วันที่ พุธ ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โชคของครูทรงกิจ...เรื่องสั้น


โชคของครูทรงกิจ

            แก้มหอม

            ดึกมากแล้ว   เสียงเคาะประตูหน้าห้องปลุกให้ผมตื่นจากหลับใหล   งัวเงียไปเปิดประตู  ครูทรงกิจนั่นเอง   หัวยุ่ง  กลิ่นละมุดฟุ้ง  ในแขนยังเหน็บมาด้วยอีกแบน

            “ผมขอเข้าไปหน่อย  รบกวนหรือเปล่า?”

            “ไม่รบกวนหรอกครับ”  (จะรบกวนได้ยังไง  นี่มันตีหนึ่งเข้าไปแล้ว)

            “พอดีติดลม    เมามาจากบ้านภารโรง  รถยังจอดอยู่โน่นอยู่เลย”  พูดเสร็จก็นั่งแหมะลงในห้อง   หาแก้วเอง   เปิดตู้เย็นเอาน้ำเอง   แถมยังบิแหนมมาใส่จานเองอีกต่างหาก

            “ตามสบายเลยครับ”  ผมกัดฟันพูด   แต่แกคงไม่ได้สนใจหรอก

            “ทะเลาะกับอีแก่ที่บ้าน    ก็เลยหอบเสื้อผ้าหนีมา  กะจะนอนกับภารโรงสักอาทิตย์   แต่พอดีแม่ยายแกมา   ตั้งวงเสร็จไปไหนไม่รอด   นึกออกว่าบ้านพักครูว่าง  ก็มาหานี่แหละ”  เล่าเสร็จแกกระดกเหล้าเพียวๆลงคอ   หน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย   บิแหนมใส่ปาก   ตบตูดด้วยน้ำเย็น

            “อ้อ   เชิญเลยครับ   บ้านพักครูโสดยินดีต้อนรับเสมอ”

            ผมไม่ได้ละลาบละล้วงเรื่องที่แกทะเลาะกับเมีย   ด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา   อีกอย่างก็ไม่อยากจะยุ่งด้วย    ในใจคิดว่าคงเป็นเรื่องผัวๆเมียๆมันก็ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา   แปลกใจนิดหน่อยตรงที่ครูทรงกิจหอบผ้ามาด้วยก็เท่านั้น

            “เมียผมน่ะสิ   กวน...น่าจะอัดมันสักตั้ง   เสียดายมัวแต่โกรธหนีมาเสียก่อน   ถ้าเป็นตอนเมาๆแบบตอนนี้นะ   ขอโทษ...ผมต่อยตาเขียวไปแล้ว”  พูดเสร็จแกกระดกเหล้าเข้าปากท่าทางมีอารมณ์

            “มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะครับ   สงสารไอ้ป๋องมัน”  ผมหมายถึงลูกชายวัยหกขวบของแก

            “ก็นั่นแหละ   เพราะเห็นแก่ลูกนั่นแหละผมถึงได้ยอมออกมาเสียก่อน   ถ้าไม่มีลูกนะ    ฮื่ม แกพูดไปด้วยแยกเขี้ยวแยกฟันไปด้วย 

            “แกอาจจะจำเป็นก็ได้นะครับที่ทำแบบนั้น”  ผีห่าตนใดก็ไม่รู้มาสิงปากผมให้พูดแบบนั้นออกมา

            “จำเป็นอะไร ?  ครูลองคิดดูสิครับ   แค่ความสุขเล็กๆน้อยๆของผมมันยังไม่ยอมให้   ไม่ใช่เงินมากมายอะไรนักหนา   เอาใจผัวหน่อยไม่มีล่ะ   ทั้งๆที่มันก็เงินผมเองแท้ๆ  จำเมื่อวานซืนได้ไหมครับ?”  นั่นเข้าทางผมพอดี

            “ตอนไหนครับ   ตอนที่เราไปงานศพที่อำเภอแม่ลาวหรือเปล่า ?”  ความอยากรู้นี่มันเหมือนกับตุ่มที่โดนยุงกัดจริงๆ   ยิ่งเกายิ่งคัน  ยิ่งมันยิ่งเกา

            “นั่นแหละครับ   ตอนที่ครูกลับมาก่อน   พวกผมอยู่กันต่อ   ก็พอดีครูนครแกเอาเงินมาให้   แกบอกว่าใช้หนี้ผม   ผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่าแกติดหนี้ผมตั้งแต่เมื่อไหร่    จะไม่รับแกก็คะยั้นคะยออยู่นั่นแหละ   แถมยังบอกอีกว่า   ถ้าผมไม่รับเงินแก   แกจะไม่มีความสุขเลยตลอดชีวิต   ก็เลยจำเป็นต้องรับเงินแก”

            “แล้วยังไงต่อล่ะครับ” ผมห้ามตัวเองไม่อยู่แล้ว

            “ดึกๆคนเริ่มซา   ไม่รู้ว่าวงไฮโลมาจากไหน   มาตั้งวงข้างๆที่เรานั่งกินเหล้ากันนั่นแหละ”  แกยื่นเหล้าให้   ผมรีบยกอย่างรวดเร็ว   ไม่อยากขัดใจแก   กลัวแกจะไม่เล่าต่อ

            “ผมไม่รู้ว่าใครที่เป็นคนเข้าไปในวงไฮโลนั่นก่อน   แต่พอรู้ตัว   ผมก็นั่งขัดสมาธิอยู่หน้าเจ้ามือเสียแล้ว   ก็เงินสองร้อยบาทนั่นแหละครับ   คงเป็นเพราะความที่ผมไม่กลัวว่าจะเสียเงินด้วยแหละ   ถึงได้กล้าได้กล้าเสียแทงไม่มีอั้นเลย”

            “แล้วยังไงอีกล่ะครับ” ผมถามขณะที่มือรินเหล้าใส่แก้วของผมไปด้วย (เหล้าเริ่มหวานแล้วครับ)

            “ครูเชื่อไหมล่ะครับ  ผมโชคดีได้เงินมาเกือบสองพัน   กลับจากแม่ลาว  มาบอกเมียมันดีใจใหญ่เลย  ให้เงินมันไปพันห้า   ยังดีนะที่ผมเม้มไว้ห้าร้อย   ไม่งั้นผมคงไม่ยอมให้อภัยตัวเองเด็ดขาด”  เล่ามาถึงตอนนี้แกคลำดูที่กระเป๋าเสื้อของตัวเอง   ผมเห็นแบ็งค์ร้อยแลบออกมาแค่สองใบ  อีกสามร้อยคงหมดแล้ว

            “ผมบอกเมียมันว่ายังไงครูรู้ไหมครับ ?   ผมบอกมันว่า   ‘เมียจ๋าซื้อเหล้าพร้อมกับแกล้มอร่อยๆให้พี่หน่อย   พี่อยากจะกินให้สำราญสักมื้อ’  ผมบอกมันยังงี้เลยแหละ  ดู๊  ดู  ก่อนมันจะไปผมยังตะโกนตามหลังมันอีกว่า   อย่าลืมโซดาด้วย  ที่ไหนได้”  ถึงตอนนี้แกก็หยุดเล่า  ทำหน้าโกรธจัด   ถือเหล้าแบนนั้นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย   จนผมต้องแกะมือแกออก  เพื่อจะเอาเหล้ามารินใส่แก้วของผม

            “ผมนอนดูทีวีรอเมียด้วยความครึ้มใจ   เมียผมหิ้วอะไรมาครูรู้ไหมครับ?   แกงแคกับน้ำพริกตาแดง   หมดเงินไปสิบห้าบาท    โอ๊ย !  ผมโมโหจนเกือบจะลุกเตะเข้าให้แล้ว   ดีว่ากลั้นใจไว้อยู่    ปลอบใจตัวเองว่า   ช่างมันกับแกล้มเดี๋ยวทำเองก็ได้    ขอแค่เหล้าแดงน้ำแข็งหลอดก็ดีแล้ว   แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นอีกน่ะสิ”  แกหยุดเล่าท่าทางอย่างคนเจ็บช้ำใจเป็นที่สุด

            “มันยังไงล่ะครับ”  ผมถามเมื่อแกหยุดเล่านานไปหน่อย

            “มันซื้อเหล้าเถื่อนมาให้ผมน่ะสิ”

            เช้าวันต่อมา   ผมไม่รู้ว่าครูทรงกิจตื่นขึ้นมาตอนไหน   เดินลงไปดูรถแกที่บ้านภารโรงก็ไม่เห็น    เจอภารโรงแกก็รีบบอกผมทันที

            “มาตามหาครูทรงกิจหรือครับ   แกไปตั้งแต่หกโมงแล้ว   เห็นบอกว่า   จะรีบไปส่งเมียเข้าไปในเมืองหรือยังไงนี่แหละ”

 

 

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net