วันที่ อังคาร มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มุมพักหลังเที่ยง..เรื่องสั้นสั้น


มุมพักหลังเที่ยง

                       

            ทุกบ่าย หลังทานอาหารเสร็จ    เป็นที่รู้กันว่าที่ตรงนี้   คือที่พักผ่อนของเรา 

            หลังสุดของแผนกจัดซื้อ   เราสามสี่คนมาจับจองเก้าอี้  มุมใครมุมมัน  บางคนฟุบหน้าลงกับโต๊ะ  บางคนเอนเก้าอี้ไปข้างหลังส่วนขานั้นพาดโต๊ะ  นอนหลับสบาย  เสียงกรนเบา ๆอย่างเป็นสุข  ที่ตรงนี้จะไม่เปิดไฟจนกว่าจะบ่ายโมงตรง

            เหตุผลนอกเหนือจากมันอยู่ในสุดแล้ว   ที่ตรงหัวของเรายังมีแอร์เย็น ๆคอยช่วยให้เราหลับสบายมากขึ้น   พอบ่ายโมงตรง  ผู้จัดการฝ่ายผลิต  มักเป็นคนมาเปิดไฟ  แล้ววงนิทราของเราก็จำเป็นต้องแยกย้ายกันไปทำงานต่อไป

                       

            ผมมาทำงานที่นี่ได้ไม่ถึงเดือน   แผนกจัดซื้ออยู่บนชั้นสามของบริษัท  ชั้นสี่นั้นเป็นแผนกศิลป์   ผมไม่ค่อยได้ขึ้นไปบ่อยนัก   งานในหน้าที่ของผมไม่เกี่ยวกับงานศิลป์   ผมแค่ติดตามริบบิ้นและอุปกรณ์บางอย่างเพื่อนำมาเป็นวัสดุประกอบกระเป๋า   พวกยางยืด  สายรัดบางตัว  แล้วก็ของกระจุกกระจิกเล็ก ๆน้อย ๆ

            งานมันเครียด  ผมเบื่อเสียงโทรศัพท์เป็นที่สุด  รวมทั้งเสียงโฟนเรียกจากผู้จัดการฝ่ายผลิตที่ตามตัวผม  เนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างไม่เข้ามาตามที่กำหนดไว้  

            “๑๑๒  ติดต่อ  ๑๑๔  ด่วน”

            “มีอะไรครับ”

            “ริบบิ้นสีแดงเมื่อไหร่จะเข้ามา?”

            “กำลังโทรตามอยู่ครับ”

            “เร็ว  ๆเค้ารออยู่  ไอ้..ห่...”

            ผมวางโทรศัพท์ลงด้วยความหงุดหงิด   โทรหาเวนเดอร์ที่รับงานไปจากเรา   พี่งามเจ้าของร้านยังไม่เข้ามาส่งของ 

“ใกล้แล้ว ๆรออีกนิด” 

“ก็ไหนพี่รับปากผมก่อนเที่ยงไงพี่  นี่มันจะบ่ายสองแล้ว”

“เออน่า  เดี๋ยวพี่เข้าไป  บอกเขารอหน่อย”

เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง  ไม่รู้ทำไม่พี่งามถึงไม่รักษาคำพูด  ผมไม่รู้   แต่ก็อย่างว่า  วัตถุดิบที่เราต้องการก็มีแต่ร้านพี่งามเท่านั้นที่ขายถูกกว่าที่อื่น ๆ  แต่การที่ทำให้คนทั้งแผนกรอของเพียงชิ้นเดียวนั้น  มันก็ทำให้การผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย  ผู้จัดการโรงงานก็เล่นงานผู้จัดการฝ่ายผลิต  ผู้จัดการฝ่ายผลิตก็เล่นงานผม  ผมไม่รู้จะเล่นงานใคร  นอกจากทำท่าหงุดหงิดใส่พี่งาม  แล้วก็เจอกับรอยยิ้มของพี่งามที่เป็นอาวุธที่แกใช้บ่อยที่สุด 

ความจริงงานมันก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เดินเสียทีเดียว  มันอยู่ที่คนจ่ายงานมากกว่าว่าจะบริหารอย่างไร  ถ้าตรงนี้มันช้ายังรอของอยู่  งานอื่นที่ไม่ต้องรอของก็ยังมีให้ทำ   เครื่องจักรเย็บมีเป็นร้อยเครื่อง  ต้องเดินเครื่องต่อไป 

งานมันต้องเป็นอย่างนั้น  การพักของเครื่องจักรหมายความว่า  โรงงานเกิดความสูญเสีย  ขาดรายได้  เขาคิดเป็นนาที  วินาที

           

แต่ละวินาทีจึงมีค่าสำหรับเรา  โดยเฉพาะหลังเที่ยง  ยิ่งทำงานนานขึ้น  ผมยิ่งเป็นโรควิตกจริตกับเสียงโทรศัพท์  ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง  หัวใจมันเหมือนจะลงไปอยู่ตาตุ่ม  ยิ่งวันใดที่ติดตามของไม่ได้ด้วยแล้ว  วันนั้นทั้งวันได้ยินเสียงโทรศัพท์แล้วจะประสาทเสีย  

“ยังไม่มาอีกเหรอ   รู้ไหมถ้าของไม่ทันส่งคืนนี้ก็หมายความว่าสินค้าจะตกเรือ   ใครจะรับผิดชอบ   มึงรับผิดชอบไหวหรือ  ถ้าเขาต้องส่งทางเครื่องบินแทน  เร็วสิโว้ย

เครียด  นอนไม่หลับ  ข่มตายังไงมันก็ไม่หลับ  อิจฉาเพื่อนร่วมงานที่นอนกรนฟี้ ๆอยู่ข้าง ๆ  งานของเขาคงไม่มีปัญหา  เขาเก๋าเกมกว่าผม  ทำงานมานาน  รู้ทางหนีทีไล่หมดแล้ว  แม้แต่ผู้จัดการฝ่ายผลิตยังต้องเกรงใจเขา 

แต่ความจริง  ระหว่างผู้จัดการฝ่ายผลิตกับผมอายุก็น่าจะเท่า ๆกัน  เพียงแต่ว่า  เขาจบวิศวะมาเท่านั้นเอง  ส่วนผมจบสายครู  แต่หางานทำไม่ได้  เขารับเข้ามาทำงานก็บุญนักหนาแล้ว  

ได้แต่ถอนใจ  แล้วก็นึกไปถึงแม่ที่บ้านนอก   ผมเคยช่วยแม่ทำนา  แม่สอนโดยการแสดงให้ดูว่า  การทำงานนั้นต้องอดทน   ผมนึกไปถึง  เหมาเจ๋อตุง  ท่านประธานบอกว่า  คนที่ไม่ทำงานนั้น  ไม่สมควรได้กินข้าว

ผมทำงานแทบเป็นแทบตาย   กดดันสารพัด   ปัญหาอุปสรรคทั้งหมดนี้คงกำลังพิสูจน์ว่า   ผมจะรับมือกับมันยังไง  ถ้าเครียดก็แสดงว่า  ภูมิคุ้มกันของผมมีน้อย  ถ้าไม่เครียดก็แสดงว่า  ผมไม่มีความรับผิดชอบ   

คิดไปคิดว่า  มันทำให้ผมยิ่งนอนไม่หลับ

           

“ชีวิตอิสระ   ปลดปล่อยชีวิตสู่เสรี”

คงเพราะโฆษณาชิ้นนั้นที่ทำให้ผมตัดสินใจอย่างนี้   หลังทานข้าวเที่ยงเสร็จ  ผมเดินขึ้นไปชั้นบน  ตรงที่เราเคยพักผ่อนกันเป็นประจำ  เพื่อนร่วมงานสองสามคน  กำลังงีบหลับอย่างเป็นสุข  ไฟตรงนั้นมืดเหมือนเดิมของมัน  กลิ่นเหม็นอับของห้องแอร์ที่คุ้นชิน  กระดาษที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงาน  

วันนี้วันเกิดของผม   ไม่มีใครรู้นอกจากผมคนเดียว  ผมไม่เคยให้ของขวัญวันเกิดตัวเองมาก่อนเลยในชีวิต   วันนี้คงเป็นครั้งแรก  ผมนึกถึงบ้านนอกของผม   นึกถึงพ่อแม่ของผม  นึกถึงบรรยากาศของห้องนี้  มุมที่เรามีปาร์ตี้นิทรากันทุกวัน  ผมลงมือเก็บของบนโต๊ะให้เรียบร้อย

ในมือของผม  ถือใบลาออก

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net