วันที่ พุธ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

12 Days in Europe : Day 9 - To the last destination.


แหะ แหะ กลับมาอีกครั้งแล้วค่ะ หลังจากสอบเสร็จแล้ว ครั้งนี้ตั้งจิตมั่นว่าจะลงอีกสี่วันที่เหลือให้หมดรวดเดียว จะได้เปลี่ยนไปเขียนเรื่องอื่นบ้าง

วันนี้เป็นอีกวันที่ต้องผจญภัยมิใช่น้อย เพราะต้องตื่นแต่เช้าไปขึ้นรถบัสเพื่อจะมุ่งหน้ากลับไปยัง Riga เพื่อ(ใช้คำว่าเพื่อเยอะจัง -_-")จะไปขึ้นเรือของ Tallink ไปยังที่หมายสุดท้ายของทริปนี้ คือ Stockholm ค่ะ

-
ห้องครัวของโฮสเทลที่ไปพักค่ะ มีติดธงชาติลิทัวเนียไว้ที่ฝาผนังด้วย

-
น้องหมานอนคุดคู้อยู่ริมหน้าต่างบ้านใครก็ไม่รู้

รถบัสที่จะมุ่งหน้าไปสู่ Riga เคลื่อนตัวออกจากสถานีประมาณเกือบสิบโมงเช้าค่ะ ผู้โดยสารไม่เต็มคันรถ นั่งกระจายๆกันไป

-
แวะพักกลางทาง 15 นาทีค่ะ

-

-

-
วิวสองข้างทางค่ะ

-
เข้าเขต Riga แล้วค่ะ มองเห็น TV Tower ของเมืองด้วยค่ะ

หลังจากรถเข้าเทียบท่าปั๊ป V2Gก็รีบพุ่งไปเข้าห้องน้ำก่อนเลยค่ะ(เสียตังค์นะคะ) จากนั้นก็แวะถามคุณป้าที่ประชาสัมพันธ์ว่า จะไปท่าเรือได้ยังไงบ้าง คุณป้าแนะนำให้นั่งรถรางค่ะ หรือไม่เช่นนั้นเราก็ต้องเดินลากกระเป๋าต๊อกแต๊กเลียบตามแม่น้ำไปเรื่อยๆค่ะ

พอออกจากฝ่ายประชาสัมพันธ์มาได้ก็ลองล้วงเงินที่เหลือในกระเป๋าขึ้นมาคำนวนดูค่ะ ปรากฎว่าต้องเลือกค่ะว่าจะจ่ายค่าตั๋วรถรางหรือเอาเงินไปซื้ออะไรมาหยุดเสียงท้องที่กำลังครวญครางไม่หยุดดี แต่พอไปเมียงๆมองๆราคาที่รถเข็นขายอาหารแล้ว ก็ตัดใจซื้อไม่ลง แล้วรถรางก็ยังไม่มาซักที ด้วยความงกส่วนบุคคลบวกกับเวลาก่อนเรือจะออกยังอีกนาน V2Gเลยตัดสินใจออกเดินด้วยลำแข้งของตัวเองดีกว่าค่ะ

-
หลังจากเดินลากกระเป๋าต๊อกแต๊กมาตามริมแม่น้ำ Daugava ก็ได้มาพบกับรูปปั้นนี้เข้าค่ะ

ตามตำนานเล่าว่า กาลครั้งหนึ่งนานน้านนานมาแล้ว(เค้าเขียนไว้บนป้ายแบบนี้จริงๆนะคะ) ก่อนการตั้งเมือง Riga ซะอีก มีชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แข็งแรงนามว่า Big Christopher(หรือ Lielais Kristaps)ทำอาชีพแบกคนข้ามแม่น้ำค่ะ คุณคนนี้อาศัยอยู่ที่กระท่อมบนฝั่งขวาของแม่น้ำค่ะ

มีอยู่คืนหนึ่งขณะที่คุณคริส(ขอเรียกย่อๆนะคะ)กำลังหลับปุ๋ยอยู่นั้น ก็มีเสียงเด็กน้อยร้องไห้มาจากอีกฟากฝั่งของแม่น้ำค่ะ เขาจึงรีบข้ามไปอุ้มเด็กน้อยมาค่ะ แต่ในขณะที่ข้ามกลับนั้นตัวของเด็กน้อยก็หนักขึ้นเรื่อยๆค่ะ จนพอไปถึงอีกฝั่งคุณคริสก็ให้เด็กน้อยนอนในกระท่อมแล้วตัวเองก็ผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยค่ะ

เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อคุณคริสตื่นมา มีหีบขนาดใหญ่ใส่เหรียญทองจำนวนมากวางแทนที่ๆเด็กน้อยนอนเมื่อคืน หลังจากการเสียชีวิตของคุณคริส เงินจำนวนนั้นก็กลายมาเป็นทุนในการก่อสร้างเมือง Riga ค่ะ โดยสิ่งปลูกสร้างแรกของเมืองนั้นสร้างขึ้นบริเวณที่ที่เคยเป็นที่ตั้งกระท่อมของคุณคริสนั่นเองค่ะ

ส่วนรูปปั้นที่เห็นในภาพนี้เป็นรูปปั้นที่ทำจำลองขึ้นในปี 1997 โดย Gints Upitis ค่ะ ส่วนของจริงนั้นทำจากไม้โดย Michael Brickman ในปี 1683 ตั้งอยู่ที่ Museum of History of Riga and Navigation ค่ะ

-
คล้ายสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมบ้านเรานะคะ

-

กว่าจะเดินมาถึงท่าเรือได้ เล่นเอาเหงื่อออกไปเป็นปี๊ปเลยล่ะค่ะ เพราะว่าวันนี้อากาศดีมากๆ แสงแดดเจิดจ้าร้อนแรงสุดๆ แถมทางที่เดินผ่านบางช่วงไม่ได้เป็นทางเท้าเรียบๆให้ได้เดินสบายๆ แต่เป็นทรายและหญ้าซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการลากกระเป๋าอย่างมาก แต่ในที่สุดก็มาถึงจนได้ พอเข้าไปถึงตัวอาคารก็นำใบจองไปออกตั๋วค่ะ นั่งรอสักพักเค้าก็เปิดให้ขึ้นเรือได้

พอขึ้นเรือและเข้าถึงห้องพัก(แบบหญิงล้วน)ได้ปุ๊ป V2Gรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเลยค่ะ กลัวเดี๋ยวเพื่อนร่วมห้องมาจะต้องแย่งชิงกัน หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว V2Gก็เริ่มออกเดินสำรวจภายในเรือสำราญลำนี้ค่ะ เดินขึ้นๆลงๆแวะดูของที่ Duty Free สักพักพอเรือจะออกตัวก็เดินตามคนอื่นๆไปออที่หัวเรือเพื่อถ่ายรูปค่ะ

-

-

-

-

-
ชื่อเรือ Silja Festival ค่ะ

-

-
เครนยกตู้คอนเทนเนอร์หน้าตาเหมือนแมงมุมยักษ์เลยค่ะ

-

-
ออกทะเลแล้วค่ะ

พอเรือออกสู่ทะเลบอลติกแล้ว ผู้คนบริเวณระเบียงหัวเรือก็เริ่มสลายตัวไปค่ะ ลมแรงและก็เย็นมากๆด้วยค่ะ

เดินเตร็ดเตร่อีกสักพักก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ V2Gซื้อบัตรบุฟเฟ่ต์อาหารเย็นมาล่วงหน้าค่ะ ซื้อกับทางบริษัทจะถูกกว่ามาซื้อบนเรือนิดหน่อยค่ะ

-
ห้องอาหารคนไม่มากนักค่ะ เลือกโต๊ะริมหน้าต่างซะเลย แต่ไวน์ 2 ขวดนั้นไม่เกี่ยวนะคะ เครื่องดื่มฟรีที่รวมมากับบัตรมีแค่ชา กาแฟค่ะ

-
เห็นรูปอีกครั้งก็ยังน้ำลายสอ

-
ตักไม่หยุดจนคุณบริกรหนุ่มสุดหล่อประจำโต๊ะเหล่มองเลยล่ะค่ะ

-
มาถึงช่วงของหวานปิดท้ายรายการ พุดดิ้งอร่อยค่ะ กินกับชาเข้ากันมากๆ

หลังจากกินแบบนอนสต๊อปจนแทบจะออกเป็นคนสุดท้ายของห้องอาหารแล้ว V2Gก็ออกเดินสำรวจเรือต่อค่ะ ใกล้ๆกับโรงอาหาร(สำหรับคนที่ไม่อยากใช้บริการห้องอาหารนะคะ)มีผับอยู่ค่ะ

-
ชื่อ Sailors' Pub ค่ะ มีบาร์ขายเครื่องดื่ม แล้วพอตอนกลางคืนเปิดให้แขกร้องคาราโอเกะได้ด้วยค่ะ

เดินย่อยอาหารได้พอสมควรก็ตัดสินใจกลับเข้าห้องพักดีกว่าค่ะ ก่อนนอนได้มีโอกาสพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมห้องด้วยค่ะ เป็นสาวลิทัวเนียค่ะ กำลังจะไปเรียนต่อที่สวีเดน คุยกันนานพอสมควรจนคุณป้าที่นอนเตียงชั้นบนดุเอา เลยแยกย้ายกันไปนอนค่ะ


The End of Day 9 From Vilnius to Riga.

โดย Vodka2Go

 

กลับไปที่ www.oknation.net