วันที่ พุธ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อุทยานแห่งชาติแม่เมย จากของส่วนตัว มาเป็นของส่วนรวม


ก่อนเริ่มเอนทรี่นี้ ผมขอแจ้งข่าวดีให้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่รักและหวงแหนแผนดินที่เป็นทรัพยากรของชาติทุกท่านได้ทราบว่า เรากำลังจะได้เกาะอาดังกลับคืนมาเป็นสมบัติของแผ่นดินดังเดิมแล้ว ตามคำสั่งของศาลปกครอง  สามารถติดตามข่าวดีนี้ได้จากที่บ้าน OK Nature ด่วน...ศาลปกครองยกคำร้องของอาดังรีสอร์ท ความยุติธรรมกำลังจะนำผืนป่ากลับคืนมา โดย OKnature ใครที่คิดจะหุบสมบัติของชาติ จงพึงสังวรและดูไว้เป็นตัวอย่าง

วันนี้เริ่มเดินทางตามเส้นทางกะเหรี่ยงลอยฟ้าอีกครั้งเพื่อมาจะเดินทางไปสู่ อช.แม่เมย วันนี้ขับรถไกลมากกว่ 250 กิโลเมตร จากอุ้มผาง ไปแม่สอดใช้เส้นทางหมายเลข 105 ผ่านเส้นทางแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง แล้วก็เลี้ยวซ้ายขวาเข้าไปยังเส้นทางสาย 1267 แม่สลิดอีกประมาณ 11 ก.ม. ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย ถึงหนทางจะไกลแต่เส้นทางนี้ขอบอกว่าราบเรียบดีตลอดเส้นทางครับ

มันเป็นความบังเอิญเหลือเกินที่เมื่อวานผมได้รับข่าวดีเรื่องเกาะอาดัง พอมาถึงเอนทรี่นี้ก็ได้ทราบข่าวมาว่าที่ อช.แม่เมย แห่งนี้ เคยเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทเอกชนมาก่อน ชื่อว่าม่อนกระทิงรีสอร์ท และอยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาติถ้ำแม่อุสุ หลังจากนั้นจึงได้มีการสำรวจและเปลี่ยนชื่อมาเป็น อุทยานแห่งแม่เมย เมื่อปี 2533 และเหตุที่ชื่อแม่เมย ก็เนื่องจากมีแม่น้ำเมยอันเป็นสายน้ำสำคัญที่กั้นระหว่างไทย-พม่า ที่มีความยาวกว่า 50 ก.ม. เป็นเหตุที่มาของชื่อ

จุดที่น่าสนใจคือม่อนกิ่วลม ซึ่งอยุ่ห่างจากที่ทำการขึ้นไปตามไหล่เขาอีก 12 ก.ม. มีลานสำหรับกางเต้นท์ ได้ประมาณ 30 หลังน่าจะได้ จุดนี้สามารถที่จะดูพระอาทิตย์ได้ทั้งขึ้นและลง รวมทั้งทะเลหมอกยามเช้า  แต่ว่าไม่มีห้องอาบน้ำไว้บริการ จะมีเพียงแต่ห้องสุขาไว้บริการ 4 ห้องเท่านั้น และจะมีเจ้าหน้าที่ขึ้นมาประจำตอนกลางคืนเป็นบางวันเท่านั้น

แต่เราก็วางแผนที่จะอาบน้ำจากที่ทำการฯก่อนที่จะเดินทางขึ้นไปกางเต้นท์ที่ม่อนกิ่วลม

ถ้าเป็นบริเวณที่ทำการ จะมีบริเวณกางเต้นท์อยู่ริมน้ำตก และมีห้องน้ำสะอาดน้ำจากแหล่งธรรมชาติที่เย็นชุ่มฉ่ำไว้ให้บริการอย่างดีเลยละครับ

นอกจากนั้นบริเวณที่ทำการมีร้านอาหารสวัสดิการด้วยแต่จะปิดตามเวลาราชการคือ 17.00 น. เราจึงเลือกที่จะปรุงอาหารง่ายๆกินเองมากกว่า เพราะยังไงก็อร่อย ถ้าไม่อร่อยก็ไม่มีกิน.....ฮา

หากต้องการพักบ้านพักที่นี่ก็มีให้บริการแต่ต้องจองผ่านระบบของกรมอุทบานฯและชำระเงินมาก่อน โดยเฉพาะช่วงเทศกาล แต่ถ้ากางเต็นท์ก็เสียค่าธรรมเนียมคนละ 30 บาทเท่านั้น

วันที่เราไปพักเป็นวันที่ 4 ธ.ค. 52 อุณหภูมิประมาณ 14 องศาเซลเซียส แต่ vodka เพียงสองเป๊กที่เอาติดไปจากที่บ้านก็ทำให้อากาศหนาวเปลี่ยนเป็ฯอากาศเย็นสบายในชั่วพริบตา...เอ้า กรึ๊ป

ส่วนจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก และทะเลหมอกยามเช้าที่สำคัญอีกสองจุดคือ ม่อนพูนสุดา และม่อนครูบาใส ซึ่งอยู่ระหว่างเส้นทาง ที่ทำการ-ม่อนกิ่วลมนั่นเอง

ที่นี่มีนกประจำถิ่นอยู่พอสมควรแต่วันนี้กล้องประจำกายถ่ายมาได้เท่าที่เห็น ไม่ได้นกสักตัว ได้แต่มองและเก็บไนความทรงจำก็พอ

เจ้าหน้าที่ของ อช.แม่เมยทุกคนอธยาศัยดีมาก ดูเต็มที่และเต็มใจที่จะให้คำแนะนำและข้อมูลอย่างเป็นกันเอง และที่ทำการมีกาแฟแบบบริการตัวเองในราคาเพียง 10 บาทเท่านั้น ผมก็เลยฉลองศรัทธาซะทั้งขึ้นทั้งล่อง...ยายคงกลัวไปเลย เพราะตาแข็ง.....ฮา(เอง)อีกที

วันนี้ผมมีความสุขมากครับ สุขที่ได้มาที่ อช.แม่เมย ในวันที่พื้นที่แห่งนี้กลับมาเป็นสมบัติของส่วนรวม และสุขที่ได้รับข่าวดีว่าเกาะอาดัง กำลังจะได้กลับคืนมาเป็นสมบัติของชาติ ต่อไปในอีกไม่ช้า

แล้วผมจะได้นำพาหนะคู่ใจออกตระเวนไปเที่ยวไปชมให้หนำใจ

พรุ่งนี้ผมจะไปต่อที่ อช.สาละวิน

ไปเที่ยวต่อกับผมไหมครับ.....

สวัสดีครับ

นายเต็งพ้ง

.................................................................................

โดย tengpong

 

กลับไปที่ www.oknation.net