วันที่ อังคาร มกราคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นอนวังน้ำเขียว ขับรถเที่ยวฟาร์มจิมทอมป์สัน โบกมือลาผาเก็บตะวัน สุขสันต์ได้ในวันเสาร์อาทิตย์




แผนที่ท่องเที่ยวจิมทอมป์สันฟาร์มครับผม

                  *************************************************

Trip นี้เกิดขึ้นมานานมากๆแล้วละครับ โดยเริ่มจากการชักชวนของเจ้าบ้าน (สงสัยอยากทำแต้มแย่งการเป็นเจ้าบ้านที่ดีอยู่แน่ๆ)  มีการชวนผมไปเที่ยววังน้ำเขียวและจิมทอมป์สันฟาร์ม   สำหรับผมแล้วไม่มีการลังเลแต่อย่างใดเพราะทั้งสองที่นี้ผมยังไม่เคยมีโอกาสได้ไปเยือนเลยสักครั้ง

วังน้ำเขียว เคยมีคนชวนผมไปเที่ยวแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปสักที ทั้งๆที่มีคนเคยพูดว่าวังน้ำเขียวเที่ยวได้ตลอดปี trip นี้มีการ update ข่าวสารทาง MSN และ E-mail เสมอมาจนใกล้วันเดินทาง สมาชิกก็หดหายไปทีละคนสองคนด้วยเหตุผลติดธุระกันนั่นเอง จากที่ตั้งใจจะนั่งรถทัวร์ไปลงโคราช สุดท้ายก็ได้นั่งรถพี่เอ้ติดรถไปด้วย

19 ธันวาคม 2552 เวลา 7 นาฬิกา ที่ตลาดใหม่คือจุดที่ผมนัดกับพี่เอ้ไว้ว่าจะไปรอขึ้นรถที่นั่น แต่ปรากฏว่า 6 โมง 50 โทรไปพี่เอ้เพิ่งจะตื่นจากการโทรไปปลุกของผม 555  ไม่อยากจะคิดเลยว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร รับรองได้รอพี่เอ้กันแน่ๆ  งานนี้ผมเลยเดินเล่นในห้องได้อีกสักพักนึง ไม่อยากจะบอกว่ายังไม่ได้เก็บของเลยครับ เพราะเมื่อคืนกลับจากการดูคอนเสิร์ตอัสนี – วสันต์มา ก็เพลียมากพอแล้วละครับ

7 โมง 15 ผมออกมาขึ้นรถสองแถวนั่งมาจนถึงสถานีรถไฟดอนเมือง หลังจากโทรไปขอเปลี่ยนที่รอรถใหม่ เพราะพี่เอ้ไม่รู้จักตลาดใหม่แต่รู้จักสถานีรถไฟดอนเมือง อิอิ  เผารอบสองแล้วนะพี่เอ้  ประมาณเกือบ 8 โมงได้พี่เอ้ก็มาถึงสถานีรถไฟดอนเมือง พร้อมมุ่งหน้าสู่จิมทอมป์สันฟาร์ม

11 โมง เราก็มาถึงจิมทอมป์สันฟาร์มกันครับ หลังจากหลงเส้นทางนิดหน่อย แต่ไม่น่าเชื่อนะครับว่าเราจะมาถึงก่อนคนโคราช และยิ่งไม่น่าเชื่อไปอีกว่าคนโคราชขับรถหลงเส้นทาง 555 จาก 10 โมงที่เรานัดกันไว้สุดท้ายก็เลทมา 1 ชั่วโมง สิ่งแรกที่เราทำหลังจากซื้อบัตรแล้ว นั่นก็คือการกิน หมูหยองกับข้าวเหนียวที่เจ้าบ้านซื้อมาให้กินหมดไปอย่างรวดเร็ว เพราะเราไม่ได้แวะทานข้าวเช้ากันเลยอันเนื่องมาจากการมาสาย

           *************************************************





ป้ายประกาศหน้าฟาร์มทำให้ผมได้รู้ว่าเขาเปิดให้ชมแค่ช่วงวันที่ 19 ธันวา ถึง 10 มกราเท่านั้นครับ




หน้าตาบัตรเข้าชมจิมทอมป์สันฟาร์มครับผม

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงเลือกมาเที่ยวจิมทอมป์สันฟาร์มกันในช่วงนี้ ผมก็มาบางอ้อเมื่อมาถึงที่ฟาร์มเพราะป้ายติดประกาศไว้ว่า เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม – 10 มกราคม 2553 เท่านั้นเอง จึงไม่แปลกที่วันแรกของการเปิดให้เข้าชมผู้คนจะมากันเยอะมากๆครับ  ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ท่านละ 60 บาทครับผม บัตรเข้าชมอาจไม่หรูมากนะครับ พักเหนื่อยคุยกันพอหอมปากหอมคอก่อนจะไปรอขึ้นรถนำเที่ยว เพราะว่าแต่ละจุดของการเข้าชมจะอยู่ห่างกันครับ 

            *************************************************





มาเที่ยวที่นี่จะต้องใช้รถรางในการนำเที่ยวครับ เอ๊ะเขาเรียกรถรางมั้ยเนี่ย



แอบดีใจนึกว่ามีป้ายต้อนรับคลับโปสการ์ดซะอีก



โฉมหน้ารถนำเที่ยวของจิมทอมป์สันฟาร์มครับผม แต่ละคันตกแต่งไม่เหมือนกันนะครับ




ฟักทองสีสันสดใสมากๆครับถูกนำมาประดับตรงบริเวณจุดที่สอง




ขอบอกว่าทุกลูกเนี่ยติดราคาเรียบร้อยครับ อยากได้ลูกไหนหยิบไปชำระเงินได้เลยครับ



เขาที่เห็นนั้นชื่อว่าเขาพญาปราบครับผม




นำลูกฟักทองมาประดับเป็นป้าย ไอเดียบรรเจิด




มีการแสดงแกะสลักลูกฟักทองด้วยนะครับ




ใบนี้คงไม่ต้องบอกนะครับว่าแกะสลักเป็นอะไร ชัดเจนจริงๆ




บริเวณทางเดินและซุ้มธรรมชาติจะมีการจำหน่ายฟักทองพันธุ์ต่างๆให้ได้เลือกสรรกันครับ




ฟักทองผลนี้รูปทรงแปลกประหลาดมากๆครับ




เก็บภาพเป็นที่ระลึกกันก่อนเดินทางไปยังจุดต่อไป



เป็นอีกจุดที่ผมชอบมากๆกับการจัดบริเวณให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก




ลานฟักทองกับการนำฟักทองมาเรียงเป็นแถวๆ



ทุ่งดอกทานตะวันครับผม




ทุ่งดอกคอสมอส ตอนไปกำลังบานเต็มที่แล้วครับ




หลากหลายสีสรรตัดกับท้องฟ้า สวยมากๆครับ



ดอกคอสมอสบานเต็มทุ่งเลย



มาเยือนจุดที่ 3 ไปทักทายเจ้าบุญหลายกันครับ




ทุ่งข้าวกำลังสีเหลืองทอง



นานแล้วที่ผมไม่ได้เห็นข้าวตอนเหลืองทองแบบนี้ทั้งๆที่บ้านผมก็ปลูกข้าวเช่นกัน




นี่ละครับเจ้าบุญหลาย ผู้โด่งดังของที่นี่




เพื่อนเราบ้าพลังมากๆ สักพักเห็นบ่นเมื่อยแขน




ทุ่งข้าวสีทองเหลืองอร่ามได้พี่เอกเดินแบบตรงคันนา เข้ากันสุดๆ




อันนี้เป็นภาพหลังจากการทำผิดแล้วนะครับ 555




คลับโปสการ์ดมีเหรอจะพลาดเมื่อเจอตู้ไปรษณีย์




ไม่ได้เล่นนานแล้วกับการลุ้นว่าจะได้โรตีสายไหมกี่อัน  เคยเล่นกันมั้ยครับ



มาถึงจุดที่ 4 จุดช๊อปปิ้งและสวนไม้ดอกเมืองหนาว ช่วงที่ไปไม้ดอกเมืองหนาวยังไม่บานครับเลยเดินถ่ายสวนผักสลัดไปก่อนละกัน



สินค้าหลายชิ้นจะมีบุญหลายเป็นโลโก้ครับ



มีการแสดงการทอผ้าไหมด้วยนะครับ



พริกหลากหลายสีสันที่ทางเข้า




อำลาจิมทอมป์สันฟาร์มด้วยสัญลักษณ์ของที่นี่กับลูกฟักทองยักษ์

*************************************************

ตามแผนที่ที่แจกมานั้นจะมีจุดเที่ยวอยู่ด้วยกัน 4 ที่นะครับได้แก่ 

จุดที่ 1    สวนลอยฟ้าและทุ่มปอเทือง

 

จุดนี้เป็นจุดต้อนรับนักท่องเที่ยวครับผม เป็นจุดขายตั๋ว  มีร้านอาหาร และก็ แสดงการปลูกมะเขือเทศแบบห้อยหัวลง (Upside Down Tomato)  และเป็นจุดรับส่งนักท่องเที่ยวในการเดินทางไปยังจุดที่ 2 ต่อไปได้ครับ

 

จุดที่ 2   จุดชมวิวลำสำลาย ทุ่งทานตะวันและแปลงฟักทองยักษ์

 

โดยส่วนตัวแล้ว trip นี้ชอบจุดนี้มากที่สุดครับ แม้ลำสำลายน้ำจะไม่เยอะ แต่การจัดแปลงฟักทองยักษ์ และมีดอกทานตะวัน ทุ่งดอกคอสมอส สีสันสดใสมากๆครับ เดินเที่ยวไปก็จะได้ยินประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังฟักทองยักษ์ลูกละ 2000 บาทตลอดการอยู่จุดที่ 2 ครับ  จุดนี้คนจะเยอะมากถ่ายรูปไปก็จะได้ของแถมเป็นเพื่อนที่เราไม่รู้จักติดรูปมาด้วยเกือบทุกรูปละครับ 555

 

 

จุดที่ 3    หมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านโคราช

 

จุดนี้เป็นอีกจุดที่คนเยอะมากๆครับ เพราะมีอาหารไว้คอยบริการและสามารถนั่งพักได้ จุดที่คนสนใจและเป็นจุดที่ห้ามพลาดคือการไปทักทานเจ้าบุญหลาย ควายไทยที่โด่งดังจนเป็นโลโก้ของที่นี่ไปแล้วละครับ  มีทุ่งข้าวที่กำลังเหลืองอร่าม มีของเล่นสมัยเด็กๆที่ไม่เคยได้เล่นมานาน มีเฮือนโคราช 6 หลัง มีของกินอร่อยๆ และวิถีชีวิตชาวบ้านอีกมากมายเอาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเยอะแยะเลยครับ

 

 

จุดที่ 4    สวนดอกไม้เมืองหนาวและตลาดจิม ทอมป์สัน

 

จุดนี้คงเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ เพราะมีแปลงผักสลัด และของขายมากมายทั้งของฝากโลโก้เจ้าบุญหลาย ผักสดๆปลอดสารผิด ของฝากติดไม้ติดมือมากมาย ราคาอาจจะแพงไปนิดคงจะเพราะแบรนด์จิมทอมป์สันด้วยละมั้งครับ ใจจริงอยากได้เสื้อสักตัวแต่เห็นราคาแล้วตัดใจ สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลยสักชิ้นเดียวนอกจากภาพถ่าย อิอิ

 

 

หากใครได้มีโอกาสลองไปเที่ยวชมกันนะครับอีก 5 วันเท่านั้นเอง  ข้อมูลเพิ่มเติมลองเข้าไปชมในเว็บของจิมทอมป์สันดูครับ ละเอียดมากๆทั้งแผนที่การเดินทาง  รายละเอียดของแต่ละจุด กิจกรรมต่างๆที่มีในฟาร์ม

 

ที่เว็บ  http://jimthompsonfoundation.com

 

 

บรรยากาศที่ไร่ลุงไกรที่วังน้ำเขียวครับ กว่าจะได้เจอความสวยงามเช่นนี้เราผ่านเส้นทางอันโหดร้ายมาก่อนนะครับขอบอก



ผักสดๆกับน้ำสลัดอร่อยๆของที่นี่ confirm ว่าของเขาดีจริงครับ



บรรยากาศระหว่างเดินทางไปที่ผมาเก็บตะวันครับผม




คันไม้คันมือกับการได้ยิงหนังสติ๊ก




ออกอาการเทห์ๆเหมือนเด็ก ตจว อิอิ



4 สาวกับลูกสาวกำนัน



อย่าไปหาเรื่องกับ 4 คนนี้นะ พวกมีอิทธิพล อิอิ




ป้ายหลักกิโลที่ใหญ่ของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม กว่าจะได้ถ่ายต้องทะเลาะกับคุณป้าที่ไม่รู้จักระเบียบการเข้าคิว




ตะวันตกดินที่ผาเก็บตะวัน คนมาชมเยอะมากๆครับ หลังๆเห็นแต่หัวคน




ชอบฟ้าสีแบบนี้จังครับ




มาประลองฝีมือความแม่นในการปาลูกโป่ง งานนี้ใครแม่นใครบอดก็รู้กันแล้วละครับ




7 ดอก 20 ปากันคนละดอก สุดท้ายก็แห้วไม่ได้รางวัลใหญ่เลยสักคน




โฉมหน้ารางวัลที่ได้รับมาครับ อร่อยมั้ยพี่จอยพี่ทู



กระแสบิงโกเป็นการพนันผิดกฏหมายกำลังมาแรง งานนี้พวกเราไม่พลาดเกาะกระแสด้วยซะเลย เหอะๆๆจะโดนจับมั้ยเนี่ย



มาประสบความสำเร็จในเกมส์สุดท้ายหมุนวงล้อเสี่ยงว่าจุดที่เราวางมันจะหมุนไปลงตรงนั้นมั้ย งานนี้ต้องยกมือให้ทิชาและพี่เอ้ในการเลือกจุดและการหมุน สุดยอดจริงๆ

              *************************************************

หลังจากเที่ยวชมฟาร์มเต็มที่แล้วจุดหมายต่อไปของพวกเราคือการไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ผาเก็บตะวัน  โดยผมได้นั่งรถไปกับพี่เอก ด้วยความที่ง่วงมากๆไม่ต่างกับพี่เอก ผมก็เลยบอกพี่เอกไปก่อนว่า

 

“พี่เอกครับผมไม่รู้ทางนะครับ”  แล้วไม่กี่นาทีต่อมาผมก็หลับตลอดทางเลยครับ 555  จนมารู้ตัวอีกทีก็รู้ว่ารถเลี้ยวเข้าไร่ลุงไกรอะไรเนี่ยละครับ ขอบอกว่าเส้นทางวังน้ำเขียวเนี่ยแย่มากๆเลย ฝุ่นตลอดทางเลยครับ ที่ไร่ลุงไกร เราแวะกินกาแฟและก็อุดหนุนผักและน้ำสลัดที่อร่อยมากๆ ขอบอกว่าอร่อยจริงๆนะน้ำสลัดมีหลายรสชาติให้เลือกทาน กินกับแครอทสดๆนะอร่อยมากๆ

 

ประมาณ 5 โมงนิดๆเราก็ขับมาถึงผาเก็บตะวันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทับลาน ใครที่ไปช่วงนั้นคงรู้นะครับว่าถ้ารถคุณไม่แน่ คงน้ำตาเล็ดแน่ๆ ยิ่งโหลดมาละก็กลับไปได้พาเข้าอู่แน่ๆ ฝุ่นตลอดเส้นทาง กว่าจะไปถึงผมปฏิญาณตัวเองเลยว่าตูจะไม่ขี่มอเตอร์ไซต์มาแน่นอน กลัวจะกลายเป็นคนแก่น่ะครับ  แต่ยอมรับนะครับว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมากๆ คุ้มค่ากับการเดินทาง แถมมีกิจกรรมให้เล่นด้วยนะครับ กับการยิงหนังสติ๊ก เราแข่งกันว่าใครจะยิงได้ไกลกว่ากัน ใครไกลสุดแสดงว่าบ้านนอกสุดๆ 555 งานนี้ผมมั่นใจว่าผมไกลสุดนะแม้ใครจะว่าบ้านนอกก็ตาม

เสียดายที่เราต้องรีบกลับเพราะเส้นทางกลับไม่มีไฟข้างทางแถมยังต้องรีบไปที่พักด้วยครับ ก่อนกลับผมก็แวะประทับตราอุทยานแห่งชาติทับลานด้วยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเที่ยว อิอิ ให้พี่เอกจอดรถประทับน่ะครับ แล้วก็มุ่งหน้ามายังตลาดวังน้ำเขียว ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปทานข้าวที่ร้านคุณต้อยแต่เจ้าบ้านโทรไปได้คำตอบว่ามีทัวร์มาลง ทำให้ของหมดแล้ว ก็เลยต้องหาร้านอื่นกินข้าวเย็นแทน  เสียดายจำชื่อร้านไม่ได้แต่รู้ว่าอยู่ใกล้กับธนาคารกสิกรไทยสาขาวังน้ำเขียวครับผม แถมตอนไปมีงานแบบงานวัดข้างๆร้านด้วย เมนูหลักๆที่สั่งกันคือเห็ด มี แกงคั่วเห็ดออรินจิ  ต้มยำปลาดอลี่  ปลารากกล้วยทอด  ไข่เจียวหมูสับ

 

พอทานเสร็จก็แวะไปเล่นปาลูกโป่ง บิงโก และก็หมุนล้อลุ้นรางวัล งานนี้ปาเป้ากันหลายตาก็ไม่ได้อะไรเลยนอกจากลูกอมสองอัน 555 ส่วนบิงโกเล่นกันตั้งหลายคนก็ไม่ได้สักตา ที่จริงเราก็เล่นตาเดียวนั่นละครับเอาแค่ขำๆเท่านั้นเอง จนเข้าของประกาศไมค์แซวว่ามาตั้งหลายคนเล่นตาเดียวเอง ก่อนจะมาเสี่ยงหมุนล้อเพื่อลุ้นโค๊กลิตร งานนี้เลยได้โค๊กลิตรมาขวดนึงโดยความสามารถของกิ๊บส์กับพี่เอ้ อิอิ



ที่นอนในบ้านสวนเบญจะครับผม สะอาดมากๆ




เห็นห้องครัวที่นี่แล้วอายจริงๆ อลังการงานสร้างมากๆครับ แต่พวกเราไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าไรเพราะกินกันมาเรียบร้อยแล้ว



บรรยากาศหน้าบ้านยามค่ำคืนครับผม




ถ่ายห้องน้ำมาให้ดูด้วย สะอาดมั้ยครับ




ไม่ต้องกลัวหนาวนะครับเพราะมีเครื่องทำน้ำอุ่นให้พร้อม




วันนั้นมีการทำเซอร์ไพร์พี่เอ้ด้วยการร่วมฉลองวันเกิดล่วงหน้าให้พี่เอ้ โดยเอายูโร่คัสตาสมาทำเป็นเค๊ก อิอิ

          *************************************************


หลังจากนั้นก็แวะซื้อของใช้และยาพารา ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าที่พักชื่อบ้านสวนเบญจะ ซึ่งกว่าจะหาเจอก็ทำเอามึนไปเลย เพราะเรามาถึงค่ำแล้วครับ แต่ยอมรับว่าบ้านพักที่เราได้พักที่ชื่อบ้านเบญจะ สวยมากๆครับ เป็นบ้าน 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ  1 ห้องครัว หรูหรามากๆเลยจนอยากนอนพักอีกสักคืน ตอนกลางคืนมีการจับของขวัญปีใหม่ให้กับเพื่อนๆในคลับ ว่าใครได้ของขวัญใคร ก่อนที่จะมาเล่นตีแตก กิจกรรมฮาๆที่ทำให้เพื่อนๆหลายคนหมดตัวได้เลยทีเดียว เป็นการสร้างมิตรภาพหรือศัตรูกันละเนี่ย 555  กว่าจะได้เข้านอนก็เกือบตีสองได้มั้งครับ จำไม่ได้ละ รู้แค่ว่าง่วงมากๆแถมตั้งใจว่าเช้ามาจะตื่นมาดูทะเลหมอกที่วังน้ำเขียว แต่ปรากฏว่าเช้ามากลับไม่มีทะเลหมอกให้เราได้เห็นเลยครับ แต่อากาศเย็นสบายมากๆเลยครับ

เมื่อไม่มีทะเลหมอกให้ชมก็ขอกลับไปงีบอีกรอบก่อนจะตื่นมาทานข้าวต้มหมูที่ใส่เห็ด ซึ่งเป็นเมนูที่ทางบ้านสวนเบญจะเตรียมไว้ให้พวกเรา ทานอิ่มแล้วก็แยกย้ายทำกิจกรรมของแต่ละคนสำหรับผมขอตัวนอนต่อเพราะเดี๋ยวต้องเดินทางไกลไปอุบลกับพี่ทรงต่อ งานนี้กว่าจะตื่นมาก็ 10 โมงนิดๆ เช็คเอาท์แล้วก็มาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกก่อนมุ่งหน้ามากินข้าวกลางวันที่ร้านคุณต๋อย หลังจากเมื่อวานเย็นผิดหวังไม่ได้กินไปแล้วรอบนึง

 

ปรากฏว่ามาถึงร้านกลับไม่เปิด ทำให้เจ้าบ้านโคราชออกอาการโวยวายเป็นอย่างมาก สงสัยแรงแค้นจะไปได้ยินถึงเจ้าของ งานนี้ตอนจะขับกลับเขาเลยโบกรถให้จอดและบอกว่าจะเปิดร้านให้พวกเรา 555 ให้รู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร แล้วเราก็ได้กินร้านคุณต๋อยสมใจ ร้านนี้มีสุกี้ด้วยนะครับ พี่เอ้บอกว่าสุกี้ที่นี่เขาอร่อย  แต่ผมกลับชอบเมนูเห็ดอบซอส อร่อยมากๆครับ พอทานอิ่มก็เตรียมตัวแยกย้ายกันกลับ 3 คัน 3 ทาง คันแรกมุ่งหน้ากลับกรุงเทพโดยมีจุดหมายแวะที่โรงพยาบาลอภัยภูเบศร  คือพี่เอ้ พี่เบญ พี่จอยและพี่ทูจัง  คันที่สองเจ้าถิ่นมุ่งหน้ากลับโคราช คือกิ๊บส์กับพี่เอก และคันที่สามกลับอุบลคือพี่ทรงโดยมีผมเกาะรถไปด้วยเพื่อไปเที่ยวอุบลและโขงเจียมต่อไป

 

เป็น trip ที่ประทับใจมากๆเจอมาทุกรสชาติเป็นประสบการณ์ชีวิตที่สนุกส่งท้ายปีเก่าอีก 1 trip ที่น่าจดจำเป็นอย่างยิ่งครับ



ข้าวต้มยามเช้าอร่อยมากๆ ชอบตรงเห็ดเนี่ยละครับ



บรรยากาศหน้าบ้านเบญจะที่เราได้ไปพักกันครับ




สองสาวที่ใส่เสื้อมาเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมายกับวิวริมบ้าน




กับพี่ๆที่ไปด้วยใน trip ถ่ายที่ระเบียงหน้าบ้านครับผม




งานนี้ผมกับพี่เอกไม่ค่อยได้เข้ากล้องกับเขาหรอก อิอิ




ถ่ายมุมกว้างให้เห็นถึงความสวยงามของบ้านพักครับผม




ศาลานั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของบ้านนะครับสามารถเอาไว้จัด party ได้



ระเบียงตรงนี้เอาไว้นอนดูดาวครับ ยิ่งอากาศหนาวๆฟ้าเปิดด้วยนะดาวเต็มท้องฟ้าเลยครับ




บ้านเบญจะแล้วจะกลับมาเยือนใหม่อีกแน่นอน ตอนที่เราไปพักได้ราคา 3500 บาทครับเห็นว่าหลังปีใหม่จะขึ้นราคาเป็นหลังละ 4000 บาทครับ




ร้านคุณต๋อย ร้านที่พี่เอ้อยากให้พวกเราได้มาลองทานเพราะพี่เอ้เคยแวะมาทานแล้วบอกว่าอร่อยครับ




โฉมหน้าอุปกรณ์ทานสุกี้มื้อกลางวันครับ



เห็นแล้วน้ำลายจะไหลอยากกลับไปทานอีกจัง

โดย nayroypc

 

กลับไปที่ www.oknation.net