วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อินโดนีเซีย กับสามสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ( IMT-GT)


                     อินโดนีเซียกับโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ 

ซูฮาร์โตได้รับสมญาว่าเป็น

"บิดาแห่งการพัฒนาประเทศ" ในยุค 1990"

ขอบคุณภาพจาก google


             ประเทศอินโดนีเซีย ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีประชากรที่มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน กว่า ๒๓๐ ล้านคน มีพื้นที่ ๕,๑๙๓,๒๕๐ ตารางกิโลเมตร เป็นแผ่นดิน ๒,๐๒๗,๐๘๗ ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ทะเล ๓,๑๖๖,๑๖๓ ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยกว่า ๑๗,๕๐๘ เกาะ รวมอยู่ในพื้นที่ ๔ ส่วน คือ

ขอบคุณภาพจาก google


              - หมู่เกาะซุนดาใหญ่ ประกอบด้วยเกาะชวา สุมาตรา บอร์เนียว และสุลาเวสี 
            - หมู่เกาะซุนดาน้อย ประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะชวา มีเกาะบาหลี ลอมบอก ซุมบาวา ซุมบา ฟอลเรส และติมอร์
            - หมู่เกาะมาลุกุ หรือ หมู่เกาะเครื่องเทศ ตั้งอยู่ระหว่างสุลาเวสี กับอิเรียนจายาบนเกาะ นิวกีนี
            - อีเรียนจายา อยู่ทางทิศตะวันตกของปาปัวนิวกินี

บุตรชายคนเล็กถูกยึดทรัพย์

ขอบคุณภาพจาก google


 
            จากการศึกษาดูงานทำให้ทราบว่า อินโดนีเซียในอดีต ตั้งแต่สมัยประธานธิบดีซูฮาร์โต ที่ปกครองอินโดนีเซียในระบอบเผด็จการ มายาวนานและต่อเนื่อง ยังผลให้ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งแม้จะมีความแตกต่างทั้งทางด้านภาษาและเผ่าพันธุ์ มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ เป็นไปตามหลักทฤษฎีการเมืองการปกครองของมาเคียเวลลี่ ที่กล่าวว่า "ในสังคมที่แตกต่างและไร้ระเบียบ รูปแบบการปกครองที่เบ็ดเสร็จเผด็จการถือว่าเหมาะสมที่สุด" แต่จุดอ่อนสำคัญของระบอบเผด็จการก็คือ ปัญหาคอรัปชั่น การสัมปทานผูกขาด ในวงศาคณาญาติของผู้นำ จึงทำให้ประธานธิบดีซูฮาร์โต ถูกโค่นอำนาจ และถูกดำเนินคดีในบั้นปลายชีวิต หลังจากที่ปกครองอินโดนิเซียกว่า ๓๒ ปี 

ระบบทหารนำการเมือง

ขอบคุณภาพจาก google

บั้นปลายชีวิต...ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ต้อง...

(วันที่ 27 มกราคม 2551 เมื่อเวลา 1.10 น.)

ขอบคุณภาพจาก google


            จากอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต จนถึงปัจจุบันภายใต้การนำของพลเอกซูซิโล บัมบัง ยูดโฮโยโน  ประธานาธิบดีคนล่าสุด อินโดนีเซียซึ่งมีประชากรหลากเผ่าพันธุ์ มีภาษามากกว่า ๕๕๐ ภาษา ในทางเศรษฐกิจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่มาก ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากเกินไป เกิดภาวะคนว่างงานสูง คุณภาพชีวิตประชาชนต่ำ มิจฉาชีพ ขอทาน คนเร่ร่อน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนต่ำมาก ผู้คนไม่ค่อยยอมรับคนต่างชาติเท่าใดนัก ยกเว้นเฉพาะพื้นที่บางส่วนอย่างเกาะบาหลี สังเกตได้จากกำแพงของบ้านแต่ละบ้าน และการติดตั้งเหล็กดัดของอาคารต่างๆในเมือง แสดงว่าต้องมีการป้องกันอย่างมากถึงจะปลอดภัย โดยเฉพาะคนอินโดนีเซียเชื้อสายจีน จะน้อยมากต่ำกว่าร้อยละ ๕ และอยู่ด้วยความหวาดระแวง


          ดังนั้นหากประเทศไทยคิดจะร่วมทำโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย หรือ สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle : IMT-GT) คงไม่ง่ายนัก เพราะสามประเทศนี้มีความแตกต่างกันไม่น้อยในระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ  ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบมากเกินไป เพราะค่าแรงมาเลเซียสูงกว่าไทย ๒ เท่าและไทยสูงกว่าอินโดนีเซีย ๒ เท่า เท่ากับมาเลเซียมากกว่าอินโดนีเซียกว่า ๔-๖ เท่า
        ส่วนการพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา การสาธารณูปโภค ถ้าเทียบระดับพื้นที่สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (เมดาน-ปีนัง-ปัตตานี,สงขลา) มาเลเซียนำหน้าไทย  ๑๐ ปี ไทยนำหน้าอินโด ๑๐ - ๓๐ ปี การที่จะสามารถขับเคลื่อนโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจให้ไหลลื่นได้คงไม่ใช้เรื่องง่ายแน่นอน โดยเฉพาะมาตรการปราบปรามคอรัปชั่นของส่วนราชการ ที่มองดูแล้วเหมือนต่างชั้นเช่นเดียวกับการพัฒนาด้านอื่นๆ ยิ่งถ้าหันมามองความมั่นคงทางการเมือง ยังต่างกันลิบลับ มีอยู่เรื่องเดียวที่พอจะใกล้เคียงกันคือ ทรัพยากรธรรมชาติที่อินโดนีเซียแม้จะมีมาก แต่ไทยและมาเลเซียก็มีประชาชนกรน้อยกว่าหลายเท่า
         ดังนั้นหากไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียจะร่วมกันทำโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย หรือ สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle : IMT-GT) คงจะต้องอาศัยความใจกว้าง ความกล้าที่จะเสียเปรียบในบางเรื่อง ความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้านที่ดี และต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร ในการลดระดับความแตกต่าง ในด้านองค์ประกอบต่างๆ โดยเฉพาะในการพัฒนาคุณภาพของคนให้เท่าเทียม หรือใกล้เคียงกันให้มากที่สุด 


            นี่แค่โครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle : IMT-GT) ระหว่างสามประเทศ ยังมีความยากเย็นและแตกต่างกันขนาดนี้ แล้วหากคิดถึงประเด็นเขตการค้าเสรีอาเซียน AFTA ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ นี้ ตามนโยบายส่งเสริมให้การค้าขายระหว่างกันในอาเซียนเป็นอย่างเสรี ที่จะดำเนินการลดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างกันลงให้เหลือร้อยละ ๐  รวมทั้งยกเลิกมาตรการที่มิใช้ภาษีเมื่อมีการได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีระหว่างกันถึง ๖ ประเทศ โดย ๖ ประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียนนำร่องก่อน

             แล้วจะยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าไปรวมประเทศคู่เจรจาอีก ๖ ประเทศ ที่อาเซียนสามารถเปิดเขตการค้าเสรีอย่างสมบูรณ์แล้ว คือ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์  (ภายในในปี ค.ศ. ๒๐๑๕) นึกไม่ออกเลยว่าประชาชนในประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า ที่มีคุณภาพชีวิตด้อยกว่า รัฐบาลคอร์รัปชั่นกว่า ประชาชนส่วนใหญ่จะได้หรือเสียกันแน่ ที่แน่ๆ นักธุรกิจ นักลงทุนรายใหญ่ๆหน้าบานกันทั่วหน้า....เพราะมีทางเลือกในลดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าแรง วัตถุดิบ และภาษี ในการแข่งขันกับนักลงทุนภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิดกันต่อไป  

..ขอให้เกิดประโยชน์กับชนส่วนใหญ่..เถิด..

ขอบคุณภาพจาก google

หมายเหตุ ซูฮาร์โตเป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนรู้เห็นในการหายตัวไปของนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน, นักหนังสือพิมพ์, นักวิชาการ, สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ รวมถึงครอบครัวของผู้สูญหาย จำนวน 800,000 กว่าคน : ประชาไท 2008-01-27

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net