วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

20 แมทช์ฟุตบอลแห่งทศวรรษ




ระหว่างใช้ Google ค้นหาความยอดเยี่ยมทั้งหลายแห่งทศวรรษที่ผ่านมาก็ไปพบเว็บๆหนึ่งที่เป็นแหล่งราบรวมชาวบล็อกเกอร์ด้านกีฬาทั้งหลายและมีเครือข่ายที่ใหญ่มากๆนั่นก็คือ bleacherreport.com ซึ่งเว็บนี้เริ่มต้นจากวัยรุ่นชาวสหรัฐฯ 4 คนที่หลังจากจบการศึกษาแล้วก็ไปทำงานแต่หลังจากนั้นก็มารวมตัวและเปิดเว็บไซด์ชื่อนี้มาเพื่อความฝันในการรวบรวมบล็อกเกอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในด้านกีฬา มีการรับพนักงาน นักวิเคราะห์ เพื่อมาเขียน,ดูแล,ปรับปรุงและแนะนำในการตรวจสอบงานเขียนของเหล่าบล็อกเกอร์ทั้งหลายที่เป็นสมาชิกแห่งนี้ให้งานเขียนของพวกเขาปรากฏออกมาในเว็บไซด์อย่างมีคุณภาพ นอกจากนั้นยังมีการระดมทุนจากแหล่งเงินเพื่อมาทำการพัฒนาให้เป็นไปตามฝันของทีมงาน ซึ่งนับว่าเป็นรูปแบบธุรกิจหรือ Business Model ที่น่าสนใจมาก เล่าเรื่องราวของแหล่งที่มาพอคร่าวๆ มาเข้าเรื่องฟุตบอลดีกว่าพอดีอ่านเจอและนับว่าน่าสนใจสำหรับแฟนฟุตบอล จึงนำเลือกเอามาเป็นโครงและตัดบางแมทช์ออกไปและเพิ่มบางแมทช์ที่ดูน่าสนใจในความคิดส่วนตัว โดยไม่ได้เรียงลำดับความสำคัญและอาจจะมีบางแมทช์ที่หลายคนเห็นว่าน่าจะเป็นแมทช์แห่งทศวรรษมากกว่าก็ไม่ว่ากัน

 

2000 ฝรั่งเศส อิตาลี ยูโรเปี้ยนแชมป์เปี้ยนชิพ

 

สุดยอดไฮไลท์ของนัดชิงฯอยู่ที่ท้ายเกมของการแข่งขัน แชมป์โลกและเต็ง 1 ของรายการฝรั่งเศสมาพร้อมต้องการทำลายอาถรรพ์ที่ว่าแชมป์โลกไม่เคยต่อด้วยแชมป์ยุโรป แต่อิตาลีก็คุมสถานการณ์ได้เปรียบตั้งแต่นาทีที่ 57 เมื่อมาเคีย เดเวคคิโอ ยิงให้อิตาลีขึ้นนำ และน่าจะเป็นแชมป์แต่เมื่อก่อนหมดเวลา 4 นาที ตัวสำรองอย่างซิลเวียน วิลตอร์ก็ทำประตูตีเสมอให้ฝรั่งเศส จนต้องต่อเวลาในช่วงโกลด์เด้นโกลด์และก็เป็นอีกตัวสำรองที่ยิงประตูทอง เดวิด เทรเซเก้ต์ วอลเล่ย์หน้าประตูสุดสวยพาฝรั่งเศสเป็นแชมป์ยุโรปครั้งที่ 2 ได้สำเร็จ

 



ไฮไลท์ของเกม



2001 ลิเวอร์พูล อลาเบส ยูฟ่าคัพ

 

การแข่งขันรอบชิงฯยูฟ่าคัพระหว่างยอดทีมจากอังกฤษและทีมโนเนมจากเสปน กลายเป็นแมทช์คลาสสิคขึ้นมาทันทีเมื่อมีการทำประตูกันแบบถล่มทลาย 9 ประตู ที่สนามเวสต์ฟาเล่น ในเยอรมัน ทีมลิเวอร์พูลพกความได้เปรียบจากชื่อชั้นและความเป็นทีมใหญ่ เมื่อเริ่มแข่งก็ดูว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น เมื่อหงส์แดงออกนำไปก่อน 2-0 จากมาร์คุส บับเบิ้ล และเจอร์ราร์ด แม้อลาเบสจะตีคืนมา 1 ลูกในครึ่งหลัง แต่แกรี่ แมคอัลลิสเตอร์จอมเก๋าก็ซัดจุดโทษให้หงส์แดงหนีไปอีก 3-1 ความคลาสสิคมาเกิดในครึ่งหลังเมื่อทีมจากสเปนมาสอยได้สองลูกรวดตีเสมอเป็น 3-3 ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ก็ยิงลูกที่ 4 ให้หง์แดงเช้าใกล้ชัยชนะ แต่อดีตเด็กเก่าผี จอร์ดี้ ครัฟฟ์ ก็ตีเสมอ 4-4 ให้ต้องต่อเวลาที่ตอนนั้นใช้กฎโกลด์เด้นโกลด์ และนักเตะจากสเปนมาถูกไล่ออกอีก 2 คน ก่อนเป็นจอมเ๋ก๋า แมคอัลลิสเตอร์ ที่ซัดประตูทองให้หงส์แดงเป็นแชมป์ในปีนั้นด้วยสกอร์มโหฬาร 5-4

 



ไฮไลท์ของเกม


2001 อังกฤษ กรีซ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

 

วันที่ 6 ตุลาคม 2001 เดวิด เบ็คแฮม พลิกชะตาจากผู้มีส่วนให้ทีมชาติอังกฤษตกรอบฟุตบอลโลกปี 1998 ให้กลายมาเป็นฮีโร่ผู้พาสิงโต 3 ตัว ผ่านเข้าไปโชว์ตัวในรอบสุดท้าย เมื่อซัดฟรีคิกในช่วงปลายเกมส์ที่พบกับกรีซ ชัยชนะ 2-1 มีผลทำให้อังกฤษไม่ต้องๆไปเตะรอบเพลย์ออฟ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกรงว่าจะไม่ได้เห็นอังกฤษในฟุตบอลโลกในปี 2002

 

2002 เซเนกัล ฝรั่งเศส ฟุตบอลโลก

 

หลังจากคว้าแชมป์โลกปี 1998 ฝรั่งเศสก็ยกระดับจากทีมแถวสองของยุโรปกลายเป็นเบอร์ 1 ของโลกในยุคของนักเตะที่ชื่อซีเนดีน ซีดาน เดินหน้าคว้าแชมป์ยุโรปและแชมป์คอนเฟดฯอีก 2 ครั้ง และเมื่อเปิดสนามบอลโลกที่เอเชียมีสมันน้อยไร้ชื่อจากอัฟริกา นามว่าเซเนกัล มาให้ขบเคี้ยว ทั่วโลกจึงมองเป็นคู่เปิดสนามที่ขี่กันมากจนไม่ควรมาเป็นคู่เปิดรับเทศกาล แต่วันนั้นโลกก็ได้รู้จัก ปาเป้ โบบ้า ดิอ้อป เมื่อกลายเป็นผู้ซัดประตูดับแชมป์โลก ก่อนจะพาทีมเซเนกัลของเขาเข้ารอบ 2 และแชมป์โลกสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการตกรอบแรก

 

ไฮไลท์ของเกม



2002 รีล แมดริด ไบเอร์ เลเว่อคูเซ่น ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก

 

นัดชิงฯที่คลาสสิคอีกแมทช์ของแชมป์เปี้ยนลีก เพราะเป็นแชมป์สุดท้ายที่ซีเนดีน ซีดานยังไม่เคยได้ ไฮไลท์มาอยู่ตอนท้ายเกม หลังจากที่เสมอกันอยู่ 1-1 เมื่อโรเบอร์โต้ คาร์ลอส กระชากบนมาทางปีกก่อนเปิดมาหน้าประตู และเป็นซีเนดีน ซีดานที่ยืนรออยู่หน้าประตูวอลเล่ย์ด้วยเท้าซ้ายเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เป็นประตูแห่งชัยชนะและเกียรติยศของยอดนักเตะฝรั่งเศสผู้นี้ที่ปิดท้ายด้วยแชมป์อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และอีกตำนานที่เกิดขึ้นก็คือ มิชาเอล บัลลัคกลายเป็นนักเตะประวัติศาสตร์คว้า 3 รองแชมป์เป็นครั้งแรก ก่อนมาได้อีกครั้งในปี 2009 แบบที่ยากจะลอกเลียนแบบและไม่มีใครต้องการเลียนแบบด้วย

 

ไฮไลท์ของเกม



2002 บราซิล เยอรมัน ฟุตบอลโลกรอบชิงฯ

 

นับว่าเป็นปีมหัศจรรย์ของโรนัลโด้และบราซิล อย่างแท้จริง บราซิลเริ่มต้นไม่ใช่เต็งหนึ่ง โรนัลโด้ที่กลับมาจากการผ่าเข่าและเชื่อกันว่าไม่น่าจะอยู่ในฟอร์มเดิม แต่ 3 ประสาน หรือ 3 R โรนัลโด้ ริวัลโด้และโรนัลดินโญ่ บวกกับองค์ประกอบอย่างโรเบอร์โต้ คาลอส และคาร์ฟู ที่น่าจะเป็นสองแบ็คซ้ายขวาแห่งทศวรรษ ทำให้บราซิลเข้ารอบชิงแบบชนะรวดและคู่ชิงฯก็คือเยอรมัน ครึ่งแรกบราซิลได้แค่หวาดเสียว แต่ครึ่งหลัง 2 ประตูจากโรนัลโด้และทรงผมไดโกโระ ก็พาบราซิลเป็นแชมป์ครั้งที่ 5 พร้อมกับรางวัลดาวซัลโวที่ 8 ประตู 



 



ไฮไลท์ของเกม



2004 บราซิล อาร์เจนติน่า โคปาอเมริกานัดชิงฯ

 

การแข่งขันโคปาอเมริกาหรือชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้แห่งชาติที่มีขึ้นที่เปรู อาร์เจนติน่าที่ขนชุดใหญ่หวังคว้าแชมป์นำทีมโดยฮวนเซบาสเตียน เวรอน ในขณะที่คู่ชิงฯคือบราซิลที่ต้องบอกว่าเป็นชุดเล็กเพราะดาราใหญ่ของทีมไม่มีใครมาเลยไม่ว่าโรนัลโด้ โรนัลดินโญ่ คาฟู หรือ คาร์ลอส และผลการแข่งขันน่าจะเป็นไปตามเซียนวิจารณ์เมื่ออาร์เจนติน่าขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของคิลี่ กอนซาเลซ แต่บราซิลมาตีเสมอจากลุยเซากองหลังขึ้นมาโขก แต่อาร์เจนติน่าจะจะเป็นแชมป์มากที่สุดเมื่อเดลกาโด้ทำประตูใกล้หมดเวลาการแข่งขันให้อาร์เจนติน่าขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 แต่แล้วนาทีที่ 90+3 เป็นอาร์เตรียโน่ดาวรุ่งในยุคนั้นกลับตัววอลเล่ย์สุดสวยให้บราซิลตีเสมอ 2-2 ก่อนดวลโทษตัดสินบราซิลที่แม่นกว่าเป็นแชมป์แห่งทวีปไปในปีนั้น

 

ไฮไลท์ของเกม




2004 แมนฯยู อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก

 

หลังจากเป็นทีมที่ไม่มีใครเอาชนะได้ทั้งฤดูกาลสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการฟุตบอลอังกฤษ ทีมปืนใหญ่อาร์เซน่อลยังคงนำสถิติสวยหรูบุกมายังโอลด์ แทรฟฟอร์ด เพื่อทำสถิติไร้พ่ายในพรีเมียร์ 50 นัดติดต่อกัน แต่มีหรือที่ปีศาจแดงจะยอมให้คู่แข่งบารมีมาหยามต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง รุด ฟานิสเตอรอย กดจุดโทษให้ปีศาจแดงนำไปก่อน และเวนย์ รูนนี่ ก็เป็นผู้จบสถิติความสวยหรูครั้งนั้นของปืนใหญ่

 

ไฮไลท์ของเกม



2004 ลา คอรูญญ่า เอซี มิลาน ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก

 

ศึกแย่งชิงเข้ารอบรองฯแชมป์เปี้ยนลีกในปีนั้นคงไม่มีใครคิดว่าชัยชนะ 4-1 ของเอซีมิลาน ที่มีต่อทีมจากเสปน จะมีเหตุผลเป็นอื่นไปได้นอกจากเห็นปีศาจแดงดำในรอบตัดเชือก แต่เมื่อนัดสองที่เอสติดิโอ เรซอร์ สเตเดี้ยม กลับกลายเป็นฝันร้ายของทีมเยือนเมื่อเจ้าถิ่นได้ประตูตั้งแต่ต้นเกมก่อนปิดชัยชนะด้วยผล 4-0 ส่งปีศาจแดงดำตกรอบเฉย

 

ไฮไลท์ของเกม



2004 โปรตุเกศ กรีซ ยูโรเปี้ยนแชมป์เปี้ยนชิพ

 

ก่อนแข่งคงไม่มีใครคาดคิดว่าทีมจากดินแดนแห่งเทพจะเข้ารอบที่สอง แต่เรื่องราวของเทพนิยายมักเกิดแบบแจ็คผู้ฆ่ายักษ์เสมอถึงจะสมกับคำว่า เทพนิยาย กรีซ ช็อคโลกเมื่อปราบเจ้าถิ่นตั้งแต่รอบแรก กลยุทธ์ของอ็อตโต้ เรย์ฮาเก้ล ผู้เคยพาเวรเดอ เบรเมน เป็นแชมป์ในระดับสโมสร ก็นำมาใช้ในทีมกรีซและประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อด้วยการรับอย่างเหนียวแน่น และใช้โอกาสไม่เปลือง เสปนในรอบแรก ฝรั่งเศสในรอบที่สอง และเต็ง 1 สาธารณรัฐเช็คในรอบรองฯคือเส้นทางของเทพนิยายกรีซ และรอบชิงฯก็ปราบเจ้าบ้านอีกหน ในขณะที่ผู้ชมส่วนใหญ่ทั่วโลกยังจำชื่อนักเตะกรีซไม่ได้สักคนด้วยซ้ำพร้อมกับรักษาสถิติไม่เสียประตูตั้งแต่รอบที่ 2 แต่ก็ยิงได้นัดละประตู

 

ไฮไลท์ของเกม



2005 ลิเวอร์พูล เอซีมิลาน ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก

 

ถ้ามีการจัดแมทช์แห่งทศวรรษเกือบจะทุกแห่งจะยกให้แมทช์นี้เป็นแมทช์ของทศวรรษ เอซี มิลาน เป็นต่ออยู่มากมายก่อนลงแข่ง ในขณะที่ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของราฟาเอล เบนิเตซ เป็นปีแรกพลิกความคาดหมายของแฟนบอลทั่วโลกกับการเข้าชิงฯครั้งนี้ และเมื่อจบครึ่งแฟนบอลหงส์แดงหลายคนคงเลิกดูไปเรียบร้อยแล้ว เพราะเอซี มิลาน โชว์เหนือนำไปก่อนถึง 3-0 จากเปาโล มัลดินี่ ตั้งแต่ต้นเกมและ เฮอนัน เครสโป คนเดียว 2 ลูก แต่เริ่มครึ่งหลังตั้งแต่นาทีที่ 54 อาจเป็น 6 นาทีแห่งศตวรรษก็ว่าได้เมื่อสตีเว่น เจอร์ราร์ดเริ่มลูกแรกต่อด้วยวลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ และเป็นซาบี้ อลองโซ่ตีเสมอเป็น 3-3 ทั้ง 3 ลูกภายใน 6 นาที และทำให้ต้องเวลาพิเศษออกไป และเป็น เอนเดร เชพเชนโก้ที่เกือบจะทำประตูชัยจากลูกจ่อๆแต่ก็พลาดไป และลิเวอร์พูลก็สร้างประวัติศาสตร์การกลับมาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งวงการฟุตบอลด้วยการยิงจุดโทษชนะเอซีมิลาน 3-2 เป็นค่ำคืนที่อิสตั้นบูลของขาวเดอะค้อปที่ยากจะลืมเลือนกับแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่เป็นครั้งที่ 5

 

ไฮไลท์ของเกม



2005 เยอรมัน บราซิล คอนเฟดเดอเรชั่นคัพ

 

รายการลองเครื่องก่อนฟุตบอลโลกมาถึง 1 ปี เยอรมันเจ้าภาพพบเจอบราซิลในรอบรองฯชนะเลิศ เป็นเกมที่สนุกเมื่อเปิดเกมรุกใส่กันอย่างสนุกสนาน บราซิลขึ้นนำก่อนจากอาร์เดียโน่แต่โพโดสกี้ก็มาตีสมอเป็น 1-1 บราซิลนำอีกครั้งจากจุดโทษของโรนัลดินโญ่ แต่บัลลัคก็มาตีเสมอในช่วงทดเวลาของครึ่งแรก 2-2 ในครึ่งหลังเป็นประตูเดียวของอาร์เดรียโน่ที่ส่งให้บราซิลเข้าไปชิงฯกับอาร์เจนติน่าก่อนเป็นแชมป์ในที่สุดและก็ขึ้นเป็นเต็ง 1 บอลโลกในอีก 1 ปีข้างหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย

 

2006 อิตาลี เยอรมัน ฟุตบอลโลก

 

การพบเจอกันของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกฟุตบอลย่อมมีความน่าสนใจ และเมื่อพบกันในรอบรองฯแห่งฟุตบอลโลกรอยสุดท้ายยิ่งเพิ่มน่าสนใจไปอีก เจ้าภาพเยอรมัน ไม่มีทางนึกถึงเรื่องอื่นไปได้นอกจากเข้าขิงตามมาตรฐาน แต่น่าเสียดายอินทรีย์เหล็กขุดนี้แข็งแกร่งน้อยกว่าชุดก่อนๆหน้า ทำให้ความเป็นเจ้าภาพไม่ทำให้ได้เปรียบใดๆ เกมจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 และเมื่อต่อเวลาเป็นอิตาลีมาได้ 2 ประตูท้ายเกมส์จาก เอนเดรีย เปียร์โล่ และอเล็กชานโดร เดล เปียร์โล่ ส่งผลให้อิตาลีเข้ารอบชิงฯต่อหน้าแฟนบอลเยอรมัน ด้วยผล 2-0


ไฮไลท์ของเกม

 



2006 บาร์เซโลน่า อาร์เซน่อล ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก

 

ปีทองของโรนัลดินโญ่เกือบจะกลายเป็นปีที่ผิดหวังเมื่อรอบชิงฯแชมป์เปี้ยนลีกระหว่างบาร์เซโลน่ากับอาร์เซน่อลกำลังจะเปลี่ยนโฉม เมื่อต้นเกม เยห์น เลห์มัน สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะที่ถูกไล่ออกในนัดชิงฯ ให้ปืนใหญ่เสียเปรียบตัวผู้เล่นไปก่อน แต่ โซล แคมป์เบล กลับทำให้อาร์เซน่อลได้เปรียบในด้านสกอร์ 1-0 จากฟรีคิกของเขา จนเกือบจะหมดเวลา เอโต้ ซัดตีเสมอในนาทีที่ 76 ก่อนที่อีก 4 นาทีต่อมาตัวสำรองของบาร์เซโลน่า เบลเล็ตติ ซัดประตูชัยให้บาร์เซโลน่าเป็นแชมป์แบบหืดขึ้นคอ

 

ไฮไลท์ของเกม



2006 ลิเวอร์พูล เวสต์แฮม เอฟเอคัพนัดชิงฯ 


การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพครั้งที่ 125 เริ่มต้นเมื่อหงส์แดงเป็นต่อคู่ชิงฯเวสต์แฮมอย่างมากแต่ขุนค้อนก็โชว์ว่าทีมพวกเขาไม่ได้มาเพราะดวง ยิงประตูขึ้นนำลิเวอร์พูลไปก่อน 2-0 แต่ลิเวอร์พูลก็ตีตื้นมา 1 ลูกก่อนหมดครึ่งแรก และเจอร์ราร์ดก็มาตีเสมอในครั้งหลัง 2-2 แต่เวต์แฮมก็หนีไปอีกเป็น 3-2 จนเกือบที่กรรมการจะเป่าจบเกมอยู่แล้ว สตีเว่น เจอร์ราร์ดซัดประตูที่สำคัญที่สุดในชีวิตลูกหนึ่ง ลูกพุ่งวาบจากระยะ 38 หลาเข้าสู่ก้นตาข่ายชองเวสต์แฮม ให้ลิเวอร์พูลตีเสมอก่อนหมดเวลา 3-3 จนไปถึงการดวลจุดโทษและก็เป็นหงส์แดงเป็นแชมป์ไปอย่างนักเตะเวสต์แฮมรับไม่ได้ แม่แต่ล่าสุดก่อนเริ่มเตะเอฟเอคัพ 2010 จอร์ซี่ เบนนายูน หนึ่งในนักเตะเวสต์แฮมในครั้งนั้นแต่ตอนนี้คือสมาชิกหงส์แดงก็กล่าวว่าลิเวอร์พูลเป็นหนี้แชมป์เอฟเอคัพเขาอยู่

 



ไฮไลท์ของเกม


2006 อิตาลี ฝรั่งเศส ฟุตบอลโลกรอบชิงฯ

 

นับว่าเป็นคู่ชิงฯที่พลิกความคาดหมายไม่น้อยแมจะเป็นทีมใหญ่และอดีตแชมป์โลกด้วยกันทั้งคู่ อิตาลีพกพาความเหนียวแน่นมาเต็มกระเป๋าภายใต้การคุมทีมของลิปปี้ ในขณะที่ฝรั่งเศสมีซีเนดีน ซีดานจอมทัพที่คอยสร้างสรรค์เกม และฝรั่งเศสก็นำไปก่อนจากลูกโทษโดยจอมทัพผู้นี้ แต่อิตาีลีก็มาตีเสมอจากมาร์โค มาเตรัสซี่ และเหมือนสวรรค์สั่งมามาร์เตรัสซี่ผู้นี้ไปพูดยั่วโมโหหรืออย่างไรไม่ทราบนัดชิงฯฟุตบอลโลกก็มีช็อตเด็ดแห่งทศวรรษเมื่อซีเนดีน ซีดาน เฮดบัตต์ใส่หน้าอกของมาร์เตรัสซี่จนล้มลงไปก่อนกับพื้น และแน่นอนจอมทัพของฝรั่งเศสก็ถูกส่งตัวออกไปสงบนอกสนาม อม้จะเหลือตัวผู้เล่นน้อยกว่า แต่ฝรั่งเศสก็ยังบุกใส่อิตาลีที่เอาแต่ตั้งรับแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จนเสมอกันไป 1-1 ต้องดวลจุดโทษหาแชมป์เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ ปรากฏว่าอิตาลีแม่นกว่าเอาชนะการดวลไป 5-3 เป็นแชมป์โลกสมัยที่ 4 และเป็นที่กล่าวขานของแฟนบอลทั่วโลกในกรณีเฮดบัตต์ของซีดาน

 





ไฮไลท์ของเกม



2008 แมนฯยู เซลซี ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 


ตั้งแต่โรมัน อับราฮมโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซียมาครอบครองสโมสรเซลซี ทีมสโมสรแห่งนี้ไม่เพียงแต่กลายเป็นมหาอำนาจลูกหนังอังกฤษ ยังขึ้นชั้นทีมชั้นยอดแห่งยุโรปอีกด้วย กวาดแชมป์ในประเทศมามากมาย แต่น่าเสียดายที่แชมป์ใบใหญ่ของยุโรปยังไม่มีโอกาสสักหน แต่ปี 2008 รอบชิงอังกฤษไฟน่อลเป็นโอกาสที่ดีที่สุดและใกล้ที่สุดของทีมสิงห์โตน้ำเงินคราม เมื่อหมดเวลาปกติ เสมอกัน 1-1 และต่อเวลาพิเศษยังไม่สามารถทำประตูกันได้ จนต้องวัดแชมป์กันที่จุดโทษ ยอดนักเตะแห่งปีสาจแดง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ซัดพลาดไปก่อนและทำให้เซลซีได้เปรียบจนคนสุดท้ายที่กัปตันทีม จอห์น เทอรี่ เป็นผู้ยิงถ้าเข้าเซลซีจะเป็นแชมป์ แต่คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต นักเตะที่น่าจะเล่นดีที่สุดตลอดกาลของทีมนี้เตะแป้ก ประตูที่น่าจะเปลียนแชมป์กลับกลายเป็นต้องดวลเป้ากันใหม่และปีศาจแดงก็ไม่พลาดอีก ส่วนนักเตะเซลซี อเนลก้า ใจแป้วไปก่อนแล้วเลยยิงพลาดให้เอ็ดวิน แวนเดอซาร์ เซฟได้ นักเตะและแฟนเซลซีคงนึกว่าถ้า กัปตันของเขาไม่พลาดป่านนี้... หรือถ้าดรอกบาไม่ถูกไล่ออกมาเป็นผู้ยิงเองก็คง....... แต่คืนนั้นปีศาจแดงเป็นแชมป์


ไฮไลท์ของเกม



2008 สเปน เยอรมัน ยูโรเปี้ยนแชมป์เปี้ยนชิพ 


ทีมกระทิงดุสร้างความฝันของการเป็นยอดทีมของโลกเมื่อจบการแข่งขันชิงเจ้ายุโรปปี 2008 จบลง ก่อนแข่งมีทีมเต็งหลายทีมไม่ว่าจะเป็นแชมป์โลกอิตาลี ทีมรองแชมป์เก่าโปรตุเกศ หรือแม้แต่สิงโตคำรามก็ขอเอี่ยวด้วย แต่เมื่อหลายทีมต่างรีบตกรอบ ทีมกระทิงดุก็อาสามาเป็นเบอร์หนึ่งแทนด้วยแกนหลักจากบาร์เซโลน่าและรีล แมตริด โดยคู่ชิงคืออินทรีย์เหล็กเยอรมันที่ไม่แกร่งหมือนก่อน สเปนแม้ไม่มีเดวิด บีญ่า ดาวซัลโว แต่ก็ยังมีเฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่อาจจะเป็นจังหวะที่ดีกับศักยภาพของดาวยิงจากลิเวอร์พูลผู้นี้ที่ชอบยืนหอกเดี่ยวมากกว่า และก็เป็นตอร์เรสที่ซัลโวประตูชัยให้เสปนเป้นแชมป์ยุโรปเป็นครั้งที่สองและเป็นแชมป์รายการใหญ่ในรอบหลายสิบปี เป็นอีกครั้งที่มิชาเอล บัลลัคของเยอรมันเป็นรองทริปเปิ้ลแชมป์อย่างเจ็บแสบ ไม่รู้ว่าปี 2010 จะเอาอีกครั้งหรือเปล่า

 



ไฮไลท์ของเกม



2009 เซลซี ลิเวอร์พูล ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก

 

กลายเป็นทีมที่พบกันมากสุดในรอบทศวรรษของแชมป์เปี้ยนลีกแทบว่าจะเจอกันตลอดทั้งรอบแบ่งกลุ่มและรอบตัดเชือก และนัดสุดท้ายของซีรี่ย์(เพราะฤดูกาล 2009-10 หมดสิทธิ์เจอกันไปเรียบร้อยแล้ว) เซลซี ถือความได้เปรียบจากการบุกไปชนะ 3-1 ที่แอนฟิลด์ มีทางเดียวที่หงส์แดงจะเอาตัวรอดไปได้ก็คือต้องบุกมาด้วยฟอร์มเทพ และก็เกือบเป็นเช่นนั้นเมื่อนำไปก่อนถึง 2-0 ในครึ่งแรก แต่ฟอร์มเทพมาเพียงครึ่งเดียว ครึ่งหลังมีการยิงประตูกันอีกและจบลงที่ผล 4-4 แม้จะไม่ผ่านไปได้แต่ก็กลายเป็นแมทช์สุดมันส์อีกคู่

 

ไฮไลท์ของเกม




2009 บราซิล สหรัฐฯ คอนเฟดเดอเรชั่นคัพ

 

เพิ่งผ่านมาสดๆร้อนๆกับนัดชิงแชมป์แห่งทวีป ทีมพญาอินทรีย์ที่เพิ่งปราบทีมอันดับ 1 ของโลกในขณะนั้นรวมทั้งยังเป็นเต็ง 1 และแชมป์ยุโรป อย่างสเปน เมื่อเข้ารอบชิงฯแม้จะเจอกับแชมป์โลก 5 สมัยอย่างบราซิลก็หาหวั่นเกรง และช็อคโลกด้วยการขึ้นนำไปก่อน 2-0 แต่เมื่อเริ่มครึ่งหลัง ทีมสปิริตของทีมอันดับ 1 ตลอดกาลก็ไล่ถล่มปูพรมก่อนยิง 3 ลูกรวด แซงกับมาชนะอย่างนักเตะสหรัฐฯไม่อยากจะเชื่อ

โดย รักพงษ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net