วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะพีพี ใกล้กันด้วยหัวใจ [ตอน ๑]


 สวัสดีค่ะ  เริ่มต้นไฮซีซั่นแล้ว เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้คนที่ผ่านไป ใครมา สีน้ำฟ้าในฐานะเจ้าบ้าน ก็อยากต้อนรับขับสู้ ให้ทุกคนได้มีรอยยิ้มที่ประทับใจ ไม่ลืมเลือน และยินยอมพร้อมใจกลับมาอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ไม่มีที่สิ้นสุด

เขาว่ากันว่ามารบ่มี บารมีบ่เกิด  แล้วปัญหาไวรัสกินข้อมูลรูปในฮาร์ดไดรว์  กู้ข้อมูลออกมาทีไร กลายเป็นรูปงานลอยกระทงทุกทีไป นี่ บารมีเกิดตรงไหนคะ กระซิกๆ

วันนี้น้องที่เคยทำงานร่วมกันที่กรุงเทพฯ แวะมาหา นั่งคุยกันสักสามสิบประโยคถาม - ตอบ เท่านั้นเอง หนึ่งในนั้นต้องมีบ่น ว่ารูปหาย รูปสะสมตั้งแต่ปี ๒๕๔๘  สมัยได้กล้องดิจิตอลตัวแรกเป็นของตัวเอง  น้องบอกว่า โธ่ แล้วจะเก็บไว้ทำไม ลบไปได้แล้ว

ปะโธ๊ะ .. จะเขียนอะไรสักเรื่อง ก็งัดรูปพวกนี้แหละมาประกอบ แล้วทีนี้ต้องเปลี่ยนนิสัยแล้วสิ

วันนี้เช่นกันที่นั่งรอ จนกลายเป็นนอนหลับรอ รอให้น้ากู้ข้อมูลไฟล์ภาพจากแฮนดี้ไดรว์ ปรากฎว่าไม่ได้ภาพที่ต้องการมา.. ทริปนี้ภาพประกอบตามมีตามเกิดนะคะพี่น้อง

ก็......ไม่เป็นไรๆ  รูปหาย ถ้าไม่หาใหม่ ก็ยืมภาพบางภาพจากอินเตอร์เน็ตมาประกอบพอได้อรรถรส ก็แล้วกันค่ะ  "The show must go on"  อะแฮ่ม ๆ  ขอเล่นภาษาปะกิตสักอิ๊ดตะ






เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะพีพี ใกล้กันด้วยหัวใจ [ตอน ๑]



    เกาะพีพี เป็นเกาะกลางทะเล ที่มีแต่ภูเขาหินปูนเสียเป็นส่วนใหญ่  พื้นที่ราบระหว่างภูเขา และพื้นที่เชิงเขา รวมไปถึงบนภูเขาบางจุด ที่คนสมัยก่อนมาจับจองเป็นเจ้าของไว้ ตกทอดสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน ปัจจุบันเปลี่ยนมือมาเป็นของนายทุนรายเล็ก รายน้อย และหรือคนท้องถิ่นเดิมปล่อยให้เช่าที่ดิน โดยสร้างสิ่งปลูกสร้างกันเอาเอง สัญญาระยะยาวว่ากันไป สิบห้าปี ยี่สิบปี แล้วแต่ตกลงปลงใจกันระหว่างคู่สัญญา 

หลังสึนามิเป็นต้นมาเกาะพีพีก็เปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง การก่อสร้างยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ระหว่างทางเดินสายหลัก ที่เป็นถนนอิฐบล็อกรูปตัวหนอน กว้างประมาณหนึ่งเมตร ยังคงเป็นทั้งทางเท้า ทางจักรยาน และทางขนส่งสินค้าอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ถึงกระนั้น เกาะพีพีที่บอบช้ำจากน้ำมือภัยพิบัติยังคงมีทะเลสีมรกต และปะการังใต้ทะเล กวักมือไหวๆ เรียกให้ทุกคนมาเยือน


ในฐานะที่มาเป็นคนเกาะพีพีได้ 7-8 ปี เฝ้ามองเกาะพีพีด้วยความชื่นชม และมักจะเชิญชวนทุกคนมาเยือนกันให้ได้สักเพียงครั้งในชีวิต มากอบเก็บเอาความชื่นมื่น ความสดใส ของท้องทะเล กลับไปเป็นยาสมานแผลจากหน้าที่การงานที่คร่ำเครียด เชิญเถิด เชิญมา ณ ที่แห่งนี้ท้องทะเลงดงาม และผู้คนที่นี่อยากให้ทุกๆ คนมาเยือน




  
      สามารถมาได้ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว เครื่องบิน รถไฟมาต่อรถประจำทาง และรถประจำทาง



ข้อมูลทั่วๆ ไป ในการเดินทางจากสนามบินภูเก็ตเข้าตัวเมือง












การเดินทางโดยทางไหนก็ตาม จะต้องมาลงเรือไปยังเกาะพีพี  ท่าเรือที่ไปเกาะพีพีได้มีทั้งทางจังหวัดกระบี่ (ท่าเรือคลองจิหลาด)  และทางจังหวัดภูเก็ต (ท่าเรือรัษฎา)

ซึ่งมีอยู่สองจังหวัดที่มีเรือโดยสารประจำทางไว้คอยบริการ  ท่าเรือคลองจิหลาด หรือท่าเรือน้ำลึก จังหวัดกระบี่  ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง





มาเข้าใจธรรมชาติของการเดินทางทางเรือกันก่อน  ว่าจำเป็นต้องมีการเลื่อนเวลา ทั้งขาไป และขากลับบ้าง แต่ก็ไม่ได้เลื่อนจนผิดเวลาไปมากเท่าใดนัก  สาเหตุส่วนใหญ่ ก็มักเป็นเรื่องคลื่นลมแรง ทำให้เกิดปัญหา

ถ้าใครที่มีการเดินทางต่อ เช่น จองตั๋วเครื่องบินไปกรุงเทพฯ ไว้แล้ว โปรดเลือกเรือที่ไปก่อนเวลา อย่างน้อย สามหรือสี่ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

เพราะจากท่าเรือ เราต้องไปสนามบิน หรือ บสข. อีก ใช้เวลากันพอสมควรเลยล่ะ

ที่ออกตัว เพราะเกรงจะมีปัญหากันเรื่องเวลา เจอโพสต์ในเว็บกันว่าเครื่องบินเลื่อนเวลา รถเลื่อนเวลา ทำให้ไม่ทันเรือ.. คราวนี้ก็เลยทักเรื่อง ระวังเรือจะทำให้ไม่ทันเวลารถ หรือเครื่องบิน

ประสบการณ์ตรงจาก นักท่องเที่ยว ที่พบกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันค่ะ






ส่วนทางจังหวัดภูเก็ต รถ หรือเครื่องบินก็ได้เช่นกัน จากท่าเรือรัษฎาของจังหวัดภูเก็ต ใช้เวลาเดินทาง ประมาณเกือบสองชั่วโมง









 
    น้องแอ้มเมล์มาบอกว่าอยากมาเกาะพีพีตั้งแต่เดือนตุลาคม  ให้สีน้ำฟ้าจองตั๋วเดือนธันวาคมให้ด้วย เป็นตั๋วล่วงหน้าของสายการบิน "สีแดง"  ที่เปิดโปรโมชั่น  ในเส้นทางการบินตรงจากเชียงใหม่มายังจังหวัดภูเก็ต


เรากำหนดกันว่า ให้แอ้มออกจากสนามบินมาเอง โดยสีน้ำฟ้าจะรออยู่ในเมือง แล้วเราจะไปพักกันที่ป่าตอง เอิ่ม..คือ..เป็นนโยบายเยี่ยมลูกค้าค่ะ

ถึงแม้ไปรับแอ้มถึงภูเก็ต เพื่อมาพีพี แต่ก็พ่วงงานไปด้วย น้านพเป็นคนทำเว็บไซต์ให้ห้องพักให้เช่าที่ป่าตอง ภูเก็ต ได้ไปรับเพื่อนและเยี่ยมลูกค้าในคราวเดียวกันว่างั้น..

ห้องพักราคาไม่แพงเดี๋ยวจะรีวิวให้ชมกันต่อไป..


เราสองคน น้านพกับสีน้ำฟ้าค่อนข้างจะตื่นเต้นกับทริปนี้.. สีน้ำฟ้าสนิทกับน้องแอ้มเป็นการส่วนตัว  ส่วนน้องแอ้มเนี่ย เขากิ๊กกับน้านพ  อิอิ อย่าตกใจภาษาของสีน้ำฟ้าเลยนะคะ


เขาคุยกันกุ๊กๆ กิ๊กๆ มิใช่ศัพท์วัยรุ่น ที่ "กิ๊ก" แปลได้ความว่า คนรักกันฉันท์ชู้สาว


สีน้ำฟ้ารู้จักกับสาวแอ้มมาหลายปีดีดัก ในฐานะคนเมืองเหนือด้วยกัน สนิทกันมากกว่าเพื่อนอีกหลายๆ คนที่รู้จักผ่านเน็ต เรียกว่า.. คนนี้แหละใช่.. คนที่สีน้ำฟ้าไม่มีความลับใดๆ ด้วย

"อี้"  ไม่ออกยังบอกกันได้เลย ว่างั้นเหอะ ฮาฮา.. (ขออภัยในวาจาที่ชวนจินตนาการ ฮา (อีกที))


ตื่นเต้นนะ.. เคยเป็นไหมคะ เวลาใครสักคนที่คิดถึงกันมากๆ จะมาหาแบบนี้ ..

ออกจากบ้านแต่เช้าเลย  เรือเช้าออกเก้าโมงเพื่อไปภูเก็ต สีน้ำฟ้าแล่นไปท่าเรือตั้งแต่เจ็ดโมง โต๋เต๋รอจนเรือออก

จากนั้นพอถึงภูเก็ต ก็ไปซื้อข้าวของที่จะลงมาใช้งานที่เกาะ  ฮะ.. คนบ้านนอกเข้าเมือง ขนซื้อซะ อย่างกับคนไม่เคยเห็น

ได้ของมาหนึ่งกล่องใหญ่ ทีนี้ก็แบกไม่ไหว ก็เลยโทรหาน้องแอ้ม ที่ปรากฎว่าเครื่องบินมาถึงภูเก็ตก่อนเวลา


สีน้ำฟ้าจองรถแท็กซี่ไว้ เขาดั๊นไปรับช้าอีก .. โทรกันไป โทรกันมา สรุปได้ว่าสีน้ำฟ้ารออยู่ที่ในเมือง

ให้คนเชียงใหม่ มารับด้วย เราจะไปป่าตองด้วยกัน  อาการ "แย่งกันพรึด"  (แย่งกันพูดจนภาษาเพี้ยน) เกิดขึ้นตั้งแต่ในแท็กซี่  คนขับคงเข็ดไปอีกนาน (หุหุ) 

ก็นะ.. มีทั้งภาษากลางปนใต้ ทองแดงอันเกิดจากสีน้ำฟ้ามาอยู่ใต้นี่ ปาเข้าไปเจ็ด แปดปี..

ภาษากลาง เพราะต้องคุยกับคนข้บ เรื่องบอกทาง ถามทาง และภาษาเหนือ ที่เราคุยกันเอง

"พรึด"  เอ๊ย พูดกันไป พูดกันมา รู้สึกว่าน้องปุ้มปุ้ยของเราจะเกิดอาการ "เมา"  ไม่รู้เมาน้ำลาย หรือเมารถ หรืออีกที เมาคนขับรถ ที่ทะเบียนรถขึ้นต้นด้วย ฮ.นกฮูก

ที่ภายหลังเรานำมาแซวกันว่า "ฮ.นกฮูกส่วนตัว"  อันหมายถึงหนุ่มรูปหล่อที่ขับแท็กซี่มาผจญเอาสามสาว ที่แย่งกันคุยนี่เอง 


ถึงป่าตองเอาเกือบเย็น..  คุณป้าเจ้าของห้องพักให้เช่า.. กำลังวุ่นวายกับลูกค้า เราก็นั่งรอเพื่อเอากุญแจ

คุยกันอีก..เอ้า คุย คุย คุ้ย.. กันไปอีกร่วมชั่วโมง ท่าทางน้องปุ้มปุ้ยเราจะแย่แฮะ.. บ่นว่ากระอักกระอ่วนชอบกล

เนื่องจากตั้งแต่เช้า จนป่านนี้อาหารยังไม่ตกถึงท้อง ทำให้หิวด้วยส่วนหนึ่ง การปล่อยให้ตัวเองหิวจัดแบบนี้ จะทำให้ระบบย่อยอาหารปั่นป่วน น่าเห็นใจค่ะ


มา.. เข้าห้องพักก่อน ป่าตองสวีทโฮม.. ก่อนจะไปหาอะไรใส่ท้อง


http://www.patongsweethome.com/







ห้องที่เขาจัดให้ ราคามิตรภาพ สองเตียง นอนได้สามคน

หนึ่งเตียงใหญ่สำหรับสองคน  กับหนึ่งเตียงเล็ก




เอาล่ะ.. เก็บข้าวของเข้าที่ก่อนนะคะ

แล้วเดี๋ยวจะพาไปหาอะไรรับประทาน พร้อมกับเดินเล่นๆ ใกล้ที่พัก


แล้วพบกันค่ะ

สีน้ำฟ้า



โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net