วันที่ เสาร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องอยู่คู่แผ่นดินไทยตราบชั่วฟ้าดินสลาย...ไม่มีวันยอมให้ใครมาล้มล้าง!!! (อยากให้คนไทยได้อ่าน)


วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 2 มกราคม 2553 ยังคงอยู่ในเทศกาลปีใหม่ จึงอยากเริ่มต้นสิ่งดีๆ โดยการเขียนบทความ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหาราชเจ้า พระผู้เป็นพ่อของแผ่นดิน และ เตือนสติ ผู้ที่กำลังก่อการล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ จงหยุดกระทำการเช่นนั้น ก่อนที่จะสายเกินไป เพราะนั่นเป็นการทำบาปอย่างมหันต์

ประเทศชาติใดๆ ในโลก ล้วนประกอบด้วย ผืนดิน ผืนน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ และ ประชาชนที่มารวมอยู่ด้วยกันอย่างมากมาย หากไม่มี บุคคล ซึ่งเป็นที่ศรัทธา และ สามารถเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของประชาชนในประเทศ จนเกิดการยอมรับให้เป็น ผู้นำ ในการใช้ผืนดิน ผืนน้ำ และ ทรัพยากรธรรมชาติ ให้เป็นคุณประโยชน์ต่อส่วนรวม รู้จักบำรุงรักษา ควบคุม ดูแล ตรวจตรา แก้ไข และ พัฒนา ให้เกิดพลังขับเคลื่อนไปได้ ประเทศชาตินั้นก็ดำรงอยู่เป็นประเทศไม่ได้ ประชาชนในชาติจะแตกกระสานซ่านเซ็น แตกแยก ไม่มีความเป็นปึกแผ่น ไม่มั่นคง

ผู้นำ กว่าจะเป็นที่ยอมรับของประชาชนพลเมืองได้ ย่อมต้องผ่านกระบวนการของการใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ และ ความเป็นผู้มีวิทยา ขับเคลื่อนออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ และ ยอมรับแก่พลเมืองในประเทศจนก่อเกิดเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ทุกๆ อย่างในโลกมีสองด้านเสมอ ผู้นำของประเทศชาติ ก็เช่นเดียวกัน เมื่อผู้นำสามารถนำพาความเจริญมั่นคงได้ ย่อมต้องนำพาความเสื่อม ความแตกแยก มาสู่ประชาชนได้เช่นกัน หากว่า ผู้นำนั้นมักใหญ่ใฝ่สูง เห็นแก่ตัว ไม่สามารถรวมเป็นหนึ่ง เป็นปึกแผ่นได้

ด้วยเหตุนี้แต่โบราณนานมา (ก่อนพุทธกาล) จึงได้เกิด สถาบันพระมหากษัตริย์ขึ้น และ กลายเป็นประเพณีอันงดงามสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับประเทศไทยนั้นมีสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นประเพณีอันงดงาม และ มั่นคง เป็นปึกแผ่น มาอย่างยาวนาน และ ประชาชนก็มีความผาสุกตลอดเรื่อยมา

พระมหากษัตริย์ เท่ากับว่า เป็น จิตใจของประเทศชาติ จิตใจที่เป็นใหญ่ เป็นประธาน เป็นที่รวมของจิตใจของคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียว หากประเทศชาติมีจิตใจที่เป็นใหญ่ เป็นประธาน ดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรม และ ปวงประชาก็อยู่ในศีลธรรม ไม่แก่งแย่ง อิจฉา ริษยา มักใหญ่ใฝ่สูง ประเทศชาตินั้นก็มั่นคงเป็นปึกแผ่น

หากเราไม่มี สถาบันพระมหากษัตริย์ มันก็เท่ากับว่า เราไม่รู้จิตใจของเรา เมื่อไม่รู้จิตใจ แล้วจะรวมเป็นปึกแผ่นได้อย่างไร? มันก็อยู่แบบตัวใครตัวมัน ไม่มีน้ำใจ ไม่มีความเอื้ออาทรต่อกัน เหมือนประเทศของพวกฝรั่งตาน้ำข้าว ที่ไม่มีศูนย์รวมจิตใจ ถึงแม้นว่า จะเป็น ระบบประธานาธิบดี ก็ตาม ก็ไม่มีทางจะรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นได้ เพราะว่า คนที่จะเป็นประธานาธิบดี เราไม่รู้จักนิสัยใจคอดีพอ ต่างหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันขึ้นมาหาประโยชน์แล้วก็จากไป ปล่อยให้ประชาชนรับชะตากรรมแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่ได้มาร่วมทุกข์ร่วมสุข เหมือนดั่ง สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนทั้งชาติ และ ต่างฝ่ายต่างก็รู้ซึ่งกันและกัน ไปในทิศทางเดียวกัน คือ เอาคุณงามความดี เอาศาสนา มาเป็น ที่พึ่ง ที่ระลึก ที่ยึดเหนี่ยว 

ที่เขียนมาข้างต้น ก็เพื่อจะบอกว่า

ทำไม!! ประเทศไทยจะต้องมี สถาบันพระมหากษัตริย์คงอยู่สืบไป??

และอยากจะบอกต่อว่า

นับเป็นความโชคดีของประเทศไทย และ ประชาชนคนไทย เพราะเรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลปัจจุบัน เป็น พระมหากษัตริย์ เป็นยิ่งกว่ากษัตริย์ใดๆ ทั้งปวง ทรงเป็นสมมุติเทพ..ที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณงามความดี ทรงยึดมั่นในหลักทศพิธราชธรรม (หลักธรรมของพระราชา 10 ประการ) มาตลอด 60 กว่าปีที่ทรงครองราชย์ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่รักยิ่งของประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจไทยทั้งชาติ และ ทรงเป็นเสาหลักของแผ่นดิน

พระองค์ไม่ทรงตั้งพระองค์อยู่ในฐานะผู้ปกครอง แต่ทรงตั้งพระองค์อยู่ในฐานะผู้ครอง เพื่อความเป็นน้ำเนื้อเดียวกันกับประชาชนของพระองค์ ดังพระปฐมบรมราชโองการว่า

เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

นับแต่เวลานั้น....ถึงเวลานี้ พระมหากษัตริย์ของพวกเราทุกคน ทรงประพฤติปฏิบัติพระองค์อยู่ในครรลองแห่งธรรม ไม่เคยผันแปร หรือ ขาดตอนเลย เป็นที่ประจักษ์ชัดในวัตรปฏิบัติ และ พระราชกรณียกิจใหญ่น้อย ตลอดระยะเวลา 60 กว่าปีแล้ว

พระองค์ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ทรงเสียสละ ทรงมีแต่ความห่วงใยประชาชน และ แผ่นดินไทยตลอดทุกลมหายใจเข้าออกของพระองค์

พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้พสกนิกร ดำรงชีวิตอย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ก่อหนี้สิน ใช้จ่ายพอสมควร ไม่ฟุ้งเฟ้อ

พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ช่วยระงับเหตุวิกฤติของบ้านเมืองทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติด้านการเมือง และ เศรษฐกิจ ทำให้เราสามารถรอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายมาได้ด้วยดี แม้บางครั้งจะต้องใช้ระยะเวลาในการเยียวยาบ้างก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจึงมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแนบแน่น และ เทิดทูน องค์พระมหากษัตริย์ไว้เหนืออื่นใด

ประชาชนคนไทยก็อยู่อย่างสงบร่มเย็นตามอัตภาพมาโดยตลอด จนกระทั่ง มี นักธุรกิจการเมือง เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับจากนั้นเป็นต้นมา...ก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงลบบนผืนแผ่นดินไทย ประชาชนเกิดความแตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เข้าข้างคนชั่ว มองข้ามคนดี ไร้ความสามัคคี จนอาจลุกลามบานปลายเป็นชนวนนำไปสู่เหตุมิคสัญญี เลือดท่วมท้องช้างเป็นแน่แท้ 

สังคมแตกแยกออกเป็นสองกลุ่ม ฝ่ายหนึ่งยังคงยืนหยัดยึดมั่นในคุณธรรมความดี และ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่อีกฝ่าย..กลับเทิดทูนระบอบทุนนิยมสามานย์ ที่แสร้งเอาประชาธิปไตยบังหน้า ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด จนถึงขั้นประกาศกร้าวยอมแลกด้วยชีวิต เพื่อรักษาประชาธิปไตยจอมปลอม (ประชาธิปไตย เฉพาะวันเลือกตั้ง) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยไม่สุจริต และ ไร้จริยธรรม

คนกลุ่มหลัง จะอ้างแต่เพียงว่า ประชาธิปไตย โดยจงใจบิดเบือนเรื่องสิทธิอันเท่าเทียมกันของมนุษย์ และ พยายามบิดเบือนว่า คนทุกคนมีความเท่าเทียมกัน มีอิสระเสรีภาพเท่าเทียมกันตามหลักสิทธิมนุษยชน และอ้างว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคลในความเชื่อที่จะเคารพ หรือ ไม่เคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยไม่คำนึงถึง วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงาม ที่ช่วยดำรงความเป็นชาติไทยมายาวนาน

ทำให้ประชาชนที่ไม่สามารถแยกแยะได้ระหว่าง ความดี กับ ความชั่ว และ ความถูก กับ ความผิดหลงกลอุบายของนักธุรกิจการเมืองใจบาป สร้างเรื่องเท็จเสี้ยมสอนให้ร่วมกระทำความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จนปรากฏคดีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเกิดขึ้นมากมาย

สิ่งที่น่ากลัวสำหรับสังคมไทยในเวลานี้ ก็คือ ยังมีคนไทยจำนวนหนึ่งรับฟังคำจาบจ้วงโดยไม่รู้สึกทุกข์ร้อน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า สถาบันพระมหากษัตริย์มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อประเทศชาติที่ร้ายยิ่งกว่าก็คือ บางคนกลับปรบมือให้นักธุรกิจการเมืองผู้จาบจ้วงอย่างเมามัน

นักธุรกิจการเมือง มุ่งหวังล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ เหตุเพราะ มันมีความอิจฉา ริษยา และ มักใหญ่ใฝ่สูง ก็เพราะว่า ต้องการจะปกครองประเทศ ต้องการผูกขาดอำนาจรัฐไว้กับตนแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ จะต้องสร้างบารมี และ ความภักดี ด้วยการหว่านเงินลงไป ทำให้ประชาชนเป็นทาส ไม่สามารถลุกขึ้นยืนด้วยตนเองได้

แต่พระมหากษัตริย์ทรงมองการณ์ไกล พระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ขึ้นมา มอบให้พสกนิกรของพระองค์ให้สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเองตลอดไป เป็นแนวทางที่สวนทางกับระบบทุนนิยมโดยสิ้นเชิง

นอกจากนี้ องค์พระประมุขทรงพระราชทานพระบรมราโชวาท ว่าด้วยการทำความดี ความถูกต้อง มาเตือนสติคนไทยเป็นระยะๆ เพื่อให้คนไทยนำไปปฏิบัติเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งความดี ความถูกต้อง ยิ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจกับนักธุรกิจการเมืองก็ว่าได้

คนไทยกราบไหว้พระมหากษัตริย์ เพราะ คุณความดี ที่ทรงมีต่อคนไทย และ ผืนแผ่นดินไทย คนไทยตระหนักดีว่า พระองค์ทรงตรากตรำทำงานหนักมากว่า 60 ปี ทรงคิด ทรงสร้าง ทรงลงมือทำ โครงการต่างๆ มากมาย ที่แม้แต่รัฐบาลยังไม่ยอมทำเพื่อประชาชน

ฉะนั้น ผู้ที่กำลังก่อการล้ม สถาบันพระมหากษัตริย์จงหยุดกระทำการเช่นนั้น ก่อนที่จะสายเกินไป เพราะนั่นเป็นการทำบาปอย่างมหันต์ หาก สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกทำลายได้ สุดท้ายแล้ว พระพุทธศาสนาก็หมด ประเทศชาติก็ไม่เหลือ มันจะแตกแยกกันจริงๆ มารร้ายจะครองเมือง จึงให้กลับเนื้อกลับตัวกลับใจเสียเถิด

ถึงเวลาแล้วหรือยัง?? ที่รัฐบาล และ ทุกภาคส่วน ต้องช่วยกันให้ความรู้เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ และ ต้องสร้างความสามัคคีให้ช่วยกันเทิดทูน และ ธำรงไว้ ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่าปล่อยให้พวกคิดร้ายวางแผนจ้องทำลายล้าง ต้องพยายามสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ รูปภาพ ข่าวสาร สื่อสารมวลชน ต้องระมัดระวังช่วยกันสอดส่องดูแล อย่าให้แผนชั่วของผู้ที่คิดจ้องทำลายประสบผลสำเร็จ

บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ ประชาชนคนไทยทุกคนต้องทดแทนพระคุณแผ่นดินเกิด ด้วยการมีสติ ใช้ปัญญาไตร่ตรองแก้ไขเหตุ เพื่อยุติความขัดแย้ง และ ความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น คนไทยทุกคนต้องทำให้พ่อหลวงทรงภูมิใจในพสกนิกรของพระองค์ว่า

คนไทยไม่เคยตกเป็นเครื่องมือของ มิจฉาชีพการเมือง เพราะคนไทยทุกคน คือ พสกนิกรของพระเจ้าอยู่หัว

แผ่นดินไทย..อยู่คู่กับ..สถาบันพระมหากษัตริย์..มาช้านาน และ จะเป็นเช่นนี้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย.....คนไทยไม่มีวันยอมให้ใครมาล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ คนไทยยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

@@@@@@@@@

อริราชศัตรูเป็นผู้คิด ผู้ทำ และ ผู้ก่อให้เกิดความจลาจล วิปริตวิปลาสต่างๆ ทำให้อาณาประชาราษฎรทั้งปวงไม่เป็นสุข ขุ่นเคืองคับแค้นหมองใจ แผ่นดินร้อนระอุ ไอร้อนแผ่วสะท้อนไปถึงฟ้า ฟ้าไฉนเล่าจะเป็นสุข ไพร่ฟ้าก็ย่อมไม่เป็นสุข (โดยสิริอัญญา)

 

โดย ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

 

กลับไปที่ www.oknation.net