วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำได้..กับ..ใจรัก อย่างไหนสำคัญกว่ากัน ?


          คนเรามีความพร้อมในการทำงานแตกต่างกันไป กูรูด้านจิตวิทยาหลายสำนัก มักแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลัก ว่าด้วยความพร้อมในการทำงานของคน อย่างแรกเลย คือ ทักษะความสามารถ (Skills) ส่วนปัจจัยที่สอง ก็คือ ความเต็มใจตั้งใจที่จะทำ (Will)

นายจ้างส่วนใหญ่อยากได้คนที่มีทั้งความสามารถ และความเต็มใจ เรียกว่ามีทั้ง High Skill และ High Will  อุปมาง่าย ๆ ว่าใคร ๆ ก็ยากได้คนที่หุ่นให้ ใจรักไปทำงานด้วยกันทั้งนั้น

 

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เรามักจะไม่ค่อยได้เจอคนที่ ความสามารถสูง ความเต็มใจสูงบ่อยนัก คนกลุ่มนี้มักจะเป็นคนที่เก่ง ประสบความสำเร็จในการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เช่น คุณบัณฑิต อึ้งรังษี เก่งและชอบเป็นคอนดักเตอร์ คุณถวัลย์ ดรรชนี  และอ.เฉลิมชัย โฆสิตพิพัฒน์ มีความสามารถในการวาดรูป ชอบวาดรูปเป็นชีวิตจิตใจ

คนส่วนใหญ่ ยังไม่ประสบความสำเร็จ มักจะเป็นคนที่มีปัจจัยบางอย่างสูง บางอย่างต่ำ หรือไม่ก็ต่ำทั้งคู่ เช่น ..

..บางคนมีความรู้ความสามารถสูง แต่ความเต็มใจตั้งใจในการทำงานต่ำ   เป็นพวกที่ถ้าจะทำจริง ๆ ก็ทำได้ แต่ไม่อยากจะทำ หรือทำได้ แต่ไม่ได้รู้สึกรัก เป็นการทำตามหน้าที่

..บางคนมีความสามารถต่ำ แต่ความเต็มใจสูง เป็นพวกหุ่นไมให้ แต่ใจรัก อยากทำ อยากเป็น แต่ขาดความรู้ความสามารถ เลยทำได้ยังไม่ดีนัก

..บางคนไม่มี หรือมีน้อยทั้งสองอย่าง คือ ความสามารถก็ต่ำ ความเต็มใจก็ต่ำ ใครได้คนพวกนี้ไปทำงานด้วย ก็ต้องหนักใจหน่อย เพราะเป็นคนที่ทำไม่เก่ง แถมไม่อยากจะทำด้วย เรียกว่าหุ่นก็ไม่ให้ ใจก็ไม่รัก

แล้วถ้าเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องเจอ หรือต้องทำงานกับคนเหล่านี้ เราจะทำอย่างไงดี

ก่อนอื่นก็คงต้องดูก่อนว่า ปัจจัยไหนที่เขามีน้อย แล้วก็พยายามเพิ่มเติมในส่วนนั้น เช่น ถ้าเขามีความรู้ความสามารถต่ำ ก็ต้องให้ความรู้ ให้การศึกษา ฝึกอบรมและพัฒนาเขาก่อน

แต่ถ้ามีความสามารถสูงอยู่แล้ว แต่ความเต็มใจต่ำ ก็ต้องหาว่าอะไรที่จะทำให้เขาอยากทำงาน เป็นการกระตุ้นทางใจ ไม่ต้องไปสอน หรือฝึกอบรมเขามากนัก คนกลุ่มนี้เก่งแล้ว แต่มีปัญหาทางใจ เช่น

..อยากเป็นคนสำคัญ (somebody) แต่ไม่ได้เป็นสักที ทำงานแล้วนายไม่เห็น โดนข้ามหน้าข้ามตา หรือ ถูกมองข้ามไป ก็เลยกลายเป็นคนที่ไม่มีกำลังใจ ไม่อยากทำงาน (ทั้ง ๆ ที่มีความสามารถ)

..กลุ่มที่เป็นปัญหามาก ๆ พวกหุ่นก็ไม่ให้ ใจก็ไม่รัก ผมคิดว่าคงต้องมีมาตรการที่ชัดเจน กำหนดเป้าหมาย และแผนการ ขั้นตอนการทำงานให้ทำชัดเจน และละเอียด และถ้าทำไม่ได้ตามที่คุยกันก็ต้องมีมาตรการลงโทษที่ชัดเจน

คนกลุ่มหลังนี่ ถ้าไม่สามารถเอาจากองค์กรไปได้ ก็ต้องทนให้ทำงานต่อไป โดยใช้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด

ถ้าจะถามตามชื่อเอนทรี่นี้ว่า “ทำได้ กับ ใจรัก อย่างไหนสำคัญกว่ากัน ?” ผมก็ต้องตอบว่าสำคัญพอ ๆ กัน สำคัญเท่ากัน

บางคนอาจให้ความสำคัญเรื่องความสามารถมากกว่า ความตั้งใจ แต่หลาย ๆ คนก็ให้ความสำคัญเรื่องความตั้งใจ มากกว่าความสามารถ เรื่องแบบนี้มองต่างมุมได้

ลองนึกถึงเรื่องจริงที่เราเห็น ๆ กันอยู่ หากต้องตัดสินใจเลือกรับคนเข้าทำงาน ท่านจะเลือกใครระหว่าง..

..นาย ก. บัณฑิตจบใหม่ มีความตั้งใจเต็มใจ อยากเรียนรู้อยากทำงาน แต่ความสามารถต่ำ เพราะเป็นเด็กจบใหม่ ยังไม่เคยทำงานที่ไหนมาก่อน   หรือ

..นาย ข. มีความสามารถในการทำงาน มีประสบการณ์มาแล้ว 5 ปี แต่เป็นคน sensitive

จิตตกง่าย ถ้ามีอะไรมากระทบจิตใจ จะทำให้เขาไม่อยากทำงาน

แล้วเราจะเลือกใครดี กรณีอย่างนี้ คนเลือกก็ตัดสินใจยากหน่อย

แต่สิ่งที่อยากจะให้พวกเรามองในมุมของคนที่ถูกเลือก ถ้าเรารู้ว่าใคร ๆ หรือ หน่วยงานไหน ก็อยากเลือกคนที่ทำได้ และเต็มใจทำ ไปทำงาน เขาต้องการคนที่มีทั้ง High Skill High และ High Will

ทำไมเราไม่รีบปรับปรุงตัวเอง skill ไหนที่เรายังไม่เก่ง  ก็เร่งเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนาไปอย่าหยุด Will ความเต็มใจ ตั้งใจในเรื่องต่าง ๆ ก็ควรปรับตัว ปรับใจ หัดรักในสิ่งที่ทำซะตั้งแต่วันนี้ ไม่ควรเรื่องมาก ชอบงานนี้ ไม่ชอบงานนั้น ประเภทฉันเป็นฉันเอง

นับวันตัวเลือกในตลาดแรงงานก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คนรุ่นใหม่ ทั้ง Gen Y Gen X  เด็กเส้น เด็กฝาก เยอะแยะ แล้วเราจะมัวสร้างปัญหาให้ตัวเองอยู่ทำไม

ผมอยากให้ เรารีบพัฒนาตัวเอง แล้วประกาศออกไปดัง ๆ ว่า “ฉันทำได้ฉันมีความสามารถ และยินดีทำทุกงานด้วยความเต็มใจ”  แล้วใคร ๆ ก็อยากได้เราไปทำงานด้วยแน่นอนครับ.

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net