วันที่ เสาร์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักเขียนเป็นบุุคคลสาธารณะหรือไม่


บันทึกประจำวัน
2 มกราคม 2553


เคยมีคนถามผมว่า
"นักเขียน" เป็นบุคคลสาธารณะหรือไม่
ซึ่งผมก็ตอบคำถามด้วยคำถามกลับไปว่า
"แล้วคุณคิดว่า ดาราเป็นบุคคลสาธารณะหรือเปล่าล่ะ"
เขาตอบเสียงหนักแน่นว่า
"เป็น"

ผมจึงอธิบายต่อไปว่า ดารา นักร้อง นักแสดง หรือนักเขียน ถือเป็นบุคคลประเภทเดียวกัน
คือ เป็นผู้สร้างผลงานทางศิลปะ อย่างที่เขาเรียกกันว่า "ศิลปิน"
เพราะฉะนั้น คำตอบระหว่างดารากับนักเขียน ในเรื่องความเป็นบุคคลสาธารณะ จึงเป็นคำตอบเดียวกัน

เขายิ้ม เข้าใจความหมายที่ผมเปรียบเทียบทันที
ก่อนจะหุบยิ้ม ทำหน้างง ๆ เมื่อผมย้อนไปตอบคำถามแรกของเขาว่า
"นักเขียนไม่ใช่บุคคลสาธารณะ เพราะฉะนั้น ดาราก็ย่อมไม่ใช่บุคคลสาธารณะเช่นกัน"

ท่านผู้อ่านที่กำลังอ่านอยู่นี้ ก็คงงง เช่นกัน

เพื่อให้ท่านหายงง
ผมขอยกเอาบทความที่เคยเขียนตอนเป็นคอลัมนิสต์ประจำให้กับเนชั่น เมื่อหลายปีก่อน
มาอธิบายความ ดีกว่า
(ตัดทอน เอาเฉพาะส่วนที่อธิบายความมาบางส่วนนะครับ เพราะในคอลัมน์นั้น เขียนถึงเรื่องอื่นด้วย)



......................

ประเทศเรามีความเชื่อ หรือมีชุดคำพูดที่คุ้นหูประโยคหนึ่งว่า ‘ดาราเป็นบุคคลสาธารณะ’
(ตัวดาราเอง ก็มักจะอ้างคำนี้อยู่เนืองๆ)

เรามักมีความเข้าใจกันอย่างผิด ๆ ว่า
‘บุคคลสาธารณะ’ คือบุคคลผู้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
ดารา นักร้อง จึงอยู่ในข่ายนั้น
ซึ่งถ้าคิดอย่างนั้น ซีอุยหรือเสริม สาครราษฎร์ ก็ต้องเป็นบุคคลสาธารณะเช่นกัน
เพราะมีชื่อเสียงโด่งดัง คนรู้จักกันทั้งบ้านทั้งเมือง รู้จักมากกว่าดาราบางคนเสียอีก

คนดังไม่ใช่บุคคลสาธารณะ เป็นคนละความหมาย ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย

ความหมายของ ‘บุคคลสาธารณะ’ อย่างย่อกระชับ ก็คือ
บุคคลที่มีหน้าที่การงานหรือความรับผิดชอบเกี่ยวข้องกับวิถีปฏิบัติอันดีงามของสาธารณชน
เพราะฉะนั้นวิถีปฏิบัติส่วนตนจึงต้อง ‘ดีงาม’ ตามภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบด้วย

ยกตัวอย่างเช่น นักการเมืองผู้บริหารประเทศ  ถือเป็นบุคคลสาธารณะระดับสูงที่ต้องประพฤติปฏิบัติตนให้ ‘ดีพร้อม’
เพื่อให้ประชาชนยึดถือเป็นแบบอย่าง (แต่ฝันไปเถอะ)
สโคปเล็กลงไปก็ได้แก่ พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ นักปราชญ์ราชบัณฑิต
ซึ่งมีหน้าที่สั่งสอนให้คนเป็นคนดี มีวิชาความรู้ คนสอนก็ต้องทำตัวดีตามสิ่งที่ตัวเองสอนด้วย

แต่ดาราไม่มีหน้าที่เหล่านี้
มีแต่หน้าที่ให้ความบันเทิง กับหน้าที่ของความเป็นมนุษย์
ซึ่งโดยหลักวิญญูชนก็ต้องประพฤติตนเป็นคนดีอยู่แล้ว
ส่วนในแง่ความเป็นจริง จะทำดีทำชั่วก็เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล
คุณทำดีก็เป็นคนดี ทำชั่วก็ต้องถูกประณาม หรือได้รับการลงโทษ
คุณ (ดารา) ไม่มีหน้าที่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี (หรือชั่ว) กับใครทั้งนั้น

ดารามีสถานภาพเป็น ‘ศิลปิน’ ดาราจึงไม่ใช่บุคคลสาธารณะ
เพราะความเป็นศิลปินไม่มีความเป็นบุคคลสาธารณะอยู่ในตัวเอง
ตัวงานที่สร้างมาให้ผู้คนเสพต่างหากที่เป็นของสาธารณะ
ตัวตนของผู้สร้างเป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง

.............


ทุกวันนี้
เราเป็นเดือดเป็นแค้น จะเลิกอ่านงานคนนั้น จะแอนตี้ศิลปินคนนี้
เพราะ "ตัวตน" ความเป็นมนุษย์ของเขา ทำให้เราไม่พอใจ
เลยพาล "ตัดสิน" ไปถึงผลงานของเขาด้วย

ผมว่า ต้องแยกส่วนกัน
"แยกส่วน" ในที่นี้ ก็มิได้จะหมายถึง "แยกขาด" ไม่เอามาเกี่ยวข้องกันเลย

แต่หมายถึง แยกแยะให้ได้ว่า ตัวตนของเขา กับงานของเขา มันคนละส่วนกัน
ถึงตัวตนเขาเลว แต่งานเขาดี เราก็ต้องยอมรับว่า "ดี"
ยกเว้นเสียแต่ว่า เขาจะนำเอาความเลวในตัวตน มาเผยแพร่ในงาน
นั่นถึงต้องพิจารณาตัดสินกันอีกที

ถ้าเราแยกแยะไม่ได้
เราก็จะสับสนระหว่าง "ตัวตน" กับ "ผลงาน" อย่างนี้ตลอดไป
ซึ่งจะทำให้เรา "แบกทุกข์" เป็นอย่างมาก

...

ทุกวันนี้
ผมก็ยังฟังเพลงในอดีตของสายัณห์ สัญญา ด้วยความรื่นรมย์ และคารวะยกย่อง
แต่คงจะไม่ยกย่อง ไม่ฟัง รังเกียจ ถ้าหากเขามาร้องเพลงสรรเสริญยกก้น นักการเมืองเลว ๆ (ไม่รู้ร้องไปหรือยัง)
แต่ถึงเขาจะร้องเพลงอย่างหลัง
ผมก็ยังฟังเพลงในอดีตเขาด้วยความรื่นรมย์ และคารวะยกย่อง อยู่ดี

เช่นกัน
ทุกวันนี้ ผมก็ยังอ่านงานเขียนอมตะ ของลาว คำหอม หรือ วัฒน์ วรรยยางกูร
ด้วยความรื่นรมย์ และคารวะยกย่อง อยู่เหมือนเดิม


โดย piss_it

 

กลับไปที่ www.oknation.net