึงการจะเดินทางมาเกาะพีพีของบล็อกเกอร์พี่ สุภาวัลย์

โอ้โห!  พอทราบแค่นี้ก็ตื่นเต้น พี่สุภาวัลย์เป็นบล็อกเกอร์ที่เขียนเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวได้ดีมากๆ  และมีประสบการณ์การท่องเที่ยวมากมาย จนเกรงว่า สีน้ำฟ้าจะต้อนรับได้ไม่ดี กลัวใจจริงๆ ค่ะ


ขอเชิญไปทักทาย บล็อกเกอร์สุภาวัลย์ ได้ทุกวัน ที่นี่เลยค่ะ







แหะ แหะ ..  พี่สุคะ ขออภัย ที่แอบกลัวล่วงหน้า  เคยเห็นในบล็อกต่างๆ  และอ่านบล็อกของพี่ แล้วสีน้ำฟ้าว่า พี่พูดน้อย ต่อยหนัก  หมายถึง  พี่อ่านเก่งมากๆ (เห็นจากคอมเม้นท์แต่ละบล็อก)  และพี่ก็เขียนเก่งมาก (จากการที่ติดตามอ่านแต่ไม่ค่อยไปเม้นท์ เพราะชอบไม่ล็อกอินมา ก็หนีงานมาน่ะค่ะ ล็อกอินไม่ได้ เป็นต้องเหลิงจนน้า "แทะ" เอาทุกที) 


เฮ้อ..สีน้ำฟ้าตัวกลมๆ กลัวการต้อนรับที่ไม่ดี เพราะเกาะพีพีของเรา จะว่าไป แม้ว่าธรรมชาติ สรรค์สร้าง  น้ำทะเลสดใส ปะการังสดสวย แต่คนน่ะซี สภาพแวดล้อมนะซี  กลัวไปหมดค่ะ


ไหวไม่ไหว.. ก็ต้องไหว โอกาสที่เราจะได้รับความไว้วางใจ จากใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ในเมื่อพี่ลูกเสือหมายเลข 9  มั่นใจในความเป็นเจ้าถิ่น ของสีน้ำฟ้าแล้ว จะให้พี่ๆ  เสียใจได้อย่างไร

สู้ๆ  สุดความสามารถค่ะพี่ๆ


จากที่ไม่เคยเป็นไกด์ในท้องถิ่นที่ตัวเองมาอาศัยเขาอยู่เกือบแปดปี ต้องหาข้อมูลโดยด่วน  โดยเริ่มจาก ท่านผู้โชคดี น้านพ กระบี่ทูเดย์นั่นเอง

จากนั้นก็กล้าๆ เกรงๆ  โทรไปรบกวนพี่สุ ทางโทรศัพท์ ว่าจะให้ข้อมูล แต่ช้าหน่อยเพราะว่ายังอยู่ที่กรุงเทพฯ  จนกระทั่งกลับเกาะพีพี เมล์ฉบับแรก..ก็บังเกิด







ส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์  ตอบกันไปมา ถึง สี่ฉบับ กว่าจะได้ลงตัว ทริปพาเพื่อนล่องใต้ ของพี่สุ  จาก ๕ - ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ 







โดยเริ่มต้นที่จังหวัดกระบี่  อ่าวพระนาง  พี่สุ ซื้อทัวร์จากเว็บไซต์ (ต้องรอเรื่องเล่าจากพี่สุค่ะ)  แล้วก็ไปเกาะลันตา พักสองคืน  จากนั้น พี่สุ นั่งเรือเช้ามาจากเกาะลันตา มาเกาะพีพี






เรือออกจากที่โน่น ๘ โมงเช้า  ถึงเกาะพีพี ประมาณ  ๙.๓๐ น. โดยประมาณ  งานนี้เดินออกไปรับพี่สุที่ท่าเรือค่ะ

จำได้ๆ  พี่สุหน้าตา ใจดี มีเมตตา ยิ้มสวยๆ  เคยดูรูปจากบล็อกบ่อยๆ  พอไปถึง พี่สุและเพื่อนอีกสามคน ยืนรอที่ท่าเรือ สีน้ำฟ้าใส่เสื้อโอเคเนชั่นไปด้วย  แม้ว่าจะส่งรูปไปให้พี่สุ ดูทางเมล์แล้ว กลัวว่า ในภาพจะหลอกตา  เดี๋ยวพี่เขาจำเราำไม่ได้ อิอิ

ดีใจ๊ ดีใจ ไปถึง ได้รับกอดที่อบอุ่น กอดกันแล้วก็ไหว้ทำความเคารพกันตามธรรมเนียมไทย และยกมือไหว้ ทักทายพี่อีกสามคน.. คือพี่เนา, พี่แคลลี่ กับพี่แอนดรูว์  (เขียนถูกไหมคะพี่ๆ ถ้าผิดขออภัย เดี๋ยวแก้ไขให้ค่ะ)





       เรายืนคุยกัน เพื่อรอคนจากบังกะโล มารับกระเป๋า  ที่นี่มีแต่ลีมูซีนนะคะ  อิอิ  ลีมูซีนรถเข็นมือ เท่ห์ เชีียวล่ะ 











ฝากของไปกับ พี่คนขับลีมูซีน  ให้นำของไปไว้ที่บังกะโลได้เลย  ส่วนเราเดินไปรับประทานอาหารเช้าที่ ศูนย์บัญชาการ  บ้านเจ้จันทร์จ๋า (ร้านมาดามเรสโต้)  สั่งกันเบาๆ  แต่คงไม่เบาเท่าไหร่ เรียกว่า อิ่ม อร่อยกันถ้วนหน้า

แหะ แหะ อิ่ม อร่อย กันถ้วนหน้า เจ้าบ้านโทรสายตรงมาจากภูเก็ต ว่ามื้อนี้ ขอเลี้ยงพี่ๆ  เป็นการไถ่โทษ ที่มิสามารถมาต้อนรับด้วยตัวเองได้

และขอนำภาพมาแก้ตัวไปก่อนนะคะ อิ่ม แต่ลืมถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน กลัวน่ะค่ะ เดี๋ยวเขาจะจับได้โดยละม่อม ว่า หิวมาก (ฮา) 

ขนาดนี้แล้วยังกลัวเขาเจอหลักฐานอีกเร๊อะ (ฮา)  (ใครแอบคิดดังขนาดนี้ ยกมือขึ้น ฮา (อีกที))






ไม่ได้หิวหรอก

จริงๆ นะคะ

แย่งกันคุยต่างหาก

อิอิ







  หลังจากเดินมาถึงที่พัก  พี่ๆ นำกระเป๋าเข้าห้องพัก ทักทายน้านพ กระบี่ทูเดย์ ที่วันนี้ต้องถูกทิ้งให้เฝ้าร้านอีกแล้ว


เราก็นัดเวลากันออกเดิน เพราะจะพักที่เกาะพีพีเพียงคืนเดียว  เป้าหมายของเราก็คือ พิชิตยอดจุดชมวิว หลังจากนั้นก็จะไปล่องเรือเล่นน้ำ ดำดูปะการังกัน กับเรือบ่าย  ซันเซททริป ออริจินัลของเอก หนุ่ม หน้าตาดี ที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้าแล้ว จากเรื่องเล่าเกาะพีพี กับวันสบายๆ ของจ่าจินต์


    ไปค่ะ ไปขึ้นเขากัน  เฮ้อ.. จุดชมวิว ภาษาสีน้ำฟ้าที่อยากบอกว่า "แค่ๆ"  หมายถึงใกล้ๆ  ไม่ไกลน่ะค่ะ จริง .. จริ๊ง  ขึ้นบันไดไปสองช่วง จากนั้นก็เิดินอีกไม่กี่โค้ง  เดี๋ยวนี้ภูมิต้านทานพอใช้ได้แล้วค่ะ  อาจจะหอบหน่อย น๊อย แต่ไม่ขายหน้าแขกแน่นอน


ไปค่ะ  งานนี้ ปล่อยภาพเล่าเรื่องเลยนะ

















เราเลี้ยวขวา ไปยังจุดชมวิวแรก

พักกันที่นี่นานเลยค่ะ


หามุมถ่ายภาพกัน กดชัตเตอร์ไม่ยั้ง



ภาพที่เห็นนี้ สีน้ำฟ้าไม่มั่นใจ ว่าความผิดพลาดเกิดจากอะไร

กลายเป็นว่า..ทั้งเกาะ กลายเป็นทะเลสะท้อนสีฟ้าออกมา ซะงั้น











ภาพในมุมเดียวกัน


ต้องออกมาแบบนี้ค่ะ















จากจุดชมวิว จุดแรก  เราก็ค่อยๆ ทยอยขึ้นไปยังจุดชมวิวที่สอง

ซึ่งเป็นจุดยอดนิยม ใครๆ มาแล้ว ไม่เห็นด้วยตาตนเอง

แสดงว่ามาไม่ถึงเกาะพีพีนะคะ



ระหว่างทางจะขึ้นไปยังลานหิน 

ผ่านตรงนี้ อดคิดไม่ได้ค่ะ  จะครบรอบห้าปีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า


หลังจากถูกสึนามิ พัดพา กระจัด กระจาย

เรามารวมตัวกันที่นี่ กลุ่มหนึ่ง

ก่อกองไฟ ไล่ยุง

และหาทางมะพร้าว มาปู รองนอนกันกับดิน


ตรงนี้แหละ








คืนนั้นดาวเต็มฟ้า

ดาวสวยจริงๆ นะคะ  อากาศเย็น แต่ยังมีไออุ่นจากกองไฟ

มาช่วยบรรเทา





เอาไว้สักวันนะคะ


สักวัน จะเล่าเป็นตัวอักษรให้อ่านกัน


ทุกวันนี้ ไม่เคยจะเขียนได้จบสักครั้ง ไม่รู้เป็นไร


ไปค่ะ.. ไปต่อ กันที่จุดชมวิวกันเลย









วันนี้ ขอแค่นี้ก่อน .. พรุ่งนี้จะพาไปเล่นน้ำกันอีก



แล้วพบกันนะคะ









สีน้ำฟ้า


ปล. ขอบคุณภาพประกอบ ส่วนหนึ่งจากกล้องของพี่แอนดรูว์ค่ะ  แต่พี่แอนดรูว์คะ ขออภัยที่เขียนเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษของแจมไม่สามารถเรียบเรียงเป็นเรื่องราวได้จริงๆ







โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net