วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปีใหม่... แย่งกันกิน แย่งกันใช้!!!


ทุกสิ้นปี มีหลายคนมักจะไถ่ถามผมอยู่เสมอว่า “ปีใหม่ปีนี้ไปเที่ยวที่ไหน...?”

ซึ่งคำตอบที่ได้รับจากปากของผมก็คือ

“คงไม่ได้ไปไหนอ่ะ... ขี้เกียจแย่งกันกิน แย่งกันใช้”

ปกติแล้วในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เราจะเห็นใครหลายคนเตรียมการที่จะวางแผนว่า ปีนี้จะไปเที่ยวที่ไหน ตัวเลือกแบบเดิมๆ ที่เราพบเห็นก็คือ “กลับบ้าน” ซึ่งก็หมายถึงภูมิลำเนาของเรา หรือของพ่อของแม่ตามต่างจังหวัด

แต่ทีนี้บังเอิญว่า โดยปกติเป็นคนที่ทำงานเช้าไปเย็นกลับอยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่งก็คือผมยังไม่มีครอบครัวเป็นตัวเป็นคน (อายุแค่นี้จะรีบมีไปเพื่อ...?) จึงไม่ได้ซีเรียสตรงนี้

ทำไมถึงกล่าวว่า ช่วงปีใหม่มีแต่คนแย่งกันกิน แย่งกันใช้ จะพูดว่าปีใหม่อย่างเดียวมันก็ไม่ถูก เพราะวันหยุดยาวที่สำคัญอีกวันอย่างเทศกาลสงกรานต์ ก็มักจะมีนักท่องเที่ยวแย่งกันกิน แย่งกันใช้ไม่แพ้กัน แต่กรณีวันสงกรานต์ขอแย่งสักครั้ง เพราะมันมีประเพณีสาดน้ำ แต่ปีใหม่ไม่มีอะไร

และยิ่งรัฐบาลประกาศวันหยุดยาวเพิ่มเติม โดยเฉพาะหยุดชดเชยวันมาฆบูชา 1 มีนาคม หยุดชดเชยวันแม่แห่งชาติ 13 สิงหาคม หยุดชดเชยวันปิยมหาราช 25 ตุลาคม และหยุดชดเชยวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาฯ ในวันที่ 6 ธันวาคม

จนทำให้ในปีหน้า (2553) จะมีวันหยุดทั้งหมด 122 วัน ด้วยเหตุผลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ (จากการท่องเที่ยว) ก็ส่งเสริมให้คนหันมาเที่ยวนอกบ้านมากขึ้น ทีนี้มันก็เกิดการแย่งกันกิน แย่งกันใช้ แต่ก็น้อยกว่าวันปีใหม่และวันสงกรานต์อยู่ดี

สิ่งที่จะบ่งชี้ได้ว่า ในช่วงเทศกาลแย่งกันกิน แย่งกันใช้ก็คือ สถานีขนส่งต่างๆ หรือสถานีรถไฟ โดยเฉพาะหมอชิต 2 และหัวลำโพง มีผู้โดยสารเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างหนาแน่น เกิดการจราจรติดขัด ไม่สะดวกที่จะแบกกระเป๋า ซื้อตั๋วโดยสารอย่างเบียดเสียด หรือแม้กระทั่งการได้ที่นั่งเป็นเบาะเสริมแทนแทบจะอึดอัดอย่างทรมาน

ถ้าใครที่นำรถส่วนตัวออกเดินทาง นอกจากจะต้องเจอกับปริมาณรถที่หนาแน่น โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักอย่างพหลโยธิน มิตรภาพ เพชรเกษม พระรามที่ 2 บางนา-ตราด กระทั่งไปถึงที่หมายล่าช้าแล้ว ถ้าเป็นปั้มน้ำมันใหญ่ๆ จะมีลูกค้ารอคิวเติมน้ำมันแน่นเป็นพิเศษ ห้องน้ำก็ไม่สะอาดเพราะพนักงานล้างห้องน้ำไม่ทัน ไหนจะต้องต่อคิวซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ สินค้าที่ต้องการก็หมด

แล้วยิ่งถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ในเมื่อมีแต่คนรุมทึ้งไปเที่ยว บรรยากาศแทนที่จะได้ความรื่นรมย์อยู่ตรงหน้า กลับต้องมาเจอภาพเละเทะ ทั้งขยะที่เต็มเร็วกว่าวันปกติ ผู้คนหนาแน่นจอแจ เสียงดังวุ่นวาย แทบจะขาดความเป็นส่วนตัว และวัฒนธรรมแย่งกันกินแย่งกันใช้ในร้านสะดวกซื้อก็เช่นเดียวกันกับปั้มน้ำมัน ของที่ป้อนให้กับร้านเพิ่มก็ไม่พอคนซื้อ โดยเฉพาะเครื่องดื่ม

เวลาเดินทางกลับวันหยุดวันสุดท้าย ก็ต้องเจอรถเข้าเมืองหนาแน่นพร้อมกัน ถึงบ้านล่าช้า แถมนึกจะซื้อของฝากกลับกรุงเทพฯ ก็ต้องเบียดเสียดยัดเยียดกันจอแจวุ่นวายกว่าวันหยุด บางครั้งของฝากที่ทำวันต่อวันก็มีรสชาติแตกต่างไปจากที่เคยซื้อ เพราะแม่ค้ารีบทำออกมาขาย แทนที่จะอร่อยกลับรู้สึกเหมือนขาดๆ เกินๆ เข้ามาแทน

ทุกวันนี้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็คงไม่คิดที่จะออกเดินทางต่างจังหวัดในช่วงเวลานี้ รอให้ถึงเวลา “ลาพักร้อน” จริงๆ ถึงจะออกเดินทางไป ซึ่งโดยหน้าที่การงานที่ทำแบบฟรีแลนซ์คงไม่ซีเรียสอะไร แต่ถ้าเป็นพนักงานกินเงินเดือนคงต้องขอพึ่งทำเรื่องลาพักร้อนลูกเดียว

สำหรับในช่วงเทศกาลปีใหม่ ถ้าไม่รู้จะเที่ยวที่ไหน หลังผ่านพ้นวันปีใหม่ไปแล้วก็ขอแนะนำให้ไปเดินเล่นในห้างฯ เพราะช่วงนั้นลูกค้าจะวังเวงพอสมควร เหมาะแก่การช็อปปิ้งอย่างสงบ แต่ถ้าจะซื้อของ มีคนบอกกับผมว่าต้องซื้อช่วงปลายปีถึงจะลดราคาถูก จริงเท็จประการใดวานบอกละกัน

คุณผู้อ่านจะสังเกตได้ว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมาถึงปลายเดือน ผมหาเรื่องเที่ยวไปทั่ว ไปเยี่ยมลุงสุนทรที่โคราช หรือไปดูคนเค้าชักว่าวกลางคืนที่บุรีรัมย์ ก็ต้องยอมรับตามตรงว่า ช่วงเวลานี้เที่ยวได้ก็เที่ยว เพราะไม่รู้ว่าปีหน้าจะได้มีอารมณ์เดินทางไปเที่ยวไหนหรือไม่

ก็อย่างว่าล่ะครับ การเมืองมันร้อน เดี๋ยวจะรมณ์บ่จอยเหมือนสงกรานต์เลือด หรือไม่ก็สลดหดหู่เหมือนเหตุการณ์ซานติก้าผับไฟไหม้ เก็บเกี่ยวการเดินทางอะไรได้ก็ไปก่อนละกัน


โดย kittinunn

 

กลับไปที่ www.oknation.net