วันที่ อังคาร ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คิวชู 4 วันจบ : วันที่ 3 (เราอยู่ไหนเนี่ย)


วันที่สามของการเดินทาง ^^ วันนี้เราจะไปเมืองนางาซากิกัน ดูจากตารางแล้ววันนี้คงไม่หนักหนามาก เพราะไปแค่ที่เดียวเอง คือเฮ้าส์เท็นบอช (Huis Ten Bosch) หรือหมู่บ้านฮอลแลนด์นั่นเอง แถมช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาแห่งการเดินทาง จากคุมาโมโต้ไปนางาซากิก็หลายชั่วโมงอยู่...เสร็จโจร ^^  ยังไม่ทันไปไหนก็หลับต่อในรถ(อีกละ)

อันว่าการจะเดินทางไปเมืองนางาซากิเนี่ยต้องนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามไป คือไปทั้งคนทั้งรถเลย ก็เลยมีการแจกจ่ายยาแก้เมาเรือเป็นการกันไว้ก่อน เนื่องจากไม่แน่ใจสภาพตัวเอง เลยขอมากินมั่งกลัวเสียเปรียบ จริงๆคือขอกันไว้ก่อนหรอกกลัวไม่หนุก...ได้ผลเลย..ยังไม่ทันขึ้นเรือก็เมายาหลับไปก่อนแล้ว ไม่รู้จะกินทำม้ายย ^^”

มาถึงท่าเรือ จังหวะดีเรือยังไม่มา เลยมีโอกาสเดินเล่น ถ่ายรูปมาฝากกัน (แม้จะยังเมายาอยู่)


 
ท่าเรือเฟอร์รี่..ที่เห็นเป็นถนนที่ใช้เวลาเอารถออกจากเรือ


 


ชัดๆอีกที..ข้างล่างรถเข้า..ข้างบนรถออก


 


เรือมาแล้ววววววววว


 


รถออกมาแล้ววววววววว

 


พอเรือมา เราก็เตรียมขึ้นรถ เอ๊ะยังไง..ก็เค้าเอารถขึ้นเรือไปนี่เนาะ ไกด์บอกว่าเวลาขึ้นเรือไปแล้ว จะมีนกนางนวลคอยบินตามเรือ รอให้เราเลี้ยงเค้าน่ะเอง อาหารที่โปรดปรานของนกนางนวลญี่ปุ่นคือ ข้าวเกรียบกุ้ง โดยเฉพาะยี่ห้อ Dr.Ten (โฆษณาให้นะเนี่ย  ผุ้ใดในบริษัทได้อ่านอย่าลืมจ่ายค่าคอมฯ ให้ด้วย ^^)  เวลาให้ก็คือให้ถือไว้เฉยๆเหมือนรูปข้างล่างอ่ะค่ะ แล้วเค้าจะบินมาฉกไปเอง

 


 

 
มากันเป็นฝูง…หน้าตาหิวโหย


หลังจากที่ลองถือข้าวเกรียบกุ้งดูบ้าง ไม่เห็นมีนกตัวไหนกล้ามาฉกของเราเลยง่ะ  มีแต่ตัวที่บินมาใกล้ๆ แล้วก็ผงะถอยไป หน้าตาชั้นมันน่ากลัวมากรึไงเนี่ย ไม่ให้ก็ได้ งอน..กลับไปถ่ายรูปเหมือนเดิมดีก่า


 
บรรยากาศดาดฟ้าเรือ ยังกะสนามกอล์ฟ


 


ด้านข้างเรือ..มีนกลอดห่วงด้วย


 


นี่นางนวลสีม่วง ตาตี่เชียว ^^


 


เพื่อนถึงกับเดินจงกรมรอขึ้นฝั่ง ..สั่งเค้าโพสยังแซวเค้าอีก วู้

รูปข้างบนนี่ ผู้ชายถ่ายไม่ได้นะคะ เพราะถ่ายจากห้องน้ำหญิง แหะๆๆ  ส่วนรูปข้างล่างนี่ เดินผ่านไปเห็นเฉยๆ ตอนทานข้าวกลางวันเสร็จแล้ว เห็นน่ารักดี ก็เลยถ่ายมา ไม่มีสาระใดๆ ^^

 

 

และในที่สุดเราก็มาอยู่ในเมืองนางาซากิเป็นที่เรียบร้อย  อ่านในไกด์บุคเค้าบอกว่า นางาซากิเป็นเมืองใหญ่ด้านตะวันตกสุดของเกาะคิวชู และเป็นท่าเรือที่ชาวยุโรปติดต่อค้าขายกับญี่ปุ่นโดยเฉพาะสเปนและโปรตุเกส นอกจากนี้ในช่วงที่ญี่ปุ่นปิดประเทศ นางาซากิถือเป็นเมืองเดียวที่เป็นหน้าต่างสู่ต่างประเทศ ทั้งเกาหลีและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นไกด์บอกว่าเมืองนี้เกาหลีก็ชอบมาเที่ยวเหมือนกัน ...หึๆๆๆ สาธุ ขอให้น้อง Dong wook มาหน่อยเห๊อะ ^^

ส่วนที่เราจะไปเที่ยวพร้อมไปพักเลยก็คือ เฮ้าส์เท็นบอช (Huis Ten Bosch) หรือหมู่บ้านฮอลแลนด์ จริงๆแล้วเค้าบอกว่าที่นี่เป็นสวนสนุกและเป็นรีสอร์ทไปในตัว แต่เป็นสวนสนุกที่ไม่มีเครื่องเล่นหวาดเสียวใดๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดแสดงแสงสีเสียงภายในอาคารมากกว่า ที่นี่สร้างขึ้นในปีพ.ศ 2535 เพื่อนรำลึกถึงชาวฮอลแลนด์ที่ญี่ปุ่นยอมอนุญาตให้เข้ามาในประเทศ และทำคุณประโยชน์ให้กับญี่ปุ่นมากมาย

ดูจากแผนที่แล้วใหญ่โตจริงๆ ทุกอย่างถูกสร้างให้เป็นฮอลแลนด์หมดเลย ทั้งหมู่บ้าน กังหันลม พระราชวัง โบสถ์ ทุ่งดอกไม้ คลอง เรือ ฯลฯ ถึงกับต้องถามเพื่อนว่าเราอยู่ไหนเนี่ย..ใช่ญี่ปุ่นรึป่าว ^^”  เข้าไปด่านแรกที่เจอก็นี่เลย แผง Solar cell…

 


เป็นที่น่าประทับใจว่าในอาณาจักรฮอลแลนด์แห่งนี้ นอกจากสถาปัตยกรรมอันสวยงามแล้ว เค้ายังมีแนวคิดที่ดีในการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติด้วย นอกจาก Solar cell ที่นำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานแล้ว น้ำเสียทั้งหมดจะถูกผ่านไปยังระบบบำบัดและนำกลับมาใช้ใหม่ในการรดน้ำต้นไม้ รวมไปถึงน้ำที่ใช้ในห้องน้ำด้วย (ใช่น้ำที่อาบด้วยป่าวหว่า) ในโบรชัวร์เค้าเขียนว่า น้ำเสียแม้เพียงซักหยดก็ไม่ตกถึงมหาสมุทรแน่นอน ^^  ส่วนขยะต่างๆก็นำไปใช้ทำปุ๋ยต่อไป  น่าชื่นชมจริงๆ ถ้าทุกที่ทำอย่างงี้ได้ โลกเราคงไม่อาการหนักเหมือนปัจจุบันนี้...เริ่มจะบ่นอีกละ ไปกันต่อดีกว่า 555 ที่แรกที่จะแวะก็คืออาณาจักรน้องหมีเท็ดดี้แบร์นั่นเอง เงงๆๆๆ
 


ภายในตึกนี้จัดแสดงหมีเท็ดดี้มากมายก่ายกองทุกแบบทุกขนาดเอาไว้ ใครที่สะสมเห็นแล้วคงน้ำลายไหล ^^ เอามาให้ดูแค่บางส่วนละกันค่ะ


  

ทางเดินภายในตึก..มีหมีตลอดทาง


 


ชอบตัวนี้ รุ่งริ่งได้ใจ


 


หมีแต่งงาน


 


มีแต่งแบบญี่ปุ่นด้วย


 


ชอบน้องหมีสองตัวนี่มากๆ เห็นแล้วต้องกอด ^^

 

พอออกจากตึกหมีก็จะเริ่มมีกังหันลมสุดฮิต(ในการถ่ายรูป) ทุ่งดอกไม้ ลำคลอง ฯลฯ ใครไม่มีรูปกะกังหันเชยแย่เลยนะเนี่ย

 
ลำคลอง



กังหันลม

 


ทุ่งดอกไม้



ลำคลอง กังหันลม ทุ่งดอกไม้ รวมกัน 3 in 1 แถมวังด้วยเอ้า


 


ไม่ต้องงงค่ะ มันคือโซ่ที่ห้อยมาจากสะพาน


เดินเข้าไปด้านในจะเป็นโซนจัดแสดงภายในอาคาร จังหวะที่เราเข้าไป ทันดูได้สองอย่างก็คือ Horizon Adventure Plus กะ IFX Theater Kirara อย่างแรกเป็นการแสดงแสงสีเสียงและ น้ำ ^^ เพื่อให้เราสำนึกถึงความสำคัญของน้ำ ฉากสวยดี แล้วก็เย็นดี เพราะมีน้ำไหลมาเทมา ส่วนอันที่สองเป็นโรง 3 มิติที่เคยจัดแสดงในงานเอ็กซ์โป 2005 ..ขอสารภาพว่าระหว่างนั่งรอดู แอบหลับด้วยง่ะ แหะๆๆ ก็มันเย็นๆเงียบๆสบายดี

 


 
น้ำพุสุดฮิต ใครไม่ถ่าย..เชยได้อีก


 


เรือที่จะพาลัดเลาะคลองไปยังที่พัก


 


มองจากท่าเรือ


 


บรรยากาศหลังขึ้นฝั่ง

 


Prince Willem Alexander Plein

 


PWAP ด้านข้าง


 


โซนร้านค้า

บริเวณโซนร้านค้านี้ มีม้าหมุนด้วย ^^  อยากเล่นมากแต่วัยไม่ค่อยให้ รอบแรกเลยเดินผ่านไปก่อน พอทานข้าวเสร็จออกมาเดินใหม่ คราวนี้ปลอดคนวุ้ย แถมมีคุณลุงสองคนขึ้นไปเล่นด้วย โหยๆๆ ไม่ยอม รีบกระโดดพรวดกะเพื่อนขึ้นไปกันทันที แต่ว่าช้ากว่าลุงสองคนไปนิดเดียว เค้าได้นั่งรถม้าไปกันก่อน เราสองคนเลยต้องปีนขึ้นไปนั่งบนม้าแทน ได้อารมณ์วัยเด็กดีจริงๆ  คุณลุงที่คอยควบคุมม้าหมุนน่ารักมาก มายืนโบกมือให้ทุกรอบ เราก็บ้าจี้โบกมือให้แกได้ทุกรอบเหมือนกัน  รู้สึกเหมือนกลับเป็นเด็กอีกทีจริงๆ ลงจากม้ามาแล้ว ยังอยากขึ้นอีกรอบเลย ถึงว่า...เด็กชอบขึ้นกันจังม้าหมุนเนี่ย


 
แหมๆ  นั่งรถม้ากันสบายเลยนะลุง  ปล่อยให้เราควบม้าตาม



น้องหนูกะ Miffy…อันนี้ไม่พลาด ขึ้นไปถ่ายมาเหมือนกัน


ดูเผินๆที่นี่ไม่เหมือนญี่ปุ่นเลย ราวกับมาเที่ยวยุโรปก็ไม่ปาน แต่ถ้าขึ้นลิฟท์หรือเข้าห้องน้ำ จะระลึกได้ทันทีว่ามาญี่ปุ่น  เพราะมันช่างไม่มีภาษาอังกฤษให้อ่านเลย ปุ่มปิดเปิดลิฟท์ก็เป็นภาษาญี่ปุ่น ไม่รู้อันไหนเปิดอันไหนปิด อาศัยกดมั่วๆไป ใครโดนหนีบก็อย่าถือสากันเลยนะ  ส่วนห้องน้ำก็เช่นกัน ปกติโถญี่ปุ่นก็จะเป็นระบบ automatic อยู่แล้ว แต่ที่นี่ปุ่มกดก็ดันไม่มีภาษาอังกฤษเช่นกัน ต้องไล่กดไปทีละปุ่มเพื่อหาความแตกต่าง กดไปก็เสียวไป 555 กลัวมันจะทำอะไรกะช่วงล่างเรารึป่าวเนี่ย ^^”

พูดถึงภาษาญี่ปุ่น..เป็นที่คอนเฟิร์มว่าคนที่นี่ ไม่ว่าเราจะพูดภาษาอะไรไป เค้าก็จะพูดญี่ปุ่นกลับมาราวกับเรารู้เรื่องแน่ะ เพราะฉะนั้นถ้าจะถามอะไร ก็ถามภาษาไทยไปเล้ย ไม่ต้องเสียเวลาโพรเซสเป็นอังกฤษ ยังไงเค้าก็ตอบญี่ปุ่นอยู่ดี 555 จากประสบการณ์แนะนำให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษค่ะ ส่งให้เค้าอ่านเค้าจะเข้าใจ ถ้าโชคดีเค้าก็อาจเขียนตอบกลับมาเป็นอังกฤษ ถ้าโชคปกติเค้าก็จะตอบเป็นญี่ปุ่นเหมือนเดิม ^^”

กลับมาที่เดิม...ตอนกลางคืนที่นี่มีแสดงแสงสีเสียงด้วย เนื่องจากกล้องเรามันแพ้แสง(น้อย) เลยถ่ายไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เอามาพอกุบกิบๆละกัน

 
Hotel Europe ยามค่ำคืน


 


Domtoren


 


ไม่แน่ใจเรียก Kankomaru รึป่าว


 


หยั่งเงี้ย ที่นึกว่าจะเจอที่บ่อน้ำร้อน..ยังไม่เลิก 5555


 


งามมาก แต่ถ่ายไม่ชัด ^^”

 

หลังจากการแสดงจบ จะมีกระดิ่งเรียกไปร้านขายของดังมาก ตอนแรกนึกว่ามีแสดงอะไรต่อซะอีก อุตส่าห์หลงกลเดินตามฝูงชนไป ปรากฏว่าไม่มีอะไรซักหน่อย จะขายของนี่เอง  ก็เลยไปเก็บขวดเหล้าสวยๆมาฝากละกัน


 


มีสปายด้วย..ขอบอก

 

ขอลาด้วยขวดเหล้าเลย...ขอตัวไปจัดการกะโถส้วมญี่ปุ่นก่อนค่ะ ^^

 

ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่  http://www.oknation.net/blog/Mothemon/gallery/39075

โปรดติดตามตอนต่อไปค้าบบบ....

โดย Mothemon

 

กลับไปที่ www.oknation.net