วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปเยือนคนไทยต่างแผ่นดิน ณ ถิ่นเมืองเชียงตุงอดีต จังหวัดหนึ่งของไทย ประเทศพม่า(ตอนที่ 3 ตะลอนเที่ยวชมอาทิตย์อัสดงยามเย็นที่ หนองตุง ชุมชนทำเครื่องเขิน และ หอคำ)


หอ...วังของเชียงตุง
        เชียงตุง หรือ เขมรัฐตุงคบุรี อันหมายถึง รัฐที่มีความเกษมสำราญ ซึ่งมีประวัติอันยาวนาน ใน
อดีตเป็นส่วนหนึ่งของล้านนา ร่วมสมัยกับเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ และน่าน  ดังนั้นเชียงตุงก็ไม่แตกต่างจากเมืองอื่นๆ ที่กล่าวของล้านนา  คือ เจ้านายในราชสำนักเชียงตุงเป็นชนชั้นปกครอง ซึ่งเป็นเจ้านายที่สืบทอดมาครั้งยังแต่พญามังราย หรือ พ่อขุนมังราย กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แห่งเวียงพิงค์เชียงใหม่ จนกระทั่งถึงช่วงรัตนะดกสินทร์ตอนต้น ขณะนั้นมีเจ้าฟ้าจายสาม เป็นมืองเชียงตุง และเป็นยุคเดียวกับที่ล้านนาได้เริ่มนโยบาย “เก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง”  เจ้าหลวงกาวิละ เมืองเชียงใหม่ได้ตีเชียงตุง บัญชา
ให้ให้ลูกเจ้าฟ้าชายสาม เชียงตุง ทั้งหมด 8 คน  ประกอบด้วย
1. เจ้ากระหม่อม 
2. เจ้าแสนเมือง
3. เจ้ากองไต
4. เจ้าดวงทิพย์
5. เจ้ามหาพรหม
6. เจ้านางศรีแก้ว
7. เจ้านางคำแดง
8. เจ้านางงอ (สนมกษัตริย์พม่า) 
         

          มาตั้งหลักปักฐานยังเชียงใหม่ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดมีเพียงเจ้ามหาขนาน (เจ้าดวงแสง) น้องชายคนสุดท้อง ไม่ยอมลงมาเชียงใหม่ไปรวบรวมผู้คนชาวไทลื้อจากเมืองเชียงแข็งซึ่งเป็นเมืองขึ้นของเมืองน่านมาฟื้นฟูเชียงตุง และเป็นยกเจ้ามหาขนานเป็นเจ้าเมืองเชียงตุง เรียกว่า “เจ้าฟ้าหลวงเขมรัฐมหาสิงหะบวรสุธรรมราชาธิราช” กล่าวถึงเจ้ามหาขนาน (เจ้าดวงแสง) ผู้เป็นเจ้าหอคำเชียงตุงมีบุตร 7 คน ลูกคนที่ 7 ชื่อเจ้าฟ้าโชติกองไท (เกิดจากเทวีเชียงแข็งจึงเป็นเจ้าฟ้าเชียงแข็ง) ได้ครองเชียงตุงสืบต่อจากพี่ชายคนโต คือ เจ้าหนานมหาพรหม ต่อมาเจ้าฟ้าโชติกองไทมีลูก 6 คน ลูกคนที่ 4 คือเจ้าฟ้าก๋องคำฟู ได้เป็นเจ้าหอคำเชียงตุงสมัยอังกฤษเข้ามาปกครองพม่า ครองเชียงตุงได้ 9 ปีก็พิราลัย ลูกคนที่ 5 ของเจ้าฟ้าโชติกองไท เกิดแม่เจ้านางสุวรรณนา คือ เจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง ขึ้นเป็นเจ้าหอคำเชียงตุงสืบแทนเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง หรือ เจ้าอินแถลง (พ.ศ. 2417-2477) ซึ่งอยู่รวมสมัยกับรัชกาลที่ 5 ของไทย ปกครองเชียงตุงไม่ให้กลายเป็นเมืองอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ แต่หลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์  เชียงตุงก็ตกไปอยู่ภายใต้อำนาจของอังกฤษ จนกระทั้งในสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ส่งกำลังทหารเข้าไปยึดเมืองเชียงตุง และเมืองพาน จากอังกฤษ ที่เคยเป็นของชาวสยาม โดยมีความช่วยเหลือ จากญี่ปุ่นมีข้ออ้างว่ามีประวัติ และ เชื้อชาติที่เหมือนกัน นอกจากนั้น กองทัพไทยยังเข้าไปโจมตีและปกครอง เมืองตองยี และ สิบสองปันนาอีกด้วย แต่ไทยก็มิได้ปกครองโดยตรง ญี่ปุ่นช่วยให้บริเวณเมืองเชียงตุง และ เมืองพานมาร่วมเข้ากับประเทศไทย รวมทั้งหมดนี้ทำให้จัดตั้งเป็น สหรัฐไทยเดิม แต่ก็อยู่ได้เพียงแค่ 3 ปี ก็ต้องคืนกลับให้แก่อังกฤษเหมือนเดิม เพราะว่าญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามสำหรับเจ้านายของเชียงตุงที่กล่าวมาได้รังสรรค์สิ่งปลูกสร้างตามแบบฉบับเชียงตุง คือ หอ หรือ คุ้ม (ล้านนา) หรือ วัง (สยาม) โดยเฉพาะในสมัยของเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง หอในเชียงตุงเป็นจำนวนมาก เช่น หอหลวง (สำหรับเป็นที่ประทับของเจ้าฟ้าเชียงตุง และรับแขกบ้านแขกเมือง) หอเชียงเหล็ก (สร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ประทับของมหาเทวี) หอนางฟ้า (สำหรับนางฟ้า หรือ สนมของเจ้าฟ้าเชียงตุง) หอใหม่ และหอเจียงจันทร์ เป็นต้น (แหล่งข้อมูล : อาจารย์สมโชติ อ่องสกุล) ล้วนแล้วมีกลิ่นอายของการผสมวัฒนธรรมระหว่าง เชียงตุง พม่า อินเดีย และตะวันตก

          ทริปนี้พวกเราไปเที่ยวตามหาหอของเจ้านายในราชสำนักเชียงตุง  พบว่า  หอบางส่วนถูกรื้อถอนไปเกือบหมดแล้ว อาทิเช่น หอหลวงรัฐบาลพม่าได้สั่งรื้อ "หอหลวง" แล้วสร้างเป็นโรงแรมสูง 4  ชั้นชื่อโรงแรมนิวเชียงตุง หอสวนเล้าของเจ้านางบัวทิพย์หลวง (นางฟ้า) ก็ถูกรื้อถอนมีสิ่งปลูกสร้างขึ้นมาใหม่เป็นบ้านหลังคาสีเขียวแทน

หอหลวงในอดีตแหล่งที่มา : เว็บไซด์ชาวล้านนา

          แต่ในทริบนี้เราก็ถือว่าโชคดี ซึ่งพวกเราก็ได้เข้าชมหอที่เหลืออยู่ในเชียงตุง คือ หอห่อง ของเจ้านางบุญยวง (นางฟ้าคนที่ 4 ของเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง) เป็นธิดาของพญาปราสาท ผู้มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของราชสำนักเชียงตุง เจ้านางบุญยวงผู้เป็นมารดาของเจ้านางบัวนวล และเจ้าบุญวาท  โดยเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลงรับเจ้านางบุญยวงมาเป็นสนม ลำดับที่ 4 และสร้างหอห่องให้เป็นที่พำนัก ประมาณปี พ.ศ. 2453 เป็นอาคารสองก่ออิฐถือปูนแบบตะวันตก ชั้นล่างด้านหน้าเป็นห้องรับรอง ฝาพนังจะแขวนรูปเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง และเจ้าบุญวาทไว้ ภายในประกอบเป็นห้องย่อยอีก 4 ห้อง ชั้นบทเป็นที่พำนักของเจ้านางบุญยวงกับุบตรและธิดา ภายนอกอาคารทาด้วยสีขาวตั้งเด่นท่ามกลางแมกไม้สีเขียวดูสดุดตา เมื่อครั้งอดีต เจ้าบุญวาท ผู้แทนเจ้าฟ้าเชียงตุงที่นำคณะเจ้าฟ้าราชวงศ์เขมรัฐเชียงตุง เสนาอำมาตย์ พ่อค้าคหบดี ประชาชนไทเขิน ไทใหญ่ ไทลื้อจำนวนมากต้อนรับกองทัพไทย นำโดยพลตรีหลวงชำนาญยุทธศาสตร์ (ผิน) แห่งกองพลที่ 3 เข้าสู่นครเชียงตุง เมื่อ พ.ศ.2485 ธงชาติไทยจึงขึ้นที่เสาธงหน้าหอห่องแห่งนี้เป็นแห่งแรก หลังจากสิ้นเจ้านางบุญยวงแล้ว เจ้าบุญวาทเป็นผู้รับมรดกหอห่อง และได้ใช้เป็นที่พำนักของท่าน กับภรรยา และบุตรชาย 3 คน คือ เจ้าโหลง เจ้าแหลง และเจ้าเล็ก ต่อมาท่านได้ย้ายไปอยู่ย่างกุ้ง และเสียชีวิตที่ย่างกุ้งไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว  

เจ้านางบัวนวล, เจ้านางบุญยวง (มารดา), เจ้าบุญวาท

เจ้านางบุญยวง (เจ้าของหอห่อง)

ภาพบนรูปเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง ที่แขวนไว้ข้างผนัง

 

 

                          ภาพล่างรูปเจ้าบุญวาท ที่แขวนไว้ข้างผนัง

          ปัจจุบันหอห่องถูกทิ้งร้างไว้เนื่องจากบรรดาลูกหลานเจ้าบุญวาทไปอยู่ต่างประเทศ มีคุณปู่ชาวเวียดนามเป็นผู้เฝ้าหอ ดูแลสวน  ชื่อ “เลิน”  ซึ่งแกเป็นทหารเวียดนามมารบที่เชียงตุงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวัย 18 ปี และไม่ได้กลับเวียดนามอีกเลย ปัจจุบัน อายุ 82 ปีแล้ว ยังสุขภาพแข็ง สามารถพาเราชมหอห่อง และอธิบายเรื่องราวรูปภาพภายในหอห่องให้พวกเราฟัง  จากคำบอกเล่าของคุณปู่เลิน บอกว่ามีคนไทยมาเที่ยวหาบ่อย และเอาข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มากมายไปให้แก เท่าที่จับใจความได้มี เจ้าวรจักร ณ เชียงตุง  (บุตรชายเจ้าฟ้าพรหมลือ) และ คุณไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นต้น   นอกจากนี้พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปชมห้องนอนของคุณปู่แก สิ่งที่เราประดับใจมากที่สุด คือ บนหัวนอนของลุงเลิน มีรูปของพระมหา
กษัตริย์ไทยทั้ง 9 รัชกาล และมีหิ้งบูชาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

ด้านหน้าทางเข้า

ขออนุญาตเข้ามาเยี่ยมห้องนอน ลุงเลิน หน่อยครับ

สังเกตดีๆ ด้านบนมีรูปของพระมหากษัตริย์ไทยทั้ง 9 รัชกาลครับ

ห้องรับแขกภายในบ้าน

ขอเก็บภาพ ลุงเลินไว้ ลุงต้อนรับเราอย่างอบอุ่น

ภาพบริเวณรอบๆบ้าน ลุงอยู่เดียว ปลูกผัก ทำสวนเองทั้งหมด



          สำหรับทริบนี้ เราได้ไปเยี่ยมชมอีก 2 สอง คือ หอเชียงยืน อยู่ด้านตรงข้ามกับวัดเชียงยืน แต่ไม่มีใครให้
รายละเอียดได้ ดูจากสภาพภายนอกเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนแบบตะวันตกอยู่ในสภาพดีอยู่ และหอของเจ้านางแหลง (นางฟ้าคนที่ 3  ของเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง) ผู้เป็นมารดาของ เจ้าสายเมือง และเจ้านางจันทร์ฟอง ปัจจุบันใช้เป็น  โรงแรมน้อยยี ซึ่งไม่สะดวกในการเข้าไปชม

ที่มาของรูปภาพคุณ Khaimong

         หอสุดท้ายที่เราไปไม่มีใครให้รายละเอียดได้ครับ สวยงามทีเดียว



          ต่อมาเราไปหนองตุง ตามความเชื่อนั้น เคยเป็นสถานที่ ที่ พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมา ที่เมืองเชียงตุง และ
ได้มาล้าง บาตร ที่หนองตุง แห่งนี้   หนองตุงเป็น หนองน้ำขนาดใหญ่ เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงตุง เลย ที่น่าสนใจ คือหนองน้ำ แห่งนี้   มีระดับน้ำคงที่ตลอดเวลา ไม่ว่า จะหน้าร้อน หรือ แล้ง ระดับน้ำในหนองน้ำไม่เคยลดลงเลย บรรยากาศที่นี่ยามค่ำจะเป็นจุดนัดพบของวัยรุ่นที่มานั่งดื่มชา กาแฟ และ โรตี ซึ่งมีหลายร้านให้เลือกอย่างมากมาย ที่นี่จะไม่มีร้านเหล้านะครับ



          สุดท้ายมาเยี่ยมบ้านที่ทำเครื่องเขินกันทั้งบ้าน เครื่องเขิน คือ เครื่องสานที่ลงรักฉาบชาดแต่โดยทั่วไปแล้ว
เครื่องเขิน หมายถึงเครื่องใช้สอยที่ทำขึ้นโดยวิธีการเฉพาะอย่างหนึ่ง โดยมีเครื่องจักสาน  หรือไม้จริงเป็นโครงแล้วใช้กรรมวิธีตกแต่งให้สำเร็จสวยงามด้วยยางรักและอื่นๆ เช่น สี ชาด    มุก    ทองคำเปลว    หรือเงินเปลว เป็นต้น  โดยหลักการแล้วเครื่องเขินส่วนใหญ่มีโครงเป็นเครื่องไม้ไผ่ สาน ทาด้วยยางรักหลาย ๆ ชั้น โดยที่ชั้นแรก ๆ จะทำหน้าที่ยึดโครงสร้าง ที่นี่ทำได้อย่างสวยงามมากๆครับ มาดูภาพกันเลยครับ เจ้าของบ้านที่นี่มีญาติอยู่เชียงใหม่กันเยอะ พูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน

โปรดรอติดตาม

(ตอนที่ 4 วิธีการเดินทางไป - กลับ  เมืองเชียงตุงกับกฏที่เข้มงวดมากๆ)


                                                         ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ
                                                  น้ำเชี่ยวตะวันผู้โดดเดี่ยว..แต่ไม่เดียวดาย

ข้อมูลผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ


                              รวม entry เชียงตุงที่ผ่านมา
                       ตอนที่ 1 ตะลอนเที่ยวตลาดเช้า เมืองเชียงตุง(
www.oknation.net/blog/tawan999/2009/12/13/entry-1)


ตอนที่ 2 ตะลอนเที่ยวชมความงามของวัดทั่วเมืองเชียงตุง (www.oknation.net/blog/tawan999/2009/12/14/entry-1)

 

 

 


โดย น้ำเชี่ยวผู้น่ารัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net