วันที่ พุธ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งาน27ภาพ


1.     การใช้รูรับแสง(Aperture)และความเร็วชัตเตอร์(Shutter Speed)กับปริมาณแสง

1.1            รูรับแสง(Aperture)กับปริมาณแสง

รูปที่ 1

รูปที่ 2

รูปที่ 3

สรุปหัวข้อที่ 1.1   จากทั้ง 3 ภาพ แสดงให้เห็นว่ารูรับแสงมีส่วนในการควบคุมปิรมาณแสง  ถ้าหากเปิดรูรับแสงมากกว่าค่าวัดแสงที่พอดี ภาพก็จะ Over ดั่งรูปที่2 แต่ในทางตรงกันข้ามหากเปิดรูรับแสงแคบกว่าค่าวัดแสงที่พอดี ภาพก็จะ Under ดั่งรูปที่3

1.2            ความเร็วชัตเตอร์(Shutter Speed)กับปริมาณแสง

รูปที่ 4

รูปที่ 5

รูปที่ 6

สรุปหัวข้อที่ 1.2   ความเร็วชัตเตอร์(Shutter Speed)ก็มีส่วนในการควบคุมประริมาณแสงที่เข้ามาในกล้อง แต่จะเป้นส่วนที่ควบคุมเวลาที่แสงจะเข้ากล้องหากเปิดม่านชัตเตอร์ช้ากว่าปกติแสงก็จะเข้ามากกว่าปิกติทำให้ภาพ Over ดั่งรูปที่5 ในทางกลับกันหากม่านชัตเตอร์ปิดเร็วกว่าปกติก็จะทำให้ภาพมีแสงน้องหรือภาพ Under ดั่งรูปที่6นั่งเอง

2. รูรับแสงกับความชัดลึก (Depth of field)

รูปที่ 7

รูปที่ 8

รูปที่ 9

สรุปหัวข้อที่ 2   จากทั้ง 3 ภาพ แสดงให้เห็นว่ารูรับแสงมีผลต่อช่วงชัดลึกของภาพหากรูรับแสงกว้างก็จะส่งผลให้ภาพชัดตื้นดั่ง ภาพที่ 7 แต่ถ้าหากรับรูรับแสงให้แคบก็จะส่งผลให้ภาพมีช่วงชัดลึกมาก ดั่งภาพที่9

3. ระยะทางจากกล้องถึงวัตถุกับความชัดลึก(Depth of field)

รูปที่ 10

รูปที่ 11

รูปที่ 12

สรุปหัวข้อที่ 3  จากทั้ง 3 ภาพ แสดงให้เห็นว่าวัตถุยิ่งอยู่ใกล้ก็จะส่งผลให้ภาพชัดตื้นหรือชัดลึกน้อย ดั่งรูปที่10 และ วัตถุที่ยิ่งอยู่ไกลก็จะส่งผลให้ภาพยิ่งชัดลึก ดั่งรูปที่ 12

4. ความเร็วชัตเตอร์กับการหยุดการเคลื่อนที่ของวัตถุ

รูปที่ 13

รูปที่ 14

รูปที่ 15

สรุปหัวข้อที่ 4  จากภาพทั้ง 3 แสดงให้เห็นว่า หากความเร็วชัตเตอร์เยอะก็สามารถถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวให้หยุดนิ่งได้และทำให้ภาพดูสวยงามดั่งภาพที่ 15  แต่ถ้าหากปรับความเร็วชัตเตอร์ต่ำก็จะทำให้ภาพที่กำลังคลื่อนไหวเบลอทำให้ดูไม่สวยงามดั่งภาพที่ 13,14

5. ทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุกับการหยุดการเคลื่อนที่ของวัตถุ

รูปที่ 16

รูปที่ 17

รูปที่ 18

สรุปหัวข้อที่ 5  การถ่ายภาพคนที่มีความเร็วในการเดินเท่ากันและถ้าปรับความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/30 ก็จะพบว่าทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ มีผลต่อการหยุดการเคลื่อนที่ของวัตถุ โดย ภาพที่ 16 จะหยุดการเคลื่อนที่ได้ดีที่สุด แล้วต่อมาก็คือ ภาพที่ 18 แล้วก็ภาพที่ 17 ตามลำดับ

6. เลนส์ต่างกันมีผลต่อมุมภาพ

รูปที่ 19

รูปที่ 20

รูปที่ 21

สรุปหัวข้อที่ 6  เลนส์แต่ละประเภทจะให้มุมของภาพแตกต่างกันอย่างภาพที่ 19 ใช้ เลนส์ 35 mm ก็จะสามารถเก็บวิวของภาพได้มากแต่ตรงข้ามกับการใช้เลนส์ 105 mm ที่มีทางยาวโฟกัสมากกว่าดั่งภาพที่21 จึงทำให้เก็บภาพได้น้อยกว่าและมีมุมภาพแคบแต่จะให้ความละเอียดเฉพาะส่วนได้ดี

7. เลนส์ต่างกันมีผลต่อทัศนมิติของภาพ

รูปที่ 22

รูปที่ 23

รูปที่ 24

สรุปหัวข้อที่ 7  การใช้เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส 35 mm ในรูปที่ 22 ก็จะทำให้ภาพมีความลึกมากกว่าเลนส์ปกติ และตัวฉากหลังจะหดสั้นทำให้มีขนาดเล็กกว่าปกติส่วนการใช้เลนส์ 105 mm ดั่งรูปที่24 จะทำให้ส่วนประกอบฉากหลังมีขนาดใหญ่มากขึ้นแต่จะทำให้ไม่เห็นความลึกของภาพ จากทั้ง 3 ภาพแสดงให้เห็นว่าความแตกต่างของเลนส์จะส่งผลให้มีทัศนมิติของภาพที่แตกต่างกัน

8. เลนส์ต่างกันมีผลต่อช่วงชัดลึกของภาพ

รูปที่ 25

รูปที่ 26

รูปที่ 27

สรุปหัวข้อที่ 8  จากรูปที่ 25 เลนส์ 35 mm นั้นมีทางยาวโฟกัสขนาดสั้นก็จะทำให้ภาพมีความชัดลึกมากแต่เมื่อใช้เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสมากกว่าดั่งรูปที่ 27 ที่ใช้เลนส์ 105 mm ก็จะทำให้ภาพชัดลึกน้อยหรือชัดตื้น แม้จะใช้รุรับแสงที่เท่ากัน  เพราะส่วนประกอบของฉากหน้าและฉากหลัง ที่อยู่ในการปรับความชัดมีความใกล้มากกว่าเดิม

นาย  วิทวัส มณีรัตน์  รหัส 5214002940 กลุ่ม 107

โดย W-N

 

กลับไปที่ www.oknation.net