วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขี้หมูไหล...ภาคสาม ตอนที่๕ ง่วงปันเกยกับกองอ้วกใครบางคน


ตอนที่    ง่วงปันเกยกับกองอ้วกของใครบางคน

คนผู้นี้   แม้จะรู้จักกันเพียงไม่กี่ชั่วยาม   กลับรู้จักทำตัวสนิทสนมกับผู้อื่นได้ง่ายดายราวกับรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน  ช่างเข้ากับผู้คนได้ง่ายเสียจริง   ข้าเองนึกชอบอัธยาศัยของเขาไม่น้อยเลย   น่าจะตั้งชื่อให้เขาใหม่ว่า   คุณปันเกย

ปัน  แปลว่ารวดเร็ว  เกย  คือเคย  คุ้นเคย  สนิทสนม   รวมความว่า   คุ้นเคยสนิทสนม  อย่างรวดเร็ว

คนผู้หนึ่ง 

ขอเพียงไม่ถือตัว  

คิดคบหาสหาย  

ง่ายดายราวกระดกลิ้น...

รูปร่างของเขาก็ช่างดูราวกับศิลปินผู้ยิ่งใหญ่   ศิลปินเพื่อชีวิต  ถ้าเพิ่มหนวดโง้งๆเข้ามาบนใบหน้า  ข้าอาจจะเรียกผิดว่า  พี่เล็กคาราบาว   อย่างแน่นอน  

ประกอบกับลีลาการยกเหล้าที่ดุดัน   ประเภทที่เรียกว่ามวยไฟท์เตอร์   เดินหน้าแล้วก็ฆ่าลูกเดียว  เทมาเป็นยก   ยิ่งตอนนี้พวกข้าดื่มกันแบบเพียวๆ  เหล้าจอกเดียวเวียนกันดื่ม  มันยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า  ใครที่มีน้ำอดน้ำทนมากกว่ากัน

จอกเหล้ามาถึงตรงหน้าเมื่อไหร่  ไม่มีการรีรอ  ยกดื่มจนหมดแก้ว  ไม่เป็นภาระของคนอื่นในวง  ไม่ต้องให้ใครมารอแก้วให้เสียอารมณ์ 

ขี้เหล้าประเภทนี้   เป็นประเภทเดียวกับข้า

ไม่เหมือนกับเพื่อนของข้าอีกคน   สงกรานต์ยกเหล้าช้ากว่าเพื่อน  จนเขาแซวเล่นๆ  เขาหันมาถามข้าว่า

“รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดหน้าบ้านนั่นรถพี่หรือเปล่าครับ”

ข้าทำหน้าสงสัย  แล้วก็ตอบว่า

“ใช่  รถผมเอง   มีอะไรหรือครับ”

“ผมขอยืมหน่อยได้ไหมครับ”

ข้าแปลกใจเล็กน้อย   แล้วก็รีบล้วงกระเป๋ากางเกง  เขาอาจจะมีธุระสำคัญ

“ไม่ต้องล้วงหรอกครับพี่  ผมจะยืมรถไปตามหาแก้วเหล้าหน่อย....”

เสียงฮารอบวง   เอกที่นั่งโซ้ยข้าวมันไก่อยู่คนเดียวแทบสำลัก   เขายังไม่วายตบท้ายว่า

“ไม่รู้ตอนนี้มันไปถึงไหนแล้วไม่รู้  แก้วเหล้าใบเล็กๆแค่นี้เอง   หายไปได้ยังไง”

สงกรานต์รีบยกเหล้าทันที   ยกเสร็จมันก็วาง  พลางหัวเราะ   ข้ารีบเทเหล้าใส่แก้วเพื่อยื่นให้คนต่อไป   ออกศึก  สหายใหม่ของข้าที่นั่งดวลเหล้ากับข้าทั้งคืน  ออกศึกทิ้งระยะไว้นิดหนึ่งแล้วก็ยก   ต่อมาคือตาข้า   ข้าเองรีบยก   ตักไก่ต้มมาแกล้ม   ช่างเข้ากันกับน้ำจิ้มข้าวมันไก่ เหลือเกิน  นี่ถ้าได้ไก่ตอนซักตัว  ตัวใหญ่ๆนะ   จะเปลืองเหล้ามากกว่านี้

เอกกินข้าวเสร็จก็ขอตัวไปนอนพัก   มันว่าแผลที่แขนยังปวดระบมอยู่  คงอดเหล้าไปอีกหลายวัน  

“ไปนอนเหอะเพื่อน  ตาเอ็งข้าจะยกแทน”

ข้าว่าอย่างนั้น  แล้วก็เทเหล้าในรอบเอกมายกเองอีกรอบ   อย่างนี้เขาเรียกว่า   แก้วเหล้าเจอกับวังน้ำวน

ยังไม่ถึงสิบโมงเช้า   ความเมาก็มาเยือน  ข้าเริ่มปรับตัวเข้าสู่ระบบเดิมเหมือนเมื่อคืน  ความจริงจะว่าไปแล้ว  แค่ดื่มเข้าไปอีกไม่กี่แก้ว  มันก็เมาแล้ว  เพราะคนอย่างข้าแอลกอฮอล์มันอยู่ในสายเลือด   ตอนที่ตื่นนอนนั่นต่างหากที่เป็นภาวะผิดแปลก   ภาวะที่ข้าเรียกมันว่า   ภาวะขาดแอลกอฮอล์ในร่างกาย

นั่นนับว่าอันตรายยิ่ง

เขายังไม่วายปล่อยมุขมาอีกรอบ

“มาถึงตาผม  น้ำมันลึกนะครับ  แก้วอาจจะวนอยู่ตรงนี้หลายรอบหน่อย”

ข้าเรียกเขาว่า   “พี่ง่วง”  ดูจากอายุน่าจะไล่เลี่ยกัน  แต่ในเมื่อเขาให้เกียรติเรียกข้าว่าพี่ก่อน  ข้าก็สมควรจะให้เกียรติเรียกเขาว่าพี่มั่ง  ใครๆในวงเหล้าต่างก็เป็นพี่กันหมด   สี่คน  ครบขา  นั่นพี่ออกศึก   พี่สงกรานต์  พี่ง่วง  แล้วก็ข้า  พี่เกม

“มีแต่พี่เอกที่หนีไปนอนคนเดียว”

พี่ง่วงว่า  เขาพูดอะไรออกมา  ล้วนสามารถเรียกเสียงหัวเราะได้หมด

อย่างนี้นี่เองที่มันช่วยให้ข้ามอบความไว้วางใจให้เขา  มิตรภาพแลกมาด้วยความสนิทสนมและมุขฮา   ฉายาปันเกยของเขา  ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วยอย่างแน่นอน

ข้าเคยไปนั่งร้านอาหาร  คนบางคนมีมุขโยนได้ไม่เว้น  ครั้งหนึ่งขณะที่นั่งดื่มกินกัน  โต๊ะข้างๆข้ามีคนเช็กบิล   ข้าเหลือบไปเห็นกับแกล้มบางจานพร่องลงไปเล็กน้อย  คอหมูย่างกับลาบน้ำตก   เพื่อนข้าที่นั่งอยู่ติดกับข้า  เรียกเด็กเสิร์ฟสาวที่กำลังเดินอกแอ่นมาเก็บโต๊ะ  เด็กสาวคนนั้นรีบเดินมาหาเพราะเข้าใจว่าแขกอาจจะสั่งอะไรเพิ่ม

เพื่อนข้าบอกกับเด็กสาวว่า

“น้อง ๆกับแกล้มโต๊ะนั้นมีอะไรเหลือมั่ง”

เด็กสาวหัวเราะก๊าก   เพื่อนข้ายังไม่วาย  ทำหน้าตาจริงจัง  บอกไปอีกว่า

“ยกมาวางโต๊ะนี้นะ”

ช่วงต่อมาของการดื่มกิน  ข้าสังเกตเห็นว่าเพื่อนข้าเรียกแต่เด็กเสิร์ฟคนนั้น 

“น้องๆ  น้ำแข็งฟรีถังหนึ่ง”

“เอาโซดาสองครับ  ลงบิลโต๊ะโน้นนะ”

“ขอกับแกล้มเพิ่มหน่อยครับ   พี่เอาเนื้อแดดเดียวนะ  เอามาแปดบาทพอ  พี่อยากกินเท่านี้แหละ”

แต่ละมุขของมัน   ล้วนเรียกเสียงหัวเราะกับรอยยิ้มของเด็กสาวนั่น  รวมทั้งพวกข้าที่นั่งอยู่ด้วย

ร้านเลิก   เพื่อนข้าได้เบอร์เด็กเสิร์ฟอกโตคนนั้น

พี่ง่วงของข้าก็คงเป็นคนประเภทเดียวกันนี้  ข้าคิดอย่างนั้น  หลังจากเวลาของการดื่มกันผ่านไปอย่างรวดเร็ว   ไก่ต้มที่ตอนแรกคิดว่าจะเอามาทำข้าวมันไก่   เหลือเพียงซี่โครง  รวมทั้งข้าวมันที่เหลืออยู่เต็มหม้อ 

ข้าจัดการเปิดกระป๋องผักกาดดอง   ซอยให้ชิ้นเล็กลง  เอาหอมแดงกับพริกขี้หนูมาซอยใส่ลงไป  ได้เรื่อง  กับแกล้มโอชาอีกจาน   เขายกนิ้วหัวแม่โป้งให้ข้า  

“กับแกล้มอร่อยถูกปากนัก   ผมขอช่วยเหล้ากลมต่อไปก็แล้วกัน”

เขาว่าอย่างนั้นแล้วก็ควักเงินออกมาให้   สงกรานต์เสนอตัวไปซื้ออีกตามเคย  

สุราดี...    กับแกล้มดี…

มิตรสหายที่ร่วมวงดื่มล้วนถูกคอถูกใจ

มิพักต้องพูดถึงความเมามายให้เสียเวลา...

แก้ววนแก้วแล้วแก้วเล่า   ข้ายกดื่ม  ‘กันเปย’ จนหมดแก้ว   กับแกล้มงวดลงไปอีกครั้ง   สงกรานต์อาสาเจียวไข่  

เหล้ารสดี   กับแกล้มไม่บกพร่อง  นับว่าวันนี้เป็นวันดีอีกวัน

พวกท่านเคยได้ยินหรือไม่ว่า   วาจายามเมามาย    ล้วนออกมาจากใจ

แล้วพวกท่านเคยได้ยินอีกไหมว่า

วาจายามเมามาย   ล้วนมีมากกว่ายามแจ่มใส    

วาจาของข้ายามนี้   ล้วนออกมาจากใจ  และยิ่งจำนวนจอกมากขึ้นเท่าใด  วาจาของข้าก็มากขึ้นเท่านั้น

มิตรสหาย  จอกนี้ข้าขอดื่มให้กับพวกท่าน

สงกรานต์เพื่อนรัก   จอกนี้กูขอดื่มให้กับมึง  

พี่ออกศึก  จอกนี้ข้าขอดื่มให้กับมิตรภาพใหม่ๆของเรา   ขอบคุณที่มีน้ำใจไมตรีให้กับข้า

พี่ง่วง   จอกนี้ข้าขอดื่มให้กับท่าน  ที่มากมีน้ำใจ   ขอบคุณสำหรับเหล้าขวดนี้  และขวดต่อๆไป

จอกนี้   ข้าขอโทษพวกท่านอีกครั้ง  ขอโทษที่ข้าเบิ้ลติดๆกันสี่จอกแล้ว

กันเปย....เอิ้ก...อ้วก...

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net