วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“บุญแถม” ขอทานพเนจรถูกจับ กับข้อหาลักพาตัวเด็ก?


รวบ"ขอทานยอดกตัญญู"แห่งรายการคนค้นคนแอบลักพาตัวเด็ก 
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 26 ธันวาคม 2552 22:14 น.

หนุ่มนักดนตรีขอทานยอดกตัญญู ที่โด่งดังจากรายการคนค้นคน ถูกตำรวจตามรวบตัวได้ที่ จ.อำนาจเจริญ หลังตกเป็นผู้ต้องหาลักพาตัวเด็ก ด้านน้องเอ็ม วัย 7 ปี ไม่มีทีท่าหวาดกลัวหรือคิดถึงพ่อแม่ เต็มใจอยู่กับผู้ต้องหา

วันนี้(26 ธ.ค.) พ.ต.อ.วีระพงษ์ พงษ์พุ่ม ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้สั่งการและมอบหมายให้ พ.ต.ท.ปัญญา นราชัย สว.สส.สภ.เมืองอำนาจเจริญ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอำนาจเจริญ ควบคุมตัว นายบุญแถม ศรีสุข อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224 หมู่ 13 ต.โนนหนามแท่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่ถึง 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันควร และน้องเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 7 ปี ที่ถูกล่อลวง ส่ง สน.บางขุนเทียน กทม.โดยจับกุมที่กระท่อมกลางนาระหว่างถนนลูกรังสายวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ-บ้านดอนแดง ต.นาผือ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก นางวิไลวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน กทม.ให้ดำเนินคดี นายบุญแถม ศรีสุข ในข้อหาลักพาตัวน้องอาร์มบุตรชายไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

จากการสอบถาม นายบุญแถม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิด ไม่ใช่การลักพาตัวเด็ก ขณะไปเล่นพิณเป่าขลุ่ยร้องเพลงเพื่อหาเงินใช้จ่ายตามงานเทศกาลบริเวณแถววัดไทร เขตบางขุนเทียน กทม.พบ น้องเอ็ม เดินเร่ร่อนขอทาน จึงได้พูดคุยกันจนสนิทสนม เด็กขอเดินทางเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพไปกับตนด้วย บอกว่าอยู่คนเดียว แม่ติดคุก พ่อทำงานในร้านสะดวกซื้อไม่สะดวกที่จะเลี้ยงดู เมื่อเขาตกลงใจจะมาอยู่ด้วยจึงไม่ขัดข้อง พาตระเวนทำมาหากินอย่างสุจริตไปตามจังหวัดต่างๆ จนมาถึงจังหวัดอำนาจเจริญ ยืนยันว่าไม่ใช่การลักพาตัว เป็นการเข้าใจผิด ตนเองบริสุทธิ์ใจ

หลังจากที่ นายบุญแถมถูกจับกุม น้องเอ็ม ได้มานอนที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ โดยไม่มีวี่แววหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น และกล่าวกับตำรวจว่าเมื่อไรจะให้ นายบุญแถม ออกจากห้องขัง เมื่อถามว่าคิดถึงแม่คิดถึงพ่อหรือไม่ น้องเอ็ม ตอบสั้นๆ ว่าไม่คิดถึง อยู่กับพี่บุญแถมดีแล้วสนุกดี

ทั้งนี้ พ.ต.อ.วีระพงษ์ กล่าวว่า นายบุญแถม เป็นศิลปินวณิพก พูดเก่ง เป็นนักแสดงที่มีความสามารถ ออกเล่นดนตรีออกหากินตามงานในเทศกาลต่างๆ ก่อนถูกจับกุมได้นำ น้องเอ็ม ไปฝากเรียนที่โรงเรียนบ้านโคกสวาสดิ์ ต.นาผือ แต่ไม่มีหลักฐานการเกิด ครูจึงแจ้งตำรวจ สงสัยว่าจะถูกลักมาร่วมหากินกับคนพิการ จนมีหมายศาลจากศาลอาญาธนบุรีตำรวจจึงไปสืบจับกุมได้ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังตำรวจ สภ.เมืองอำนาจเจริญจับกุมนายบุญแถมแล้วก็ได้ประสานงานมายังตำรวจ สน.บางขุนเทียน เจ้าของคดี โดย พ.ต.อ.ชาญ แก้วท่าไม้ ผกก.สน.บางขุนเทียน ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ไกรวิทย์ อุณหก้องไตรภพ สว.สส.สน.บางขุนเทียน พร้อมชุดสืบสวนเดินทางไปรับตัวนายบุญแถม และ ด.ช.เอ็ม คาดว่าจะเดินทางไปถึง สภ.เมืองอำนาจเจริญในช่วงเช้าวันที่ 27 ธ.ค.นี้ จากนั้นจะควบคุมตัวนายบุญแถมกลับมาดำเนินคดีที่ สน.บางขุนเทียน ส่วน ด.ช.เอ็ม ก็จะพากลับมาพร้อมกันด้วยเนื่องจากจะต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมตามขั้นตอนกฎหมาย รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนมาช่วยเหลือต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญแถม ศรีสุข ไม่ใช่คนพิการแต่มีชื่อเสียงเคยเล่นดนตรี และเคยออกรายการคนค้นคน ในตอน ขอทานยอดกตัญญูจนโด่งดังมาแล้ว

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000158792

ใครที่เคยชมรายการ “คนค้นคน” ตอน บุญแถมขอทานพเนจร ออกอากาศประมาณเดือนมิถุนายน 2552 ที่ผ่านมาก็คงจะทราบกันดีว่า "บุญแถม" เด็กหนุ่มวัย 22 ปี ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา (ตามข่าวบอกว่าไม่ใช่คนพิการ เพราะอวัยวะ 32 ประการยังอยู่ครบ) ยึดอาชีพขอทานเป็นวนิพกพเนจรตามตลาดนัดต่างๆ ในแถบจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร มุกดาหาร

มาวันนี้เขาถูกจับกุมตัว ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่ถึง 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันควร ด้วยเหตุเพราะ “น้องเอ็ม” เด็กชายวัย 7 ขวบที่นายบุญแถมพามาอยู่ด้วยที่อำนาจเจริญ เมื่อพาไปฝากเรียนที่โรงเรียนบ้านโคกสวาสดิ์ ต.นาผือ แต่ไม่มีหลักฐานการเกิด ครูจึงแจ้งตำรวจ กระทั่งนางวิไลวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) ได้แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สน.บางขุนเทียน แล้วมีหมายศาลจากศาลอาญาธนบุรีมาถึง

ที่น่าแปลกใจสำหรับ ด.ช.เอ็ม ตามรายงานข่าวก็คือ หลังนายบุญแถมถูกจับกุมตัวไปแล้ว ปรากฏว่า ด.ช.เอ็ม ตามมานอนที่โรงพัก แล้วคอยกล่าวกับตำรวจตลอดเวลาว่า เมื่อไหร่จะให้นายบุญแถมออกจากห้องขัง

แต่เมื่อถามถึงพ่อแม่ น้องเอ็มกลับตอบไปว่า “ไม่คิดถึง”

ฟังจากปากนายบุญแถม กล่าวว่าที่มาเจอน้องเอ็ม ก็เพราะว่าเห็นน้องเอ็มเดินเร่ร่อนในวัดไทร เมื่อพูดคุยกันจึงสนิทสนม เด็กขอเดินทางเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพไปกับตนด้วย บอกว่าอยู่คนเดียว แม่ติดคุก พ่อทำงานในร้านสะดวกซื้อไม่สะดวกที่จะเลี้ยงดู เมื่อเขาตกลงใจจะมาอยู่ด้วยจึงไม่ขัดข้อง

คำให้การของนายบุญแถม น่าสังเกตว่าฟังไม่ขึ้นอยู่สอง-สามประเด็น คือ หากเป็นไปเฉพาะเด็กที่หนีออกจากบ้านมาเร่ร่อน ก็ไม่น่าจะใช้คำว่าขอทาน เพราะอยู่ในละแวกเดียวกับที่บ้าน

อีกอย่างหนึ่งก็คือ นายบุญแถมอ้างจากน้องเอ็มว่าแม่ติดคุก ทั้งๆ ที่นางวิไลวรรณ มารดาไปแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งคำว่าติดคุกอาจเป็นคำที่ครอบจักรวาล เพราะบางคดีที่เป็นแบบมโนสาเร่อย่างนั่งวงเล่นไพ่แล้วติดคุกก็สามารถประกันตัวได้

ที่น่าสังเกตยิ่งกว่าก็คือ น้องเอ็มที่ติดสอยห้อยตามไปกับนายบุญแถม แทบจะเรียกได้ว่าเป็นพี่น้องต่างสายเลือด ภาพที่ตามไปนอนเฝ้าถึงโรงพักดูเหมือนว่าจะเป็นห่วงเป็นใยมากกว่าพ่อแม่เสียด้วยซ้ำ

การที่น้องเอ็มไม่รู้สึกเป็นห่วงพ่อแม่ นัยยะหนึ่งอาจมองว่าเด็กยังขาดวุฒิภาวะ ถูกนายบุญแถมล้างสมอง ไม่ต่างอะไรกับประโยคที่ว่า "ความรักทำให้คนตาบอด" แต่อีกนัยยะหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง คือ การขาดความอบอุ่นในครอบครัว

หากคำพูดของ ด.ช.เอ็มกล่าวว่า “แม่ติดคุก พ่อทำงานร้านสะดวกซื้อ” เป็นเหตุที่ทำให้เขาต้องโดดเดี่ยว ก็น่าจะสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า ที่ผ่านมาพ่อแม่ครอบครัวนี้เลี้ยงดูลูกอย่างไร ลูกถึงไม่อยากจะอยู่กับพ่อแม่ หนีออกจากบ้านไปอยู่กับนายบุญแถม ชายบกพร่องทางสมองแล้วมีความสุขมากกว่า

นายบุญแถมอาจจะถูกติดคุก ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของกฎหมาย ที่ห้ามเอาเด็กอายุ 15 ปีไปอยู่ด้วยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ เรียกว่า “คดีพรากผู้เยาว์” แต่สำหรับบิดา-มารดาของ ด.ช.เอ็ม ผมมองว่าแม้จะไม่มีกฎหมายใดเอาผิดได้ แต่จากจิตใต้สำนึกเด็กก็บ่งบอกได้อย่างดีว่า ที่ผ่านมาครอบครัวนี้เลี้ยงดูและให้ความอบอุ่นกับลูกได้ดีแล้วหรือยัง?

พูดประชดก็แล้วกันว่า ถ้าชีวิตของนางวิไลวรรณ “ดีแต่อยู่ในคุก” อย่างที่ ด.ช.เอ็มกล่าวหาจริง ไปหย่ากับสามีเถอะครับ แล้วปล่อยให้ ด.ช.เอ็มอยู่ในโลกแห่งความรัก-ความอบอุ่นที่ดีกว่านี้ อย่ามาเอาลูกที่ไม่สนใจจะเลี้ยงกลับคืนมาอีกเลย


โดย kittinunn

 

กลับไปที่ www.oknation.net