วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทริปแสนเบิกบาน...เที่ยวโลซานน์ตามรอยในหลวง


  

ริมทะเลสาบเลอมอง (Lac Leman)

      เอนทรีสุดท้ายปีนี้ ผมอยากเขียนประเทศที่ผมประทับใจมากที่สุด
        ประทับใจเพราะทริปนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การไปประเทศที่พรรคพวกที่ร่วมขบวนด้วยกันบอกว่า"ทุกภาพเหมือนโปสการ์ด" นั่นคือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หากแต่เป็นทริป"ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"
        แม้มีโอกาสไปหลายเมือง แต่เป้าหมายหลักคือเมืองโลซานน์ (Lausanne) ซึ่งผมได้ยินชื่อเมืองนี้มาตั้งแต่เด็กๆ
        เพราะเมื่อกว่าสิบปีก่อน ข่าวของกรมประชาสัมพันธ์จะมีช่วงรายงานข่าวพระราชกรณียกินของ"สมเด็จย่า" ที่ประทับอยู่ที่เมืองโลซานน์ และนั่นเป็นข่าวที่"คนไทย"รอฟังเสมอว่า"สมเด็จย่า"สบายดีหรือเปล่า
        สำหรับคนไทย โลซานน์เป็นเหมือนเมืองที่มี"ญาติผู้ใหญ่"พำนักที่นั่น
        ทริปเดินทางไปสวิสครั้งนี้ เดินตามบันทึกในหนังสือ "แม่เล่าให้ฟัง" และ “เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์” หนังสือ 2 เล่มที่เป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

เมืองโลซานน์

 

        สำหรับเมืองโลซานน์ (Lausanne) ถือเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของประเทศเพราะเป็นเมืองที่เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนก ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมสังวาลย์ เมื่อ 9 ตุลาคม 2463 ก็ทรงแวะที่เมืองโลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ ในระหว่างที่สมเด็จพระชนกประชุมและดูงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่ยุโรป
        รวมทั้งยังถูกใช้เป็นสถานที่พำนักชั่วคราวของพระชนนี และพระโอรส- ธิดาในระหว่างที่ต้องอยู่กันโดยลำพัง เมื่อพระราชชนกเสด็จกลับประเทศไทยในคราวถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2467 ก่อนที่ในหลวง 2 พระองค์ คือรัชกาลที่ 8 กับในหลวงพระองค์ปัจจุบัน เลือกเป็นที่ประทับในปี 2476-2488
        โลซานน์จึงเป็นเมืองที่ผูกพันกับพระราชชนนีมากมาย หลังถูกเลือกเป็นที่ประทับโดยความเห็นชอบของผู้ใหญ่
        บันทึกระบุว่า การเสด็จไปสวิตเซอร์แลนด์ของสมเด็จย่าและบุตร-ธิดาในครั้งนั้น เป็นไปตามพระประสงค์ของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ที่ทรงห่วงการศึกษาของพระราชนัดดา รวมทั้งพระราชนัดดาองค์ที่ 2 (รัชกาลที่ 8) ทรงมีพระพลามัยไม่แข็งแรง จึงเห็นว่าควรเสด็จฯไปศึกษาในประเทศซึ่งมีอากาศสบายๆ ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร ทรงแนะนำว่าควรเลือกเมืองโลซานน์ และสมเด็จพระบรมราชชนนีก็ทรงพอพระทัย เพราะนอกจากเป็นเมืองที่มีอากาศดี ภูมิประเทศสวยงาม และพลเมืองอัธยาศัยดีแล้ว เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงโปรดตั้งแต่ครั้งที่เสด็จฯไปดูงานและศึกษาด้านสาธารณสุข
        “น้องชายคนโตไม่แข็งแรง แม่เลยคิดว่าควรไปอยู่ต่างประเทศที่มีอากาศสบายๆ เสด็จลุงทรงแนะให้ไปสวิตเซอร์แลนด์ ...ต้นเดือนเมษายน 2476 แม่กับลูกสามคน พร้อมแหนนและบุญเรือน ก็ออกเดินทางด้วยรถไฟไปปีนัง แล้วลงเรืออเมริกันเพรสซิเดนต์เพียร์ซ ไปขึ้นที่เจนัว และต่อรถไฟไปโลซานน์ ...” สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระนิพนธ์ไว้ในหนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง”

โรงแรมโบริวาจ-ภาพจากเวบโรงแรม

ทะเลสาบเลอมอง

อนุสาวรีย์ลิง 3 ตัว ภาพจากอินเตอร์เน็ต

        ที่แรกที่ผมไปเห็นคือ"โรงแรมโบริวาจ" (Beau Rivage)
        โรงแรมนี้ เป็นโรงแรมที่พระบรมราชชนก ทรงเลือกเป็นที่พักหลังอภิเษกสมรสกับหม่อมสังวาลย์ในปี 2463 เพราะโก้หรูที่สุดในเมืองโลซานน์ และทุกวันนี้ โรงแรมแห่งนี้ยังเป็นสถานที่สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ อัครราชกุมารี จะเสด็จฯไปประทับทุกครั้งเมื่อเสด็จฯ เยือนโลซานน์
        โรงแรมโบริวาจตั้งอยู่ที่ริมทะเลสาบเลอมอง (Lac Leman) ซึ่งเป็นอีกสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับในหลวง
        เพราะในหนังสือพระนิพนธ์"แม่เล่าให้ฟัง" บอกว่าทั้ง 4 พระองค์มักจะใช้ ลาค เลอมอง เป็นสถานที่พักผ่อนเสมอๆ โดยในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงเรือใบและกรรเชียงเรือเล่นในทะเลสาบแห่งนี้ เหมือนชาวสวิสที่เล่นกิจกรรมทางน้ำในช่วงฤดูร้อน
        และบนถนนเรียบทะเลสาบ เราพบสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งก็เป็นสถานที่ที่ทั้ง 4 พระองค์เสด็จฯมาประจำ โดยในสวนสาธารณะแห่งนี้ มีน้ำพุรูปปั้นลิง 3 ตัวกำลังทำท่า ปิดหู ปิดปาก และปิดตา ที่ในหลวงโปรดและฉายพระรูปไว้เสมอ และสมเด็จพระพี่นาง ทรงนิพนธ์ว่าหมายถึง "ไม่ยอมฟัง ดู พูดในสิ่งที่เลว"
        จากสวนสาธารณะประมาณ 15 นาที ก็เป็นสถานพยาบาลมองซัวซีส์ ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ถนน Tissot ที่เงียบสงบ

 

แฟลตเลขที่ 19

        มี 2 ถนนในโลซานน์ที่คนไทยต้องไป
        ถนนแรกคือ"ถนนทิสโซต์" (Tissot) ซึ่งเป้าหมายบนถนนชื่อเหมือนนาฬิกายี่ห้อดังนี้ คือ"แฟลตเลขที่ 16" ซึ่งหม่อมสังวาลย์พร้อมพระธิดาและพระโอรสทรงใช้เป็นที่ประทับในช่วงปี 2476-2478 โดยเป็นแฟลตห่างตัวเมืองเล็กน้อย ทำให้ราคาไม่สูงมาก
        สมเด็จพระพี่นางฯทรงนิพนธ์ถึงแฟลตนี้ไว้ว่า "เป็นตึกขนาดใหญ่ มีแฟลตหลายชุด แม่เช่าที่ชั้นล่างเพราะเกรงว่าลูกอาจรบกวนคนที่พักอยู่ข้างใต้ด้วยการวิ่งหรือกระโดด ใต้แฟลตของเรายังมีโรงรถอีก" ซึ่งผมและหลายคนตื่นเต้นเมื่อทราบว่าลานจอดรถด้านหลัง เป็นสวนซึ่งพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 2 พระองค์โปรดที่จะมาเล่นและทรงหัดจักรยานที่นี่ด้วย
        เมื่อเดินออกมาจากแฟลตแล้วเลี้ยวซ้ายและเดินไปสุดถนน ก็เป็นที่ตั้งของไปรษณีย์ ซึ่งสมเด็จย่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงส่งจดหมายถวายสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และไม่ไกลจากนั้นคือสถานีรถไฟและตลาด ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวจะช่วยสมเด็จพระบรมราชชนนี ถือของกลับแฟลตเป็นประจำ
        อีกถนนคือถนนอาวองต์ โพสต์ (Avant Poste)
        ที่ถนนแห่งนี้ เป้าหมายของเราคือ"แฟลตเลขที่ 19" ซึ่งเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จประทับตั้งแต่ปี 2493 หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงราชาภิเษกกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ เพราะสมเด็จพระบรมราชชนนีมีพระประสงค์ให้ทั้ง 2 พระองค์มีความเป็นส่วนตัว จึงทรงย้ายมาประทับที่นี่
        สมเด็จย่าทรงเลือกที่นี่เพราะอยู่ใกล้สวนสาธารณะ และทรงเลือกอยู่ชั้นบนสุดเพื่อป้องกันการรบกวนและไม่ต้องการให้ใครอยู่บน

Ecole Nouvelle de la Suisse Romande-ภาพจากอินเตอร์เน็ต

 

        ผมยังได้ไปดู"โรงเรียนของในหลวง"ด้วยครับ
        โรงเรียนนี้ เป็นโรงเรียนเอกชนชื่อ "เอกอล นูเวล เดอ ลา ซืออิส โรมองด์" (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) ซึ่งรับนักเรียนนานาชาติ รวมทั้งแวะชม"มหาวิทยาลัยโลซานน์" (Lausanne University) อันเป็นสถาบันอุดมศึกษาของทุกพระองค์ โดยสมเด็จพระพี่นางฯ ทรงศึกษาทางด้านวิชาเคมี , รัชกาลที่ 8 ทรงศึกษาวิชานิติศาสตร์ ส่วนในหลวง ทรงเลือกเรียนแขนงวิชาวิทยาศาสตร์ (ต่อมาเมื่อหลังทรงครองราชสมบัติแล้วได้เปลี่ยนเป็นสาขาวิชากฎหมาย รัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์) ส่วนสมเด็จพระบรมราชชนนี ก็ทรงเข้ารับการศึกษาเพิ่มเติมด้านวิชาภาษาละติน ปรัชญา วรรณคดี และสันสกฤตอีกด้วย
        ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยโลซานน์ย้ายไปนอกเมือง ส่วนมหาวิทยาลัยโลซานน์เก่าที่เราเข้าไปชม เป็นสถานที่ราชการและพิพิธภัณฑ์
        นอกจากนั้น ผมยังมีโอกาสชมตลาดนัดที่ถนน St.Francois ซึ่งเปิดตั้งแต่ 07.00-12.00 น. ทุกวันพุธและวันเสาร์ และเป็นตลาดที่สมเด็จย่าเสด็จไปทรงซื้อของและอาหารมาทำเครื่องเสวย เพราะมีผักและผลไม้สดใหม่ที่เกษตรกรนำมาขายเอง
        8 วัน 7 คืนในสวิส เป็นทริปสุดสำราญของผมที่มี"บุญ"ที่เกิดมาในแผ่นดินที่มี"ในหลวง"เป็น"พระเจ้าแผ่นดิน"

 

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net