วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สามพันหลุม สู่ สามพันโบก


สี่พันหลุม  สู่  สามพันโบก

 

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่  ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒  แรม ๘ ค่ำ เดือนสิบสอง (ไม่หนาวก็ต้องหนาว)

                ไปร่วมงานสัปดาห์สุขภาพจิตที่เมืองอุบลฯ  (รายละเอียดจะเล่าตอนหลัง)  ที่อยากเล่าตอนนี้ก็คือเมื่องานเลิกแล้ว  เจ้าภาพซึ่งเป็นคุณหมอโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์  อาสาพาไปเที่ยวต่อที่ “โขงเจียม”  กินปลาแม่น้ำโขง  นอนที่พักแรมริมแม่น้ำโขง  ทำให้คิดถึงเพลง “ตะวันขึ้นที่โขงเจียม” ของ ครูสุรินทร์  ภาคศิริ  หรือคำพยากรณ์อากาศว่าด้วย “โขงเจียม” และ “ผาชะนะได”

                ผมไปกับครอบครัว  ลูกชายตัวเล็กชีพจรลงเท้าไม่หยุด  ชีวิตช่วงนี้ของเขาเที่ยวไปกับพ่อแม่  จนยายต้องเรียกว่า “บักตะลอน”  เรานำรถไปจอดไว้ที่โรงพยาบาลพระศรีฯ  เพื่อต่อรถคันเดียวกับ หมอติ๊ก  ธีราภา  ธานี และ หมอพัส  พัสนี  สิทธิคุณ   

                หลังอาหารเช้าที่ “โขงเจียม”  เราไปไหว้ หลวงปู่คำคนิง  จุลมณี  วัดถ้ำคูหาสวรรค์  ก่อนมุ่งไปยัง “ผาแต้ม”  ระหว่างนั้น  เกิดการเพิ่มเปลี่ยนแผน  เพื่อไป “สามพันโบก” ก่อน  เราผ่านไปทาง “ศรีเมืองใหม่”  พร้อมโทรศัพท์สอบถามทาง  มีผู้แนะนำว่าให้ไปทาง “หนามแท่ง”  แล้วต่อไป “โพธิ์ไทร”  ระหว่างนั้นจะพบทางแยกไป “สามพันโบก”  ทางใกล้  แต่ไม่ค่อยดีนัก

                คำว่า “ทางไม่ค่อยดีนัก”  ฟังแล้วไม่น่ากลัว  ไม่หนักถึงขนาด “อย่าไปทางนั้นเลย”  ถามชาวบ้านครั้งแรกเขาก็บอกไปได้  ไปสักพักเราแวะถามชาวบ้านอีกครั้ง  ชายหนวดเฟิ้มเหมือนศิลปิน  กำลังทำหน้าที่ช่างแกะช่างกลึงอะไรสักอย่าง  บอกด้วยความหวังดีว่าน่าจะย้อนไปทาง “ตระการพืชผล”  เพราะทางที่จะไปข้างหน้านั้นไม่ดี  เขาย้ำว่าทางไม่ดี  แต่เราคล้ายพวกหัวดื้อสักหน่อย  ยังพากันไปข้างหน้า  แล้วก็เจอดีจริงๆ  ด้วยทางนับหลายกิโลเมตรระหว่างนั้น  เต็มไปด้วยหลุมบ่อ  ขรุขระ  ทุรกันดาร  ราวดาวอังคารอันไกลโพ้น  ชนิดรถยนต์เล็กๆ ของเราแทบจะคลานไป

                ไปแล้ว  ถอยกลับไม่ได้  ต้องไปข้างหน้าแบบทำใจ  ผมเองพยายามปรารภเล่นๆ  เมืองท่องเที่ยวเช่นนี้  เขาปล่อยให้ถนนชำรุดทรุดโทรมได้อย่างไร?  ทั้งที่สองข้างทางสวยงามมาก  ร่องรอยชำรุดนั้นมิใช่เกิดขึ้นใหม่  น่าจะนานแบบ “ตำนาน” เลยทีเดียว  เกิดอะไรขึ้นกับชาวบ้าน  ข้าราชการประจำ  คนทำทาง  นักการเมืองท้องถิ่น...ไม่มีงบประมาณ?  หรืองบประมาณหายไป?

                ทำใจ  ทำไป  ทำมา  ธรรมะ  ธัมโม  กระทั่งถึง “สามพันโบก” จนได้  ไปถึงเราเหมาเรือหางยาวไปชมหาดหงส์  ซึ่งทรายละเอียดต้องแดดระยิบระยับ  ไปหาดหินสี  ซึ่งมีหินสีอันเกิดโดยธรรมชาติ  หลักศิลาเลข  ซึ่งมีเลขวัดระดับน้ำโดยฝรั่งเศส  และสุดท้ายที่ “สามพันโบก”

                ไม่อยู่ในแผน  ไม่ได้ตั้งใจ  ครั้นผ่านทางพบ  ก็สุดตื่นเต้น  อัศจรรย์ใจทราย  อัศจรรย์ใจหิน  อัศจรรย์ดิน  อัศจรรย์ใจน้ำ  ทั้งลูกเมีย  และคุณหมอทั้งสอง  ต่างรู้สึกดีมีวาสนาได้พบเห็นสิ่งมหัศจรรย์  ที่นั่น  เรายังได้พบคุณหมอหนุ่มคนหนึ่ง  เหมาเรือออกเก็บภาพสวยตามลำพัง (กับเจ้าของเรือ)  บางฉากยังให้เจ้าของเรือแสดงแบบ  เพิ่มชีวิตชีวาของ “สามพันโบก” อีกต่างหาก

                ชายเจ้าของเรือลำดังกล่าว  อัธยาศัยดี  ช่างเจรจาพาที  ยังเป็น “ไกด์พิเศษ” ให้พวกเราอีก  (กลุ่มมเรามี “ไกด์เด็กหญิงสองคน”  น่ารักมาก  ช่วยอุ้มลูกชายผมด้วย)  แกชี้ให้ดูหินแปลกๆ เช่น “หินรูปหัวหมา”  ชี้ไปยังแผ่นหินกว้างพร้อมเล่า  ต่าย  อรทัย  มาเปลือยเท้ารำบันทึกภาพ “หมอลำดอกหญ้า” ตรงนี้  สงสัยเท้าจะพอง  เพราะหินร้อนมาก  เป็นคนมีอารมณ์ขันและมีภูมิรู้  ขนาดเดินเตะก้อนหินเลือดออก  ยังบอกว่าไกลหัวใจ  คำที่คิดไม่ถึงก็คือ “สี่พันหลุม สู่ สามพันโบก”

                ครับ  ได้ฮา  “สี่พันหลุม”  ก็ถนนจาก “หนามแท่ง” ไป “สามพันโบก” นี่แหละ  แกตอบคำถามคาใจผมได้หมดเลย  ทั้งที่ผมไม่ได้เอ่ยปากถาม  แกพูดถึงปัญหาการลาดยาง  ปัญหาเรื่องงบประมาณ  เป็นการวิจารณ์สังคมการเมือง  เหน็บให้เจ็บแสบแบบขำๆ

                ผมตาสว่าง  กว่าจะถึง “สามพันโบก”  เราต้องผ่าน “สี่พันหลุม”  และอีกไม่น้อยบ่อบนเส้นทางแถบนั้น  ไม่น่าเชื่อว่าถนนหนทางที่ควรดี  จะถูกทอดทิ้งให้ชาวบ้านรู้สึกแย่ได้ขนาดนั้น 

                “สามพันโบก”  ได้ยินมาก่อนบ้าง  ตอนแรกนึกว่าอยู่ประเทศลาว  เคยได้ยินเป็นชื่อหนังบู๊   เคยได้ยินคำว่า  “กินเหล้าจักโบก”  พยายามคิดจินตนาการทางภาษาอยู่นานก็ไม่เข้าใจ  กระทั่งได้ไปเห็นโดยไม่คาดฝันนั่นแหละ  “โบกมันเป็นจังซี่”  ภาษาลาว  แปลว่า  แอ่ง  บ่อ  หรือ กระบอก

                บางคนว่า  “แกรนด์แคนยอนเมืองสยาม  สามพันโบกเมืองอุบลฯ” 

ครับ  ศุกร์หน้า  จะชวนท่านผู้อ่านออกตามหา “โบก” กันอีก!

 

อังคาร ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

คม ชัด ลึก

โดย ไพวรินทร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net