วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปายไม่ไป--ไปปัว : เข้าเมืองน่าน...สุดขอบฟ้าล้านนาตะวันออก


...มาทำตามที่บอกค่ะ มาเล่าต่อว่าส่วนที่เหลือของวันแรกที่ถึงเมืองปัว... เราได้สัมผัสอะไรบ้าง?

สายๆ ของวัน... คุณตานงค์ขี่รถพ่วงข้างคู่ชีพมารับพวกเราเพื่อไปกินมื้อเช้า ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเราสามพี่น้องต่างก็เกี่ยงกันตลอดว่าใครจะต้องไปอาบน้ำก่อน? เพราะคนที่ต้องรอจะได้โอกาสนอนเพิ่มอีกหลายนาที... แต่เมื่อเรื่องกินมารอตรงหน้า ต่างคนต่างปีนขึ้นรถพ่วงคุณตาอย่างไม่มีเกี่ยงกัน... (ช่างรักกันมากจริงๆ)

 

ระยะทางกว่ากิโลเมตร (พวกเรากะเอา) มีแปลงผักเรียงรายอยู่มากมาย คำถามของพวกเราพรั่งพรูไปที่คุณตานงค์ทันทีว่านั้นต้นอะไร? ต้นนี่ต้นอะไร? คำตอบที่ได้ก็เป็นพืชผักใกล้ตัวเราๆ ทั้งนั้น แต่ดันไม่รู้จักสักอย่าง อย่างว่าแหละค่ะ...สักแต่ว่ากินเป็น

เมื่อหลุดไปจากบรรยากาศไร่นาพืชสวนแล้ว เราก็เข้าสู่เขตตำบลสถาน ฉันค่อนข้างชอบผังของตำบลนี้เพราะมันเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมที่ไปทางไหนเส้นทางก็จะวนกลับมาหากันได้ หลงทางค่อนข้างยากค่ะ หากแม้ว่าหลง...การกลับมาที่บ้านคุณตานงค์ก็ทำได้ไม่ยาก เพราะเราสามารถสอบถามผู้คนแถวๆ นั้นเอาได้ค่ะ

และแล้วเวลาแห่งความอร่อยก็มาถึง... โฉมหน้ามื้อแรกของพวกเราค่ะ ทุกจานเป็นอาหารพื้นเมืองที่คุณยายเพียรปรุงเตรียมไว้ให้พวกเราค่ะ (ขอกระซิบดังๆ ว่าน้ำพริกมะเขือสุดยอดมากๆ แม่ช้อยไม่ต้องเมื่อยมารำเลยค่ะ...ถ้าใครได้แวะไปอย่าลืมถามหานะคะ อิอิอิ)

[พุงกางแล้ว...พร้อมเดินทาง]

กิจกรรมแรกที่คุณนุ้ยจัดให้วันนี้คือแวะชมงานศิลปะที่หอศิลป์ริมน่าน ซึ่งเป็นสถานที่แสดงงานศิลปะแบบล้านนาและศิลปะแบบประยุกต์ ก่อตั้งโดย อาจารย์วินัย ปราบริปู ศิลปินผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งของประเทศไทย (http://www.nanartgallery.com)

ลองไปชมภาพบางมุมที่เก็บมานะคะ...

โดยส่วนตัว...ฉันเองก็ไม่มีความรู้หรือความชอบทางด้านศิลปะมากนัก แต่ที่อยากไปเสพก็คือบรรยากาศของหอศิลป์ ที่ส่วนใหญ่มักจะมีส่งไออุ่นของศิลปะและวัฒนธรรมบางอย่างออกมาได้ชัดเจนทีเดียว ฉันค่อนข้างชอบที่นี่เพราะว่ามันติดริมแม่น้ำน่านด้วยแหละ ร่มรื่นทีเดียวเลย

จากนั้นคุณนุ้ยพาพวกเราไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของจังหวัดน่าน ที่ตั้งอยู่บริเวณคุ้มของอดีตเจ้าผูครองนครน่าน น่าเสียดายที่เราไม่สามารถถ่ายภาพโบราณวัตถุภายในพิพิธภัณฑ์ได้ เลยเก็บภาพบรรยากาศรอบนอกมาแทนค่ะ

ใกล้ๆ กันกับพิพิธภัณฑ์ฯ ยังมีโบราณสถานและศิลปกรรมล้านนาตะวันออกให้พวกเราได้ชมอีกหลายแห่งที่เดียว ใครอยากมาไหว้พระเก้าวัดก็สามารถหาได้ครบแน่นอนค่ะ

ด้วยเวลาที่ค่อนข้างจำกัด คุณนุ้ยจึงจัดไว้ให้พวกเราได้แวะกันสี่แห่งสำหรับครึ่งวันที่เหลือนี้ นั่นคือ เข้าชมจิตกรรมฝาผนัง 'ภาพเสียงกระซิบ' ที่ดังไปทั่วโลกภายในวัดภูมินทร์ ไหว้พระประธานองค์ใหญ่ที่วัดช้างค้ำ สักการะศาลหลักเมือง ซึ่งอยู่บริเวณตัวอำเภอเมือง สามารถเดินถึงกันได้ และนมัสการเจดีย์วัดพระธาตุแช่แห้ง ที่อำเภอภูเพียง

[พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่สี่องค์ ประทับนั่งบนฐานชุกชี หันพระพักตร์ออกด้านประตู ทั้งสี่ทิศ ]

[แวะซื้อของที่ระลึกบริเวณศูนย์นักท่องเที่ยวใกล้ๆ กันได้ด้วยค่ะ]

[วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารหรือวัดหลวงกลางเวียง]

[เสาพระหลักเมือง วัดมิ่งเมือง]

[ประทับใจยุวมัคคุเทศก์ทั้งสามที่ให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะรอบๆ วัดแก่พวกเราค่ะ]

[พระธาตุแช่แห้งเป็นอนุสรณ์ของความรักและความสัมพันธ์ระหว่างเมืองน่านกับเมืองสุโขทัยในอดีต]

.

.

.

และก็ถึงเวลาที่พวกเรารอคอยค่ะ นั่นก็คือมื้อเย็น... มื้อนี้พิเศษหน่อยเพราะนอกจากอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ แล้ว คุณตานงค์ยังตกปลาสดๆ จากบ่อข้างบ้านกลางนามาเผาให้พวกเรากินด้วยค่ะ แถมด้วยมันเผาและข้าวหลามที่หลามจากกองไฟเดียวกันนี้

งานนี้กินลืมอ้วนกันไปเลย...

[เห็นแล้วยังแอบน้ำลายไหล...] 

เมื่อหนังท้องตึง...หนังตาก็หย่อน สามพี่น้องแยกย้ายกันไปอาบน้ำเข้านอน แต่คราวนี้ดันแย่งกันอาบน้ำก่อนก็เพราะอากาศที่หนาวเหน็บเกินบรรยายน่ะเอง...

พรุ่งนี้จะได้ขึ้นดอยภูคาแต่เช้ามืดให้ทันดูพระอาทิตย์ขึ้น... เชื่อเลยเนอะ อาทิตย์ดวงเดียวกับกรุงเทพฯ แต่ไหงถึงตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นมันขึ้นตอนเช้า ณ ที่อื่นๆ เสมอ... ::

โดย คุณแม่จอมกอด

 

กลับไปที่ www.oknation.net