วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โวยพวกเล่นไม่ซื่อหลอกชาวบ้านถอนฟ้องคดีมาบตาพุด


โวยพวกเล่นไม่ซื่อ จ้างชาวบ้านถอนฟ้องคดีมาบตาพุด

                พฤติกรรมอัปยศชอบกวนน้ำให้ขุ่น ในขณะที่ทุกฝ่ายพยายามคลี่คลายปัญหา แต่กลับมาใช้เล่ห์เพทุบายหลอกชาวบ้านด้วยเงิน ๑,๒๐๐ บาทเพื่อขอให้ลงชื่อถอนฟ้องคดี ทั้งที่คดีนี้เป็นคดีสาธารณะไม่สามารถถอนฟ้องได้

            นายศรีสุวรรณ  จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะผู้ฟ้องคดีให้ ๘ หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ วรรคสอง ร่วมกับชาวบ้านมาบตาพุด ๔๑ รายได้เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่มาบตาพุดว่า ได้รับหมายคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ไปไต่สวนคดี กรณีชาวบ้านได้มีผู้แอบอ้างทำคำร้องขอถอนชื่อจากรายชื่อผู้ฟ้องคดีในวันพฤหัสที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ ห้องไต่สวนที่ ๘ ชั้น ๓ ศาลปกครองสูงสุด ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านผู้ฟ้องคดีไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่ามีรายชื่อเป็นผู้ถอนฟ้องคดีได้อย่างไร

                ทั้งนี้จากการสอบถามชาวบ้านผู้ได้รับหมายเพื่อไปไต่สวนคำร้องการขอถอนคดีดังกล่าวทำให้ทราบว่า ได้มีอดีตผู้นำชุมชนบ้านบน ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด ได้มาหว่านล้อมชาวบ้านผู้ฟ้องคดีทั้ง ๔๑ ราย ให้ลงลายมือชื่อในกระดาษเปล่า พร้อมจ่ายเงินค่าลงมือชื่อจำนวน ๑,๒๐๐ บาท โดยไม่บอกว่าจะนำไปทำอะไร เพียงแต่แจงว่าจะนำไปแจ้งศาลเพื่อให้โรงงานทั้ง ๖๕ โรงงานปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเท่านั้น เมื่อมีหมายศาลมาถึงชาวบ้านความจริงจึงปรากฎว่าไม่ใช่ตามเจตนารมณ์ของชาวบ้านที่ได้ลงนามไป แต่กลับเป็นการไปถอนฟ้องแทน ชาวบ้านจึงจะรวมตัวกันไปพบศาลตามวันเวลาดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าจะไม่มีการถอนฟ้องโดยเด็ดขาด

                นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อไปว่า พฤติการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นของหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานใดหรือผู้ประกอบการโรงงานใด หรือใครก็ตามเป็นการใช้เล่ห์เพทุบายโดยไม่สุจริต สมาคมฯขอประณามว่าเป็นการกระทำที่ชั่วช้าเลวทรามที่สุด เป็นพฤติกรรมที่หมิ่นศาลและหมิ่นกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานให้ความเท็จต่อศาล เป็นพฤติการณ์ที่โง่เขลาเบาปัญญาโดยหารู้ไม่ว่าคดีนี้เป็นคดีสาธารณะผู้ฟ้องคดีไม่สามารถถอนฟ้องได้ไม่เช่นนั้นศาลอาจจะเห็นว่าเป็นการใช้ศาลเป็นเครื่องมือในการสมยอมประโยชน์กัน และสมาคมฯจะยอมและไม่สมานฉันท์ต่อการกระทำเยี่ยงนี้ และจะขอคัดค้านทุกโครงการ ทุกโรงงานที่มีความพยายามปลดล็อคคำสั่งศาลปกครองสูงสุด โดยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ วรรคสอง เสียก่อน โดยในวันดังกล่าวสมาคมฯและชาวบ้านจะไปไต่สวนตามนัดของศาล และจะได้ทราบกันว่าหน่วยงานใด หรือผู้ประกอบการรายใด เป็นคนนำรายชื่อชาวบ้านผู้ฟ้องคดีมาแอบอ้างต่อศาล และเมื่อทราบชื่อแล้วจะแจ้งให้รัฐบาลลงโทษหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที และหากเป็นผู้ประกอบการก็จะขอให้ชาวบ้านคัดค้านไม่ให้การยอมรับการดำเนินการศึกษาอีไอเอ และเอชไอเอ ที่จะต้องดำเนินการในเร็ว ๆ นี้ เพื่อไม่ให้โรงงานนั้น ได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป และจะร้องขอต่อศาลให้เห็นถึงพฤติกรรมดังกล่าว ที่ได้กระทำการละเมิดอำนาจศาล เพื่อให้ศาลสั่งลงโทษผู้กระทำการดังกล่าวเสีย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อไป

 

....................................................

โดย ทนายสิ่งแวดล้อม

 

กลับไปที่ www.oknation.net