วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ต้นไม้ประหลาดแห่งตะนาวศรี


 

สวนผึ้งอาจมีหลายโฉมหน้า ใบหน้าหนึ่งสวย หรูหรา และทันสมัย ส่วนอีกใบหน้าหนึ่งเรียบง่าย บริสุทธิ์ และลึกลับ

ตอนสายวันจันทร์ ผมและครอบครัวขับรถออกจากที่พัก แทบไม่มีรถบนถนนเลย แม้แต่บริเวณหน้ารีสอร์ทชื่อดังที่มีฝูงแกะ  เราขับรถไปเรื่อยๆ มุ่งไปยังที่หมายซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ 20 กิโลเมตร แก่งส้มแมว คือสถานที่ที่ผมจะแวะไปก่อนลาจากสวนผึ้ง 

 

ขุนเขาตะนาวศรีทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ถนนไม่ชันและคดเคี้ยวเท่าไรนัก  พ้นจากถนนสายรีสอร์ท อีกใบหน้าของสวนผึ้งก็ค่อยๆ ปรากฏ เป็นใบหน้าที่คงอยู่มานานปี  ก่อนที่ผู้คนจากเมืองใหญ่จะขนเงินเดินทางเข้ามา 

แถบนี้อาจจะยังคงความเป็นชายแดนแห่งตะนาวศรีอยู่บ้าง  ถนนตัดผ่านในเขาสู่ตำบลตะนาวศรี มีหมู่บ้านคนอยู่เป็นระยะ ทางไม่เปลี่ยวมากนัก แต่ถ้าไม่มีป้ายบอกทาง อาจไม่แน่ใจว่าจุดหมายรออยู่ข้างหน้าหรือไม่ 

เมื่อขับรถมาถึงบ้านบ่อหวี แม่ผมก็ร้องเรียกให้ดูบางสิ่ง  เลยสะพานเล็กๆ ด้านหน้าไป มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งยืนต้นอยู่ลำพัง 

 

มันเป็นต้นไม้ประหลาดที่ผมไม่เคยเห็น กิ่งก้านยื่นยาว ลำต้นแยกออกเป็นหลายแฉกทิ่มลงพื้นดิน เหมือนไม้ดัดขนาดยักษ์ที่มีรากแบบโกงกาง  แวบแรกผมนึกถึงพวกเอนท์ เผ่าพันธุ์ต้นไม้เดินได้ในภาพยนตร์ลอร์ดออฟเดอะริง  ถ้ามันมีจริง ต้นไม้นี้ก็คงเป็นพวกมันแน่ๆ

ผมจอดรถ เดินลงไปดู  ต้นไม้ประหลาดยืนต้นอย่างโดดเดี่ยวในหุบเขา รอบๆ ไม่มีต้นไม้อื่น สายตาทุกคู่จึงต้องสะดุดที่มัน แต่ไม้ยักษ์คงไม่อาย เพราะมันไม่ได้รับรู้ว่าตัวเองมีรูปร่างแปลกประหลาดแต่อย่างไร

 

มันคือต้นอะไรกันแน่  ผมพยายามสันนิษฐาน หรือลำต้นที่แยกลงเป็นแฉกอาจเป็นราก แล้วดินบริเวณรอบๆ ถูกขุดไปจนหมด แต่ก็ไม่น่าใช่ เพราะรากพืชไม่น่ายื่นในลักษณะนี้ และลำต้นก็จะเตี้ยเกินไป  หรือมันเป็นไทรเติบโตบนต้นไม้อื่น จากยอดไม้ ค่อยๆ งอกรากลงมา ปกคลุมคลุมต้นไม้เดิม จนเติบใหญ่ทำให้ไม้ที่มันอิงอาศัยตายไป เหลือเป็นโพรงตรงกลาง 

ส่วนสาเหตุที่มันยืนต้นอยู่ลำพัง  พอมองบ่อน้ำที่ถูกขุดอยู่ข้างๆ ก็ทำให้คาดเดาได้ว่า ต้นไม้รอบๆ คงถูกตัดโค่นลงหมดแล้ว  น่าแปลกที่ไม่มีผ้าสีต่างๆ มาพันที่โคนต้น หรือมันอาจประหลาดเกินไป จนไม่มีใครนับถือ

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ผมก็ขับรถต่อไปมุ่งสู่แก่งส้มแมว ถนนผ่านเข้าไปในหุบเขา ต้นไม้เริ่มเปลี่ยนสี สีเหลืองแดงแซมอยู่บนเขา ตัดกับสีเขียว ผ่านปลายฝนมาไม่นานไม้ก็เริ่มผลัดใบเสียแล้ว

ในที่สุดเราก็มาถึงแก่งส้มแมว หรือสวนศึกษาพรรณไม้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (สวนป่าป่าสิริกิติ์) สถานที่ที่ผมเคยเห็นในรูปว่าสวยงามน่าสนใจ ที่นี่เป็นป่าอนุรักษ์ที่มีพืชสมุนไพรและสัตว์ป่าที่เพาะเลี้ยงไว้ให้ศึกษา บริเวณรอบๆ นั้นร่มรื่นและสงบ เพราะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากนัก

จากทางเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก็ถึงลานจอดรถ มีรถของผมเพียงคันเดียว ใกล้ๆ กันมีร้านขายอาหารที่คงมีของขายในวันหยุด แต่วันนี้ไม่มีใครเปิดร้าน หรือผมอาจจะมาเช้าไปก็ได้ มีเพียงเจ้าหน้าที่และคนงานอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น

 

บรรยากาศเงียบสงบ ผมและครอบครัวเดินไปตามทางเล็กๆ ลงไปยังลำธารเบื้องหน้า ลำภาชีลัดเลาะไปตามเนินเขา ไหลผ่านแก่งหินก้อนเล็กก้อนใหญ่ ริมฝั่งร่มรื่นด้วยต้นไม้ ทั้งชุมเห็ดเทศสีเหลืองสดสวยและดอกหญ้าต่างๆ  เบื้องหน้าคือเขาตะนาวศรีที่สลับซับซ้อนทอดยาวกั้นเขตไทยกับพม่า 

บริเวณรอบๆ จัดได้สวยงามร่มรื่น มีหอชมวิวบนต้นไม้ และนกยูงอินเดียสีสวยที่ทางศูนย์เพาะเลี้ยงไว้เดินไปมา  ที่ชายป่าอีกฝั่งของลำภาชี ก็มีฝูงนกยูงทั้งสีขาวและนกยูงอินเดียเดินหากินอยู่ ดูจากพฤติกรรมหลบซ่อนตัวเมื่อเห็นผมแล้ว มันคงเป็นนกยูงที่เคยเพาะเลี้ยง แล้วปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ

อากาศยามสายยังมีลมเย็นๆ พัดผ่านมาบ้าง  ผมยืนมองภาพแห่งความสงบเงียบ ลืมผู้คนและรีสอร์ทไว้เบื้องหลัง  ในวันที่ต้องทำงาน การพาตัวเองมาอยู่ในสถานที่ที่ห่างไกลจากความวุ่นวายแบบนี้ ทำให้เราลืมความวุ่นวายทุกอย่างได้ ถ้ามีเวลามากกว่านี้ ผมจะนั่งลงริมลำธาร และปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เหมือนสายน้ำที่ไหลมาในลำภาชี

ไกลออกไปขุนเขาแห่งตะนาวศรียังคงอยู่เช่นเดิม เหมือนในวันที่เคยได้ยินเรื่องราวความลึกลับของมัน แม้จะอิ่มเอมกับสะดวกสบายและความสวยงามที่มนุษย์สร้างขึ้นมา แต่ผมก็อยากลองย้อนกลับไปในวันที่ขุนเขายังไม่อยู่ในอ้อมกอดของรีสอร์ท  ผืนป่ายังเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าไม่ใช่ฝูงแกะ กลิ่นดอกไม้ยังไม่ถูกแทนที่ด้วยเทียนหอม และบทเพลงแจ๊ซยังไม่ดังกลบบทเพลงแห่งป่า

ออกจากแก่งส้มแมว ผมขับรถผ่านต้นไม้ประหลาดอีกครั้ง ต้นไม้ที่ยืนต้นอย่างเดียวดายสะท้อนถึงบางสิ่ง พื้นที่รอบๆ เปลี่ยนแปลงไป แต่มันยังคงยืนต้นอยู่ อาจเป็นเพราะความแปลกที่ทำให้มันยังดำรงอยู่  ถ้ามันเป็นเพียงต้นไม้ธรรมดา มันก็คงจะถูกตัดโค่นไปแล้ว 

จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมมันถึงมีรูปร่างแบบนั้น  ปกติผมชอบหาคำตอบหรือคำอธิบายจากธรรมชาติ แต่ต้นไม้ประหลาดบอกผมว่า เราอาจไม่ต้องค้นหาความจริงในทุกสิ่งเสมอไป การปล่อยให้มันคงอยู่ในความลึกลับและจินตนาการ อาจช่วยให้มันมีคุณค่าและคงอยู่ได้ต่อไป

ต้นไม้ประหลาดเสมือนสิ่งที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในโลกทุกวันนี้ ความแปลกบิดเบี้ยวไปจากธรรมชาติกลับคงอยู่ได้ แต่ความเรียบง่ายและธรรมชาติที่แท้จริงกลับสูญหายไปเรื่อยๆ

หรือมันอาจจะบิดเบี้ยวไปตามโลกใบนี้ก็เป็นได้...

โดย นาฬิกาลืมเวลา

 

กลับไปที่ www.oknation.net