วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เก็บตกเนื้อเรื่องบางตอนของ "ยาหยีพาร์ทไทม์" ที่ถูกตัดทิ้งไปก่อนตีพิมพ์


วันนี้อยากจะตอบแทนทุก ๆ ท่านที่คอยเป็นกำลังใจให้ผม กับนิยายเรื่องนี้ "ยาหยีพาร์ทไทม์"

เลยเก็บตกเนื้อเรื่องบางตอนที่ถูกตัดทิ้งไปในเวอร์ชันที่ตีพิมพ์ขายอยู่ ณ ปัจจุบัน

ถึงตอนนี้บอกได้เลยว่า รู้สึกเสียดายตัวละครตัวนี้ ไม่น่าตัดออกไปเลย เพราะเขาทำให้นิยายมีสีสันเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยเลย

ตัวละครตัวนี้ชื่อ "ยอร์ช" เป็นลูกชายกำนันผู้ร่ำรวย อุปนิสัยขี้ขลาด เหยาะแหยะ บังเอิญมาหลงรักแตงโมเข้าตั้งแต่วัยเด็ก เลยถูกแตงโมหลอกให้ปีนไปเอาดอกเอื้องสามปอย บนยอดสูงของต้นดอกหางนกยูงซึ่งมีกิ่งที่เปราะบาง โดยแตงโมจะให้รางวัลหอมแก้มหนึ่งที ถ้าเอามาให้ได้สำเร็จ เหตุที่แตงโมกล้าท้าทายเช่นนั้นเพราะรู้ว่าคนอย่างยอร์ช ไม่กล้าปีนขึ้นไปเอาแน่ ๆ เพราะมันสูงเสียดฟ้าทีเดียว

สุดท้ายยอร์ชเกิดบ้าบิ่น และปีนขึ้นไปเอาจริง ๆ ในที่สุดก็ตกลงมาเจ็บหนัก เข้าโรงพยาบาล

แตงโมเลยสำนึกผิด ไปเยี่ยมยอร์ชที่โรงพยาบาล

เริ่มเรื่อง....

 

“เนี่ย...ถ้าพี่ป่วยบ้าง น้องแตงโมจะเป็นเดือดเป็นร้อนมาเยี่ยมอย่างนี้ไหมเนี่ย

เม่นแกล้งถามผมด้วยความอิจฉา ขณะกำลังจะขึ้นไปเยี่ยมอาการของยอร์ชที่ตึกผู้ป่วยพิเศษ สองหนุ่มบ่นกระปอดกระแปดตลอดทาง ไม่เต็มใจอยากจะมานัก

“แหม ก็ต้องมาสิคะ แล้วกรณีของพี่ยอร์ชน่ะ แตงโมเองก็เป็นต้นเหตุด้วย นี่ยังดีนะ เห็นพยาบาลเคาท์เตอร์ข้างล่างเค้าบอกว่าแค่แขนหัก ตอนแรกนึกว่าจะซี่โครงหักซะแล้ว”

“น่าจะคอหักไปเลยนะ นี่ยังน้อยไป” แดนแช่ง

“ไม่นึกเลยว่าคราวนี้ไอ้ยอร์ชมันจะใจกล้าปีนขึ้นไปเอาดอกเอื้องจริง ๆ ปกติมันขี้ขลาดจะตาย” เม่นออกความเห็น

“สงสัยดวงจะถึงฆาตน่ะพี่ ฮ่า ๆ ๆ“ แดนหัวเราะร่วน

“นี่แหล่ะน๊า…เขาเรียกว่าความรักทำให้คนตาบอด”

“ใช่ ! ต้องเอาหลอดนีออนทิ่มตา ให้ตาสว่าง ฮ่า ๆ ๆ”

สองหนุ่มนินทากันอย่างเมามันตลอดทาง

 

ทางฝ่ายยอร์ช กำลังรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพอดี หากขยับตัวได้ไม่มากนักเพราะกระดูกแขนที่หักและอาการฟกช้ำตามร่างกาย

ยอร์ชมองสำรวจเสื้อผ้าที่ตัวเองสวมใส่ เมื่อเห็นว่าเป็นชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลก็รู้สึกแปลกใจ

“เอ๊ะ ! ก่อนหน้าที่เราจะเป็นลมหมดสติไป จำได้ว่าเราใส่ชุดธรรมดานี่หว่า... แล้วนี่ใครมาเปลี่ยนชุดให้เราวะ ตอนนั้นญาติพี่น้องเราก็ไม่ได้อยู่ด้วยสักคน แถมตอนนี้รู้สึกว่า กางเกงใน... เราก็ไม่ได้ใส่ด้วย

ขณะกำลังสงสัยนั้น ก็มีนักศึกษาพยาบาลฝึกงานสองคน วัยไล่เรี่ยกับยอร์ชเปิดประตูเข้ามา เมื่อพวกหล่อนเห็นว่ายอร์ชตื่นแล้วก็สบตาด้วยความเคอะเขิน ก่อนสองสาวจะหันไปอมยิ้มกิ๊กให้กัน ทำหน้าเหมือนรู้ความลับอะไรบางอย่าง

“หือ ยอร์ชเริ่มสงสัยในท่าทีของหญิงสาว

นางพยาบาลวัยกระเตาะช่วยกันเก็บเครื่องมือและผ้าที่ใช้แล้วใส่รถเข็น แล้วออกจากห้องไป

ยอร์ชได้แต่นั่งเงียบ ๆ จะถามอะไรก็ไม่กล้า เพราะอาย

“ต้องเป็นฝีมือยัยสองคนนี้แน่ ๆ ที่เปลี่ยนชุดให้เรา หนอย...ทำหัวเราะคิกคักเหมือนรู้ความลับ ฮึ่ม...”

 

ถัดมาไม่นานนัก พวกผมก็จวนถึงห้องของยอร์ช แต่การนินทายังคงติดพันต่อเนื่อง ผมจึงเอ่ยปราม

“นี่ ๆ ใกล้จะถึงห้องผู้ป่วยแล้วนะ หยุดเมาท์ได้แล้ว พอเข้าไปในห้องก็สงบปากสงบคำหน่อยล่ะ”

“จ้า…” สองหนุ่มรับคำ

 

พอเคาะห้องและเปิดประตูเข้าไป ก็พบยอร์ชนอนอยู่บนเตียง ที่แขนซ้ายถูกเข้าเฝือกหนาเตอะ กำลังถูกพยาบาลสาวสวยคนหนึ่งวัยสัก 25 ปี ป้อนยาอยู่ เขาดื้อไม่ยอมกินยาเหมือนเด็กไม่มีผิด คงจะถูกเลี้ยงดูมาแบบตามใจเกินไป

“น้องแตงโม

ยอร์ชทำท่าดีใจใหญ่ เมื่อเห็นผมเข้ามาเยี่ยม

ไม่เพียงแต่ยอร์ชเท่านั้นที่ดีใจ พยาบาลสาวก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ราวกับมีพระมาโปรด

“ช่วยด้วยค่ะ คนไข้ดื้อมาก ไม่ยอมกินยา”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการให้”

ผมพิจารณาถาดยา พบว่ามียาน้ำอยู่สามชนิด แสดงว่ายอร์ชทำตัวเป็นเฒ่าทารกมาก ยาเม็ดก็กินไม่เป็น ต้องสั่งยาน้ำมากินแทน

ยอร์ชระริกระรี้ เมื่อเห็นผมกำลังจะเข้ามาป้อนให้

“ทำไมพี่ยอร์ชถึงไม่ยอมกินยาล่ะคะ” ผมถาม

“ก็มันขมน่ะ”

“ยาที่ไหนบ้างไม่ขม ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา รึ

ผมทำตาดุจ้องยอร์ชหนึ่งที เหมือนคุณแม่ที่กำลังจะบังคับให้ลูกกินยา

ทีแรกยอร์ชคงกะจะแกล้งอิดออด ให้ผมง้องอนนาน ๆ แต่ผิดคาด... ผมกลับมาในมาดดุ กล่าวเสียงเข้ม พร้อมกับรินยาใส่ช้อนยื่นให้

“อ้าปาก

ยอร์ชถึงกับสะดุ้ง ทำตามอย่างเชื่อฟัง

แม้สีหน้าและแววตาของผมจะดุ แต่มือก็พยายามป้อนเข้าไปอย่างนุ่มนวลช้า ๆ เพราะกลัวยอร์ชสำลัก

“อ่ะ ! อีกสองช้อน

“ดุจังเลย…” ยอร์ชครวญ บ่นอุบอิบในลำคอแต่ก็ให้ความร่วมมือแต่โดยดี

 

พยาบาลสาวเห็นผมป้อนยาสำเร็จก็ทำหน้าชื่นชม หล่อนอาจจะใจดีเกินไป ยอร์ชเลยได้ใจ หลังจากเห็นตัวอย่างแล้ว คราวหน้าเธออาจจะต้องใช้ไม้นี้

“โอ้โฮ...อย่างนี้ในอนาคตต้องเป็นคุณแม่ที่ดีได้แน่ ๆ เลย” เม่นกับแดนเอ่ยชม

หากผมกลับไม่ปลื้มคำชมนั้นสักเท่าไหร่ เพราะผมไม่อยากเป็น “คุณแม่”

“อาการเป็นยังไงบ้างคะ” ผมถาม

“งืด...งืด…” ยอร์ชทำเสียงเหมือนหมาน้อย อ้ำอึ้งสำออยอยู่นานสองนาน หวังจะออดอ้อนผม พยาบาลจึงชิงตอบให้แทน

“แขนหัก และที่ตะโพกก็ฟกช้ำนิดหน่อย อาการไม่น่าเป็นห่วง พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ”

“โธ่...คุณพยาบาล เสียแผนหมดเลย” 

ยอร์ชทำหน้าเสียดาย คงตั้งใจจะโกหกให้อาการโอเวอร์กว่านั้น เพื่อผมจะได้เห็นอกเห็นใจ อยู่ พะเน้าพะนอนาน ๆ

ส่วนผมก็รู้สึกโล่งใจ ที่เห็นอาการของยอร์ชไม่เป็นอะไรมาก

“พ่อกำนันไม่มาเยี่ยมบ้างเหรอ” เม่นถาม

“เมื่อวานมาแล้ว แต่วันนี้ติดประชุม อบตยอร์ชตอบ

“แล้วป้านวลล่ะ”

“แม่ไปประชุมสมาคมแม่บ้าน”

 

แม้ตอนนี้จะไม่มีญาติของตนมาดูแล แต่ยอร์ชก็ไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเลยสักนิด กลับหน้าระรื่นเพราะมีสาวมาเยี่ยมไข้ หันมาบอกกับผมว่า “ใครไม่มาก็ช่าง แค่น้องแตงโมมาคนเดียวก็พอแล้วเนอะ”

ฟังแล้วแดนที่เงียบอยู่นานก็คันปากยิก ถามแทรกขึ้นมาว่า “แล้วคิดยังไงถึงได้ไปปีน…”

“พี่แดน

ผมรีบปราม ทำตาดุใส่ “ขอร้อง... หยุดซ้ำเติมกันได้แล้ว เมื่อกี้รับปากแตงโมไว้ว่ายังไง” จากนั้นก็หันไปบอกยอร์ชว่า “พี่ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว คราวหน้าคราวหลังอย่าทำอะไรแบบนี้อีกล่ะ มันอันตราย รู้ไหม

“จ้า...” ยอร์ชยิ้มร่าที่ผมเข้าข้าง “ดีใจจัง ที่น้องแตงโมเป็นห่วงพี่ แสดงว่าเริ่มมองเห็นจิตใจอันแน่วแน่ รักเดียวใจเดียวของพี่แล้วใช่ม๊า…”

“ใจเดียวแต่มีหลายห้องน่ะสิ ไม่ว่า” ผมย้อน

“แม้นว่าใจพี่จะมีหลายห้องจริง แต่ทุกห้องก็มีหน้าของน้องแตงโมอยู่ในนั้นนะจ๊ะ”

“อ้ววววกกกกก...” แดนร้องทันที

“เป็นไรวะ จะอ้วก ? ไปกินน้ำส้วมมาเรอะ ยอร์ชสวน

“เหม็นน้ำเน่าโว้ย ยุงไข่แล้วเนี่ย... บินว่อนเลย” แดนแกล้งทำมือตบยุง

ยอร์ชกำลังจะอ้าปากสวนกลับ แต่เม่นก็ช่วยดักทางเอาไว้อีก

“อ๊ะ ๆ ๆ อย่าบอกนะว่า ถึงน้ำเน่า ก็ยังเห็นเงาจันทร์”

                “เฮ้ย... รู้ได้ไงวะ !!?”

                “รู้สิ ! เขาใช้กันทั้งบ้านทั้งเมืองจน เฝือ ! แล้ว”

                “บรึ๋ย !!!...” ยอร์ชหน้าแตก เพราะมุขแป๊ก...

 

“พรุ่งนี้ แตงโมจะกลับกรุงเทพฯ แล้วนะคะ” ผมเปลี่ยนเรื่อง

ยอร์ชตกใจทำตาโต “อ้าวเหรอ ? ทำไมรีบกลับจังล่ะ”

                “ต้องกลับไปเรียนพิเศษช่วงซัมเมอร์ต่อค่ะ เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว”

                ยอร์ชทำหน้าเหี่ยวลงทันตา... แต่ด้วยนิสัยร่าเริง เขาจึงระริกระรี้ขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว

“ไม่เป็นไร... ถึงจะอยู่ไกลกัน พี่ก็จะไปเจอหน้าน้องแตงโมทุกวันในฝันนะจ๊ะ... เพียงเธอหลับตา…”

                “ไม่เอาหรอก กลัวว่า... เพียงเธอหลับตา จะพาเธอหลับเตียง น่ะสิคะ

                “กึ๋ย !!!” ยอร์ชสะอึกอีกครั้ง เมื่อโดนย้อนมุขรอบสอง

               

โดย หน่อไม้ไร่

 

กลับไปที่ www.oknation.net